วันจันทร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2566

บันทึกบ้านดวงเดือน

บันทึกบ้านดวงเดือน


เปิดบันทึก โดยวิรัตน์ 2548

บันทึกนี้จัดทำขึ้นโดยมีจุดประสงค์ที่จะรวบรวมเหตุการณ์ และประสบการณ์ในอดีตจนถึงปัจจุบันของผู้ที่พักอาศัยอยู่ภายใต้ร่มเงาของบ้านดวงเดือน วันและเวลาของเหตุการณ์ที่บันทึกอาจไม่ต่อเนื่องกัน ไม่เรียงลำดับเวลา เนื่องจากความทรงจำและการระลึกถึงของผู้บันทึก ซึ่งมิได้มีเพียงข้าพเจ้าที่เป็นผู้บันทึก

บ้านดวงเดือน คือชื่อเรือนใหญ่ 3 หลัง ปลูกขึ้นภายในอาณาเขตรอบรั้วเดียวกัน บนที่ดินแปลงใหญ่มีทางเชื่อมต่อกันทั้ง 3 หลัง โดยแยกเรือนคนงาน,คนขับรถและแม่บ้านออกต่างหากไม่ข้องเกี่ยวกัน ปลูกสร้างโดยคุณตาของผมซึ่งเป็นคหบดีเก่า แต่เดิมมีเพียงเรือนใหญ่อยู่เรือนเดียว ปลูกอยู่กลางที่ดิน ต่อมาเมื่อแม่และน้าของผมแต่งงานออกเรือน คุณตาจึงปลูกเรือนหอให้โดยให้อยู่ขนาบเรือนใหญ่ซ้ายขวา เรือนใหญ่นั้นคุณตาได้ยกให้แก่คุณป้าของผมที่ไม่ได้ออกเรือน ให้ชื่อเรือนทั้ง 3 ว่าบ้านดวงเดือน

1. ป้าวันเพ็ญ จบบัญชี เปิดสำนักงานกฎหมายและบัญชี เป็นผู้จัดการมรดก ดูแลทรัพย์สินและรายได้เมื่อคุณตาล่วงลับ อยู่เรือนใหญ่กับคุณยาย ครองตัวโสด ไม่แต่งงาน ทั้งที่พร้อมด้วยรูป , ทรัพย์สมบัติ และการศึกษา เป็นที่หมายปองของบุรุษที่ทั้งโสดและไม่โสด(หวังในทรัพย์) ปัจจุบัน(2548) อายุ 53 ปี สูง 156 33-25-35

2. แม่จันทนี แอร์โฮสเตสส์ บริหารและฝึกอบรม อายุ 44 ปี สูง165 35-24-36 แต่งงานกับพ่อวิศิษฏ์ นายแพทย์ อายุ 53 ปี มีบุตร 1 คน วิรัตน์ อายุ 17 ปี ม.6

3.น้าจันทนา พยาบาลอาชีพ อายุ 39 ปี สูง 162 34-24-37 แต่งงานกับน้าสุชาติ ตม. เสียชีวิตเมื่อปี 2545 มีบุตร 1 คน พี่สุพจน์ 18 ปี น.ศ.ปี 1

บทที่ 6. บันทึกคนนอกบ้าน โดยพิพัฒน์
2546

ในปีนี้ผมพิพัฒน์และแม่ดวงดาวได้ไปพักผ่อนชายทะเลพร้อมๆ กับครอบครัวของวิรัตน์เพื่อนรัก(วิรัตน์มีบ้านพัก) ผมกับแม่ติดใจที่นี้มากจึงขออยู่กันต่อ 2 คนให้นานที่สุด ในระหว่างการยืดเวลาพักผ่อนอยู่ต่อไปของเรานั้น เป็นเวลาที่คนอื่นๆ กลับกันไปจนหมดสิ้นแล้วเหลือเพียงผมกับแม่อยู่ด้วยกันตามลำพัง อิสระอย่างที่สุดแม่ต่อนั้นอายุได้ 38 ปี หลังจากพ่อและพี่ของผมจากไปได้ 2 ปี แต่ยังดูสาวยิ่งกว่าอายุจริง เรือนร่างและผิวกายของแม่ยังคงอยู่ในสภาพที่อวบอัดและเต่งตึงไปทุกส่วน เพราะเรือนร่างที่ยังดูเป็นสาวและหน่าตาที่สวยงามของแม่นี่เอง ที่ได้กลายเป็นเครื่องดึงดูดเอาแมลงภู่ พากันกรีดกรายเข้ามาตอมกันอย่างหนาตา แต่แม่ไม่ได้สนใจ ยังครองตัวอย่างเหมาะสม เอาใจใส่ผมมากขึ้นในวันนั้น หลังจากที่บ้านพักในละแวกนั้น คงเหลือแต่เพียงเรา เราแม่ลูกจึงได้ชวนกันออกไปนอนตากอากาศเล่นที่ชายหาด ผมได้จัดการปูผ้าขนหนูขนาดใหญ่สำหรับใช้ปูนอนลงบนชายหาดแล้วผมก็เอนกายนอนพักอย่างสบายใจ แล้วผมก็เกิดแปลกใจเมื่อแม่ไม่ได้เอนกายลงนอนเคียงข้างผมเลย ผมจึงยันศอกและเงยหน้ามองไปที่ร่างของแม่ที่ยืนอยู่ไม่ห่างไกลนักร่างของแม่มีเสื้อคลุมยาวสวมทับอยู่ แม่ยิ้มให้ผมและกล่าวกับผมเป็นเชิงให้คำชี้แจงเกี่ยวกับชุดที่แม่สวมใส่อยู่ว่า“มันเป็นความคิดที่เกิดขึ้นอย่างปุบปับทำให้แม่ตัดสินใจซื้อชุดบิกินีตัวจิวที่แม่ใส่อยู่นี้ติดกระเป๋ามาด้วย แต่แม่ก็ไม่กล้าใสเมื่อมีใครต่อใครมาเมียงมอง” แม่กล่าวแล้วสบตากับผม ยิ้มอย่างเอียงอาย “แม่พึ่งจะเสี่ยงเอาออกมาใส่วันนี้ แต่ก็ยังไม่แน่ใจอีกเหมือนกันว่า แม่จะปลอดภัย 100 เปอร์เซนต์หรือไม่แม้จะอยู่ต่อหน้าเรา ที่เป็นผู้ชายที่เหลืออยู่คนเดียวในที่นี้”แม่ต้องมีความหมายอะไรสักอย่าง เพราะในระหว่างที่ได้มาพักตากอากาศ อาการผู้ชายของผมมักจะเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้งด้วยกัน โดยเฉพาะเมื่อผมได้มองเห็นร่างของแม่ในตอนที่อยู่ในชุดอาบน้ำธรรมดา และเราเดินเคียงข้างกันลงไปที่ชายหาดว่ายน้ำเล่นด้วยกัน ระหว่างนั้นผมสังเกตุเห็นอยู่บ่อยๆ ว่าแม่ชำเลืองมองมาที่หน้าขาผมบ่อยๆ แม้กระทั้งขณะที่เรานั้งคุยกันภายในเครื่องแต่งกายตากอากาศที่สั้นจู๋เป็นพิเศษ แม่มักจะชำเลืองมองมาที่หน้าขาผมบ่อยครั้งด้วยกัน ทำให้เครื่องของผมยิ่งตื่นตัวมากยิ่งขึ้น ทำได้เพียงยกขาขึ้นนั้งไขว้ทับกันไว้เท่านั้น บางที่คำพูดของแม่อาจเป็นเพียงล้อผมเล่นก็ได้ เพราะแม่น่าจะรู้ตัวอยู่ว่า แม่นั่นแหละที่ได้สร้างอาการผิดปกติให้เกิดขึ้นกับผมผมชักไม่แน่ใจว่า บิกินี ที่แม่ใส่จะวาบหวามใจขนาดไหน แม่จึงไม่กล้าแต่งเพราะกลัวไม่ปลอดภัย แม้จะอยู่ตามลำพังกับผม คำพูดของแม่ทำให้ผมเกิดความสนใจและจับตาเพ่งมองไปที่เสื้อคลุมที่แม่กำลังจะเปลื่องออกจากร่างแต่กระนั้น เมื่อเสื้อคลุมของแม่ถูกปลดหลุดออกจากร่างลงไปกองบนพื้นทราย ผมยังเกิดอาการลืมตัว ลืมหายใจขึ้นมาจนได้ บิกินีที่อยู่บนร่างแม่นั้นมีลักษณะเว้าโว้งเป็นส่วนสัดกลางลำตัวของแม่ให้เห็นเหมือนกับว่าแม่ไม่ได้สวมอะไรติดกายเอาไว้เลย ส่วนที่ปิดบังบั้นท้ายและด้านหน้า ดูไม่ผิดกับมีผ้าเดี่ยวคาดปิดเอาไว้ ผ่านลงไปตามร่องก้นและผ่านขึ้นไปปิดทางด้านหน้าขา ผ่านไปติดกับส่วนที่เป็นขอบของกางเกง ที่น่าจะเรียกว่าเป็นสายรัดเอวมากกว่าอย่างอื่น ทั้งแก้มก้นและหน้าขา หน้าท้องแม่เปิดเผยให้เห็นอย่างกะจะตาแม้กระทั่งขนรำไรที่โผล่พ้นขอบผ้าเดี่ยวออกมา ก็ยังสามารถมองเห็นได้อย่างเด่นชัด ผมรู้สึกว่าถ้าแม่เปลือยกายเสียเลย จะยั่วใจผมน้อยกว่าชุดบิกินีนี้ซะอีกสำหรับส่วนบนของแม่นั้น ผมอยากจะเรียกมันว่าผ้าแถบขนาดเล็กที่คาดปิดหัวถันแม่เอาไว้มากกว่า มันปิดบังเพียงแค่หัวถันจริงๆ ส่วนต่างๆ ที่เห็นว่าเป็นหน้าอกแม่นั้น เผยให้เห็นอย่างเด่นชัดการได้เห็นแม่อยู่ในชุดชุดนี้ ไม่เพียงจะกระตุ้นความปรารถนาของผมอย่างรุนแรง ยังทำให้ผมเกิดปรารถนาอยากจะกลืนกินแม่เสียอีกด้วย อยากจะฝังหน้าผมเข้าไปในหน้าขาแม่กัดกินจาวตาลแม่เสียให้สะใจ ดูดเอาน้ำหอมหวานออกมาเสียให้เกลี้ยงความร้อนแรงทำให้แท่งรักผมเกิดอาการตื้นตัวขึ้นมาอย่างรุนแรง จนไม่กล้าจะขยับตัวลุกขึ้น เมื่อแม่เอ่ยปากชวนไปเล่นน้ำทะเลกันเมื่อเห็นว่าผมไม่สนองตามคำชวน แม่จึงก้าวเดินลงไปที่ชายหาดตามลำพัง ผมถึงกับผงกตัวลุกขึ้นนั้งมองดูร่างเกือบเปลือยของแม่ แม่แหย่ปลายเท้าข้างหนึ่งลงน้ำ แล้วก็รีบชักเท้ากลับพร้อมกับขยับตัวเต้นโหยงเหยง มันเป็นภาพที่ชวนมองอย่างที่สุด เมื่อหน้าอกหน้าใจและก้นกอยแม่เต้นผะเยิบผะยาบอย่างเร้าใจผมอย่างที่สุดแล้วแม่ก็เดินกลับมาสมทบกับผม “น้ำเย็นจังเลย”ตอนนั้นเอง ผมกระทำการอย่างปุบปับโดยไม่รู้ตัว ผมยื่นมือไปเหนียวสายรัดบั้นเอวของแม่ ออกแรงดึงพรวดเดียวก็หลุดติดมือผมออกมาแม่ส่งเสียงร้องกรี๊ด ใช้มือกุมของดีด้านหน้าเอาไว้ตามสัญชาติญาณ แต่เมื่อแม่ได้เหลียวมองไปรอบด้านและสำนึกได้ว่า มีแตเพียงเราสองแม่ลูก อาการตกใจของแม่ก้เริ่มแปรเปลี่ยน แม่หันหน้ามองมาทางผมด้วยนัยน์ตาเป็นประกาย กล่าวออกมาว่า“เมื่อลูกต้องการเล่นกับแม่ก็เอากันเลย”แม่คุกเข่าลงบนพื้นผ้าใช้มือข้างหนึ่งผลักผมให้เอนกายนอนหงายและยื่นมือจับขอบกางเกงของผม ออกแรงกระตุกพรืดเดียว ร่างผมก็อยู่ในลักษณะเปลือยกายเหมือนแม่แม่ป่ายขาข้างหนึ่งขึ้นมาคร่อมทับผม มือข้างหนึ่งเริ่มยื่นเข้ามาลูบคลำเครื่องของผมและจับมันเอาไว้ให้อยู่กับที่ พร้อมขยับเคลื่อนร่างของแม่ขึ้นมาคร่อมทับร่างส่วนกลางลำตัวของผม จับยัดแท่งรักผมเข้าสู่ปากช่องเนินรักของแม่ผมไม่อยากจะคิดว่า...อะไรกำลังจะเกิดขึ้นระหว่างเรา 2 คนแม่ลูก เมื่อแม่เริ่มหย่อนก้นอัดเข้ามาอย่างไม่รั้งรอในตอนนี้ ผมกลับเป็นตัวของตัวแล้ว สิ่งแรกที่ผมทำคือ ยื่นมือสำผัสหน้าอกอันเต่งตึงของแม่ กระตุกเสื้อบราให้หลุดออกไปจากหน้าอกของแม่ จากนั้นเริ่มคลึงเคล้าเต้าตึงของแม่ด้วยความรัญจวนใจ ขณะที่แม่ก้มตัวลงมาใช้มือทั้งสองข้างยันพื้นทรายเอาไว้เพื่อรับน้ำหนัก และจะได้ขยับสะโพกได้สะดวก แม่ซีดปากและเอ่ยว่า“ลูกเอ๋ย... ไม่เบาเลยเชียว” แม่เริ่มส่งเสียครางเบาๆ ด้วยความสุขอันพึงใจที่กำลังเกิด โดยเฉพาะเมื่อก้นแม่กระทบเข้ากับหน้าขาผมผมปั่นป่วนรัญจวนใจอย่างบอกไม่ถูก ขณะที่แม่กดร่างทับหน้าขาผมเอาไว้เฉยอยู่เหมือนพักเอาแรง และหลังจากนั้นอีกเพียงครู่เดียวแม่ก็เริ่มขยับเครื่องทำงานกับหน้าขาผมอย่างเอาจริงเอาจัง ผมเกิดอาการเสียววูบวาบตามการกระทำของแม่ไปด้วย แล้วแม่ก็กดก้นของแม่ลงมาประกบนิ้งกับหน้าขาผมอีกครั้ง คราวนี้ผมรู้สึกว่าแม่มีอาการสั่นระริก ทาบร่างลงมาทับผม กอดผมไว้แน่น ผมจึงได้โอบกอดรัดร่างแม่ตอบคืนไป แล้วเราก็ประกบปากจูบกันและกันอย่างดูดดื่มเป็นครังแรก ขณะเดียวกันแม่ยังกดก้นบดเบียดอยู่กับหน้าขาผม ก่อนหน้าที่จะเกิดอาการสั่นสะท้านเมื่อแม่ได้บรรลุถึงจุดไคลแมกซ์เป็นครังแรก อาการเสียวสะยิวของแม่ทำให้ผมเกิดอาการตามไปด้วย ภูเขาไฟผมถึงจุดระเบิดอย่างรุนแรงในขณะที่ร่างของแม่ยังครอมทับผมอยู่นั้นเองอีกครู่ต่อมาแม่จึงได้ยันร่างท่อนบนขึ้น เพ่งมองผม “ปลอดโปร่งโล่งใจขึ้นไหม?” ผมได้แต่พยักหน้าตอบ “แม่ไม่อยากเชื่อเลยว่าเรื่องอย่างนี้จะเกิดขึ้นกับเรา”“แม่สวยจัง ยั่วตายั่วใจพัตเหลือเกิน...กำลังคิดจะปล่ำแม่อยู่แล้วเชียว”“อยากทำอย่างนี้กับแม่มานานแล้ว วันนี้เพิ่งสมหวังเพราะบิกินีชุดนี้”“นึกว่าแม่ไม่รู้เหรอ ทุกครังที่แม่เห็นสายตาพัต เป้ากางเกงพัต แม่ก็รู้ว่าลูกต้องการอะไร”“ยังไม่อิ่มใช่ไหม ?” แม่ถามผมอมยิ้มอย่างเขินๆ“ครับแม่” ผมกล่าวพร้อมกับดันร่างผมขึ้นไปคราวนี้ผมพลิกร่างของแม่ลงมาอยู่ข้างล้างบ้าง ตั้งใจเป็นฝ่ายรุกบ้าง แตแม่ใช้มือยันอกผมไว้บอกอย่างอายๆ ให้ผมใช้ปากกระตุ้นความรู้สึกให้แม่ก่อน ผมรีบทำตามแม่สั้ง ทำตามคำแนะนำด้วยความเต็มใจ ทำให้ผมมีโอกาสได้เห็นเนินรักของแม่อย่างเต็มตาเป็นครั้งแรก แม่แยกขาออกกว้าง จับหัวผมซุกไซ้เนินสามเหลี่ยมหน้าขาสอนให้ผมใชลิ้นไลที่ตรงนั้นตรงนี้ ร่างของแม่เกิดอาการสั่นริกขึ้นอีกครัง แม่ดึงร่างผมเข้าไปประกบกับร่างของแม่ ใช้มือโอบกอดผมไว้ใช้มือข้างหนึ่งจับแท่งรักผมให้เข้าที่เข้าทางพร้อมสั่งให้ผมเดินเครื่องเกือบตลอดทั้งวันผมได้บรรเลงเพลงรักกับแม่อย่างเมามัน บนชายหาดแห่งนั้น เราต่างปล่อยตัวปล่อยใจให้เป็นของกันและกันอย่างเต็มที่ กว่าที่เราจะผละจากชายหาดกลับที่พักด้วยความรักความสุขและดื่มด่ำใจระหว่างเราแม่ลูก เราใช้ที่พักเป็นที่ฮันนีมูล ใช้เวลา 2 สัปดาห์ แห่งระยะเวลา“ข้าวใหม่ปลามัน” ใช้โอกาสนี้เล่นรักกันชุมฉ่ำไปเลย ผมกลายเป้นเครื่องทดลองให้แม่ประลองรักกับผมในแบบในท่าต่างๆ ที่แม่อยากลอง เช่นประตูหลัง ท่ายืน ระหว่างอาบน้ำด้วยกัน และท่าอื่นๆที่แม่อยากทำ ผมก็สนองตามความต้องการอย่างเต็มกำลัง ให้แม่ได้รับความสุขและพอใจทุกครั้งไป

โปรดติดตามตอนต่อไป...........(สักวันหนึ่ง)
บทพิศวาส คัดลอกและดัดแปลงจาก ชุดบีกีนีของคุณน้าก่อเหตุ ในหนังสือ 20 ยอดดาราX เรื่องสั้นเมื่อ 21 ปี ที่แล้ว

TABOO – INCEST เป็นเรื่องที่สร้างอารมณ์ได้มาก แต่ก็ขอให้หยุดอยู่ที่จินตนาการเท่านั้น และขออย่าให้เกิดกับผู้ใดและครอบครัวใดเลยครับ ถ้าท่านไม่ชอบเรื่องแนวนี้กรุณาข้ามไปเลยนะครับ อย่ามาด่าว่ากัน ขอให้ไปอ่านเรื่องแนวอื่นๆ อย่างผมไม่ชอบ ซาดิส ผมจะไม่อ่านเลยไม่ด่าว่าจะข้ามไปเลย ผมขอรับฟังข้อติชมขอวิจารณ์ ก็แต่ บกพร้องอย่างไรควรปรับปรุงอย่างไรสำหรับเรื่องแนวนี้ เพื่อที่จะได้นำไปปรับปรุงในครั้งต่อๆ ไป


TABOO 6 บ้านดวงเดือน ตอนใหม่ 2


--------------------------------------------------------------------------------
 
บทที่ 11. จะรีบไปไหน...จะรีบไปไหน โดยวิรัตน์

2546
พ่อผมชื่อ น.พ.วิศิษฐ เป็นศัลยแพทย์ อายุเท่ากับป้าวันเพ็ญ รู้สึกว่าจะรู้จักกับป้าเพ็ญมาก่อน พ่อเป็นคนต่างจังหวัด พ่อมีน้องสาว 1 คน คือ อาวิไล รับราชการทหาร อยู่ในค่ายทหารจังหวัดบ้านเกิด พ่อมักจะพาผมไปเยียมบ่อยๆ เมื่อปิดเทอม เวลาพ่อออกค่านอาสา พ่อมักจะเลือกมาที่นี่ มาพักอยู่กับอาวิไลในค่าย เนื่องจากบ้านเก่าของปู่และย่าถูกธนาคารยึดไปแล้ว(จำนองเพื่อส่งพ่อเรียนหมอ)3-4 ปีมานี้ พ่อออกค่ายบ่อยขึ้น ไปครั้งละหลายๆ วัน บางทีก็เป็นเดือน แม่เห็นว่าไม่สะดวกที่พ่อจะไปพักอยู่กับอาวิไลบ่อยๆ มันเป็นการรบกวนสามีอามากเกินไป และแม่ไม่สะดวกที่จะตามพ่อไปด้วยเนื่องจากบ้านพักทหารไม่ได้ใหญ่โต พอที่จะต้อนรับใครได้มากๆ ประกอบกับทางครอบครัวอาวิไลเริ่มมีปัญหา พ่อจึงมีโครงการหาที่ปลูกบ้านพักขึ้นมา ทุกคนก็เห็นด้วยด้วยงานของพ่อกับแม่ทำให้เวลาไม่ค่อยจะตรงกันนัก ยิ่งหน้าที่การงานเจริญขึ้นเวลาว่างยิ่งน้อยด้วยกันทั้งคู่ แม่ดูเหงาๆ ไป ดีที่ยังมีผม มีป้าและน้า ที่อยู่ด้วยกันจึงพอจะคลายเหงาได้บ้าง สำหรับผมแล้วยิ่งโตขึ้นยิ่งใกล้ชิดแม่มากขึ้น มีกิจกรรมร่วมกันมากขึ้น ผมกับป้าเพ็ญก็เช่นกัน ถึงป้าจะโสดแต่ก็ให้ความรัก ความอบอุ่นกับผมดุจดังลูกของตัวเอง จนพี่พจน์จะค่อนและแซวอยู่บ่อยๆ เป็นที่ครื้นเครงกันไป2546 หลังจากที่ผมพบว่า น้านากับพี่พจน์(แม่ลูก)มีอะไรกันไม่นาน รู้สึกจะใกล้ปีใหม่แล้ว ผมเริ่มเฝ้ามองและคิดฝันกับแม่เชกเช่นเดียวกับที่พี่พจน์ทำร่วมกับน้านี ผมยังไม่กล้าพอ ถึงแม่จะเหงาแต่แม่ก็ยังมีพ่ออยู่ ต่างจากน้านีที่เป็นม่าย ช่วงนี้เองที่พ่อกลับจากการออกค่าย เรือนดวงดาวฝั่งเราจึงดูคึกคักขึ้นการพูดคุยของพ่อแม่ลูกระหว่างอาหารค่ำเป็นไปอย่างครื้นเครงและอบอุ่น อาจเป็นเพราะไม่ค่อยได้พบกันเรื่องที่อยากพูดคุยจึงมีมาก พ่อเล่าถึงการออกค่ายซึ่งก็ไม่ต่างจากครั้งที่แล้วๆ มามากนัก แต่เราแม่ลูกก็ตั้งใจฟังเหมือนไม่เคยรู้มาก่อน การสนทนาตามติดไปถึงห้องนอนของแม่ จนเวลาล่วงเลย แม่เห็นว่าผมควรให้พ่อพักได้แล้ว จึงออกปากให้ผมกลับห้องไปนอน จะกล่าวตรงๆ ก็ไม่ได้ แต่ผมก็รู้เป็นนัยๆ แม่อยากมีเวลาส่วนตัวกับพ่อ สังเกตุได้ คืนนี้แม่สวมชุดนอนบางเบาสีขาวเรียบลื่นไปกับร่าง ถึงจะมีเสื้อคลุมที่เข้าชุดกันอีกตัวทาบทับเพื่อปกปิดให้พ้นสายตาลูกชาย แต่ก็ไม่อาจปิดบังตุ่มไตที่ชูชันบนหน้าอกอวบอิ่มที่ดุนดันผ่านเนื้อผ้าเรียบลื่น รอยตะเข็บบริเวณสะโพกมิปรากฎให้เห็นร่องรอยของชั้นใน แต่กลับพบเห็นพงพุ่มเลือนลางยามชุดพรายพริ้วต้องแสงไฟไอ้หวงมันก็หวง แต่นี้เป็นความสุขความต้องการของแม่ที่เรารัก พ่อที่เราเคารพจึงมิอาจร่ำอยู่ต่อไปได้ จำต้องออกจากห้อง ปกติจะล๊อกกลอนให้เสร็จ วันนี้มีอะไรดลใจไม่ทราบได้ แม้จะล๊อกกลอนก็จริงแต่หาได้ปล่อยลูกบิดให้เข้าที่ไม่ ลอบแง้มประตูแอบดูด้วยความระทึกพ่อถอดเสื้อคลุมออกจากร่าง เดินเปลือยเข้าหาแม่ที่นอนอยู่บนเตียง โน้มตัวลงกอดรัด จูบเคล้าไปทั้วใบหน้าแม่ระเรื่อยลงมาสู่แผ่นท้องและขาอวบสล้างทั้งคู้ แม่เลื่อนกายจากเตียงสู่พรมพื้น ต่างกอดกันกลมและจูบไซร์ต่อกัน กลับหัวกลับตัวให้ใบหน้าฝังลงหว่างกลางขาของอีกฝ่าย เป็นเพียงโลมเล้าอุ่นเครื่องให้กันและกัน กอดกลิ้งผลัดกันอยู่ล่างและบนพ่อและแม่มาร่วมรักกันจริงจังบนเตียงหนานุ่ม ผมตาเพ่งมองอย่างจริงจังไม่ยอมกระพริบ การโลมเล้าของพ่อไม่ทำให้เกิดความรู้สึกใดนัก แต่ยามพ่อแนบปากแม่คราใด หัวใจผมสะท้านสะเทือนเยือก แม่ให้จูบที่เร่าร้อนตอนแรกสายตามันเพ่งจับจ้องการโลมเคล้าของพ่อ ตรึงอยู่กับการจูบประทับต่อกัน จนผมเองพลอยไหวหวั่นตามไปด้วย ครั้นต่างผละริมฝีปากจากกัน สายตาจึงเลื่อนผ่านแลเห็นการดิ้นของแม่ เป็นการดิ้นยักย้ายส่ายสะโพกอย่างฉวัดเฉวียน สอดรับการกระทำของพ่ออย่างน่าดูชมยิ่งนักแต่ถึงอยากดูอยากชมอย่างไร ก็ดูก็ชมได้ไม่นาน พ่อไม่ทราบว่าจะรีบร้อนเร่งด่วนไปถึงไหน จั้มพรวดๆ อยู่ได้ชั่วแวบเดียว ร่างก็เขม่นเกรงตึง ถึงซึ่งจุดหมายในที่สุด ขณะที่แม่กรีดร้อง“มมม..มไม่..นะ...คุณณณ......” ชำเลืองมองแม่ก็ประสบพบสายตาที่ล่องลอยจับจ้องแพดานด้วยความผิดหวัง สักครู่จึงหลับตาพริ้มลง เอื้อมมือโอบกอดสามีที่ฟุบหมดสิ้นเรียวแรงอยู่บนอกอิ่มของตัวสงสารแม่จัง ถ้าเป็นผมนะ จะไม่ทำให้แม่ผิดหวังเด็ดขาด พ่อครับจะรีบไปไหน....จะรีบไปไหน....อดทนอีกนิดนึงซิ..นะครับ....



--------------------------------------------------------------------------------
 
บทที่ 3. อยากจะรักกับคุณครู โดย วิรัตน์

ผู้ที่อยู่ในวัย และรุ่นราวคราวเดียวกันที่ผมสนิทไว้เนื้อเชื่อใจ ไม่ขายกัน (ไม่อยากใช้คำว่าถึงขนาดตายแทนกันได้) นอกจากพี่สุพจน์แล้ว พิพัฒน์ ก็เป็น 1 ในนั้นพิพัฒน์กับผม(วิรัตน์) อายุเท่ากัน รู้จักและเรียนหนังสือมาด้วยกันตั้งแต่ชั้นประถม กิน,เทียว,ลอกงาน,โดดเรียน,ดูหนังโป๊,ถูกทำโทษ และรับรางวัลด้วยกันเสมอมา ด้วยความสนิทสนมของเราทำให้ครอบครัวของเราพลอยสนิทสนมกันไปด้วย พ่อและแม่ของพิพัฒน์เป็นอาจารย์ แต่สอนอยู่กันคนละโรงเรียน พ่อของพิพัฒน์สอนอยู่โรงเรียนสตรีแห่งหนึ่งโดยมีลูกสาว(พี่สาวของพิพัฒน์)เรียนอยู่ใน ร.ร.นั้นด้วย ส่วนแม่ของพิพัฒน์ แน่นอนครับสอนอยู่ ร.ร.ชายที่เราสองคนเรียนอยู่(ตามเจตนาของผู้แต่ง) พฤติกรรมของเราคู่หูจึงไม่พ้นสายตาทางบ้านไปได้สุขภาพของพิพัฒน์ไม่ดีนักตัวค่อนข้างเล็ก แต่การเรียนอยู่ในระดับที่จัดว่าดีที่เดียว ส่วนผมก็ไม่ได้สูงใหญ่กว่าพิพัฒน์เท่าไรนักพิพัฒน์สูญเสียพ่อและพี่สาวตอนเราอายุได้ 12 ปี(2543) ม.1 ทางโรงเรียนของพ่อพิพัฒน์จัดทัศนศึกษาออกต่างจังหวัด เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตหมด พิพัฒน์จึงกำพร้าพ่อตั้งแต่ ม.1 เรื่องราวของพิพัฒน์เกิดขึ้นหลังจากพ่อของเขาจากไปได้ 3 ปี ซึ่งจะติดตามได้ในบทที่ 6 บันทึกคนนอกบ้าน โดยพิพัฒน์และดวงดาว (ถ้าไม่เบื่อกันเสียก่อน) สำหรับตอนนี้เป็นเรื่องราวของผมครับ ประสบการณ์ครั้งแรกของผมเมื่ออายุได้ 16 ปี (ช้ากว่าพิพัฒน์ตั้งปี)การที่เรียนอยู่โรงเรียนชายล้วนการพบปะกับผู้หญิงในวัยเดียวกันจึงเป็นไปได้ยากและน้อยเต็มที สิ่งสวยงามและสนใจเมื่อโฮโมนทางเพศฉีดพล่าน นอกจากสื่อต่างๆ แล้วย่อมไม่พ้นดอกไม้งามที่ควรค่าแก่การบูชาแต่เรากลับใช้สายตาโลมเลีย อาจารย์ฝึกสอน,อาจารย์สาวๆ จนถึงสูงอายุหน่อย ที่รูปร่างดี แต่งกายโฉบเฉี่ยว เหตุนี้ละมั่งที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมหรือนักเรียนคนอื่นๆ ในโรงเรียนชายล้วนหลายๆ คนชื่นชอบผู้หญิงที่สูงวัยกว่าผมชอบเครื่องแบบที่อาจารย์จะสวมใส่กันอาทิตย์ละ 1 หน อาจารย์สาวๆ ที่รูปร่างดีๆ ใส่เครื่องแบบแล้ว มันจะแน่นรูปร่างทรวดทรงดีนักแล ส่วนที่เหลืออีก 4 วัน ก็สวมใส่ชุดทั่วๆ ไปตามสบาย ตามแต่ถานะ คนจะสวยจะงามแล้วดูยังไงก็สวยสม โรงเรียนที่มีอาคารสูงหลายชั้นล้อมรอบ ย่อมที่จะมีลมพัดสะบัดวนบ้าง ลมเจ้าชู้พลิ้วพัดสะบัดกระโปรงอาจารย์สาวที่เดินเดียวเผยเรียวขาอวบงามและชั้นในที่สวมใส่ คุณเคยพบเห็นไหม? ผมเห็นมาแล้ว และยังจำติดตรึงตาจนถึงทุกวันนี้ผนังและประตูห้องน้ำนักเรียนย่อมมีนักเรียนมืบอนขีดเขียนระบายอารมณ์ ด่ากันเอง ด่าอาจารย์ฝ่ายปกครอง,อาจารย์ที่เฮียบๆ อาจารย์สาวๆ สวยๆ ประจำโรงเรียนก็ไม่พ้นถูกระบายอารมณ์ด้วยถ้อยคำและรูปภาพที่ลามกและหยาบคาย ห้องน้ำมีหลายห้อง แรกๆก็เข้ามันทุกห้องเมื่อความทุกข์มาเยือน และได้อ่านมันทุกห้อง ในที่สุดมันก็ต้องมีห้องโปรด ที่ถูกใจ ถ้าไม่รีบร้อนหรือฉุกเฉินและห้องน้ำไม่สกปรกเกินไปก็จะใช้แต่ห้องนั้น หรือคุณไม่เคยเป็นอย่างผม ถ้าตราบใดโรงเรียนยังไม่มาลบ,มาทาสีทับ ผมก็จะเทียวใช้ห้องโปรดอยู่นั่นแล้วชื่อของอาจารย์หญิงที่ติดอันดับ TOP 5 ประจำห้องน้ำนักเรียนชาย ที่ผมเรียนอยู่ หนึ่งในนั้นก็คือ อาจารย์ดวงดาว แม่ของพิพัฒน์ นั้นเองปี 2547 ม.4 เทอม 2 อายุ 16 ปี ประสบพบเหตุการณ์เมื่อปลายปี 46 (บทที่ 1 และ บทที่ 11) จิตใจก็พลอยหมกหมุ่น ไม่เป็นอันทำอะไร สมาธิล่องลอย คิดถึงแต่เรื่องอย่างว่า น้านา,ป้าเพ็ญและแม่นี ยิ้มหวานอยู่ในห้วงคำนึง จิตใจอ่อนแอแต่แท่งรักแข็งโปก ถูกทำโทษบ่อยขึ้น แต่จิตใจก็ยังไม่กลับคืนมา จนเป็นที่สงสัยของอาจารย์ จนร่ำๆ ว่าจะมาถึงบ้านโดยผ่านทางอาจารย์ดวงดาวแม่ของพิพัฒน์อยู่แล้วแต่พิพัฒน์คงจะสังเกตเห็นและคาดเดาอะไรได้มากกว่าคนอื่นๆ คงจะเห็นปฏิกิริยาทางร่างกายของเพื่อน ในยามที่จิตใจล่องลอยหรือเวลาจับจองมองบรรดาเหล่าดอกไม้งามยามพลิ้วไหวเคลื่อนกายบั้นท้ายสะบัด พิพัฒน์เรียกอาการนี้ว่า ปฏิกิริยาพืชล้มลุก(ดูมันแซวผม)นายขึ้นครูหรือยังวะ ไอ้รัตน์ยัง ถามทำไม?เห็นนั่งซึม วันๆ เรียนแต่วิชาเกษตรพืชล้มลุกไอ้.....!ระบายซะบ้างซิวะ..เครียดอยู่ได้ไปกับพวกไอ้เทพก็ได้มันจะไปตีกระหรี่กันศุกร์นี้ไม่ละ..กลัว...แล้วนายละไม่หรอก ก...กูเคยแล้วเฮย!....เมื่อไรวะ ไม่เห็นบอกกันเลย ไม่ชวนกันบ้างเลยเพื่อนอะไรวะปีที่แล้วหน้ามันแดงเชียวร้ายๆๆๆๆๆ...แล้วมันเป็นไงบ้างวะ?ไม่บอก...ต้องลองเองก็เราไม่กล้าก็เลยเอาแต่มองก้นมองนมอาจารย์แล้วจะให้ทำไงวะเทียวซิ สาวๆ เอ๊าะๆ เยอะไป...ถามไอ้เทพก็ได้ไม่ชอบไม่ชอบ.....ไม่ชอบผู้หญิงหรือวะ..น..นะ...นี้นายชอบผู้ชายหรือวะ มันทำท่ากระเถิบถ่อยออกไปบ้า...กูไม่ได้วิปริตโว้ย...ก...ก.กูไม่ชอบ อ..อ.เอาะๆน..แน่ๆ มิน่า ชอบอาจารย์ ชอบสาวมีอายุ ไอ้โอบาคอนทำไม่ กูชอบของกูแบบนี้ มึงจะทำไมกูไม่ทำไม กูเพื่อนมึง กูก็ชอบเหมือนมึงจริงงะ?จริงงั้นปีที่แล้วสาววัยสูงกว่ายังไงวะสุดยอดเล่าๆเอาไว้ก่อน วันนี้เรื่องของนายพิพัฒน์ บอกว่าสังเกตผมมานานสักพักแล้ว เป็นห่วง ผมก็ไม่กล้าเล่าอะไรให้ฟัง อายมัน ได้แต่บอกเพียงส่วนน้อย ถึงความต้องการทางเพศ แต่อยากมีกับคนสูงอายุกว่าอย่างอาจารย์มยุรา ...อาจารย์ดวงใจ...อาจารย์พิศมัย? มันถาม เออๆล..แล้ว..อ..อาจารย์...ด..ดวงดาว แม่เราละ?เฮย!...ไอ้บ้า นั้นแม่มึงนะ...อ..อย่าพูดบ้าๆมันจี้ถูกใจดำผมเลย (ทำไม่ถึงชอบแม่ๆ นักก็ไม่รู้)เราไม่บ้า เรารู้ สายตานายมันฟ้อง อย่าปิดบังเลย เราคบกันมานานแล้วนะ เพื่อนพิพัฒน์รู้ถึงสายตาผมที่จ้องมอง อาจารย์ดวงดาวแม่ของมันมานานแล้ว มันยังแย้มๆ ถึงที่ผมมองและรู้สึกถึง 3 นารีในบ้านดวงเดือนอีกด้วย ผมยิ่งอึ่งไปกันใหญ่ ไม่ปริปากพูดอะไร ยอมรับอยู่ในที่พิพัฒน์เตือนว่า กับคนในครอบครัว อย่าเอาตัณหา ความใคร่เป็นตัวนำ มันไปไม่รอด มีแต่จะร้าวฉาน รู้ถึงไหนอายถึงนั้น ถ้ารักต้องอดทนและรอบคอบ อย่าหักหาญ ต้องพร้อมใจกันทุกฝ่าย และไม่แย่งของๆใคร ถึงจะผ่านมาได้แล้ว อุปสรรคข้างหน้ามันยังมีอีกมากนักพูดซะเหมือนช่ำชองมีประสบการณ์เลยนะนายพิพัฒน์ไม่ตอบ นิ่ง มองหน้าผม มันเหมือนฟ้าผ่าเข้ากลางใจ รู้ได้ในบัดดลน...นี่นายใช่ปิดเทอมใหญ?ที่บ้านพักของนายนั้นละปิดเทอมใหญ่ปีที่แล้ว เราไปตากอากาศกันที่บ้านพักชายทะเลของบ้านผม เมื่อถึงเวลากลับ พิพํฒน์กับแม่ขออยู่ต่ออีกอาทิตย์ เราก็นึกว่าติดใจบรรยากาศ พิพัฒน์เล่าว่าเขากับแม่ต่างรักซึ่งกันและกันมากว่า 2 ปีแล้วหักจากพ่อเสียไป และได้เปิดใจกันในวันนั้นเอง (บทที่ 6 บันทึกนอกบ้านถ้าไม่ขี้เกียจ)แล้วนายยังจะเสนอเมีย.เอย..แม่นายกับฉันเนียนะ?ก็เพราะเป็นนาย เราถึงกล้าเสนอผมเคยช่วยชีวิตพิพัฒน์ เราไปว่านน้ำกัน พิพัฒน์เกิดเป็นตะคิวจมน้ำเกือบเอาชีวิตไม่รอบ ผมพาส่งโรงพยาบาลที่น้านาทำงานอยู่ เมื่อแม่พิพัฒน์ทราบเรื่องก็ร้องไห้ เป็นลมไปหลายรอบ ตอนนั้นเข้าใจว่าเพราะความเป็นแม่เป็นลูกกันและเหลือกันอยู่แค่ 2 คน พึ่งจะทราบว่ามากกว่านั้นก็ต้อนที่เพื่อนเปิดเผยความลับออกมานายช่วยฉันกับแม่ และฉันว่าถึงเวลาแล้วที่จะตอบแทนนายบ้างต...แต่จะให้เรามีอะไรกับ ม..แม่นายหนเดียว! ฉันให้นายหนเดียว หมดแล้วหมดเลย อย่ามาขอกันอีกแล้วแม่นายจะยอมเหรอ...?ถ้าไม่ยอมก็ไม่มาพูดกับนายหรอกมันบอกว่าตอนปรึกษากับแม่ของมัน ก็ถูกปฎิเสธทันที่และโกรธที่มันจะให้ไปนอนกับคนอื่น มันต้องยกเหตุผล ยกบุญคุณ และอาการที่นับวันจะแย่ลงของผม จนอาจารย์ดวงดาวเริ่มจะเข้าใจ แต่ก็ทำใจยากอยู่ จนในที่สุดก็ยินยอม และต่อรองจะสอนรักให้หนเดียว จะไม่มีอีก ซึ่งก็ตรงกับที่มันตั้งใจเช่นกัน จึงได้มาพูดกับผมเย็นพฤหัส นายมาค้างบ้านเรา ฉันให้เวลานายศุกร์เสาร์เท่านั้นพอใจไหม?ซึ้งใจเพื่อนรักจึงเข้าโอบกอด ขอบใจเพื่อนเออๆ...เพื่อนย่อมเข้าใจเพื่อนแต่ขอร้องอย่ามาพืชล้มลุกกับฉัน ฉันไม่ฝักใฝ่ไม้ป่าเดียวกันโว้ย!2 เกลอหัวเราะร่วนอ.ดวงดาว,น้าดวงดาว หรือ แม่ดวงดาว อายุ 39 ปี (2547) สอนศิลป เสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวมใส่หลาก สไตล์หลายแบบ ตามอารมณ์ศิลปิน หนาบ้างแบบบางก็มี สั้นน้อยๆ ไม่ก็ยาวถึงตาตุ่ม แต่เน้นรูปร่าง sexy เล็กๆ จนถึงพอเอาเรื่อง ในเครื่องแบบจะดูสง่าและโดดเด่นในหมู่อาจารย์ด้วยกัน ด้วยรูปร่างที่จัดได้ว่าเต็มไม้เต็มมือ และรู้สึก อ.ดวงดาวคงจะชอบถุงน่องเป็นพิเศษมักจะสวมใส่ให้เข้ากับชุดที่ใส่เป็นประจำ น้อยครั้งมากที่จะเห็นว่าไม่ใส่มา จะใส่แบบเต็มตัวหรือเปล่าผมไม่ทราบ ทราบแต่ว่า อ.ดวงดาวนิยมใส่แบบที่ใช้สายรัดถุงน่อง อะไรจะสอดรู้ปานนั้น มักก็แค่สังเกตเห็นธรรมดาๆ ไม่ต้องจ้องมองอะไรเป็นพิเศษ วันใดร้อนอบอ้าว อ.ดวงดาวก็จะม้วนถุงน้องลงมากองถึงตรงตาตุ่ม เห็นบ่อยๆ ตอนเข้าแถว เคารพธงชาติ ถ้าเป็นแบบเต็มตัวคงทำไม่ได้ แค่นี้จินตนาการ น.ร. ก็เตลิดแล้วครับ นี้ไม่นับเวลาไปบ้านพิพัฒน์ แม่ดวงดาวดูจะแต่งตัวล่อตะเข้ให้เห็นเป็นพิเศษ คงจะเตรียมการกันเอาไว้ ยิ่งคืนวันพฤหัส ที่มาค้างด้วยแล้ว ชุดนอนสีชมพูบางเฉียบ เล่นเอาเรา 2 คน ตาค้าง ผลัดกันพืชล้มลุกยามชำเลืองมอง ยังแอบได้ยินพิพัฒน์แอบกระซิบถามแม่ตัวเองว่า ชุดใหม่เหรอ?แล้วทำค้อนแม่ตัวเอง คืนนั้นพิพัฒน์มานอนเป็นเพื่อนผม คงอายเหมือนกันถ้าจะแยกไปนอนห้องใหญ่เช้าวันศุกร์ 16 มกราคม 2547 วันครู หรือวันขึ้นครูของผม ร.ร .ปิด พิพัฒน์เปิดทางให้ผม ออกจากบ้านไปแต่เช้า ทิ้งผมอยู่ในห้องคนเดียว หมกตัวนอนอยู่แต่ในห้อง มื้อเช้าก็ยังไม่ยอมลุก เสียงเคาะประตูเรียกของหน้าดวงดาวทำให้ต้องจำใจลุกขึ้นมาเปิดรับอย่างขลาดๆน้าดวงดาววางถาดอาหารไว้บนโต๊ะ นั่งบนเตียงข้างเอว ลูบไล้แผ่นท้องผมทานอาหารก่อน อิ่มแล้วค่อยไปล้างหน้าแปรงฟันอาบน้ำให้สะอาดอาหารเช้ามีกาแฟ ไข่ดาว หมูแฮม ขนมปัง ส่งกลิ่นหอมฉุยแตะจมูก ลำคอแห้งผากไม่นึกอยากแต่ท้องกลับร้อง จำใจลุกขึ้นทานอย่างเงียบๆ กระทั้งอิ่ม หมดเกลียงไม่มีเหลือ นั่งก้มหน้าด้วยความกระดาก น้าดวงดาวกลับหัวเราะเสียงใสไปล้างหน้าแปรงฟันก่อน อารมณ์ผ่องใสแล้วค่อยมาคุยกันผมลุกขึ้นอย่างว่าง่าย น้าดวงดาวนำถาดอาหารออกไปวางไว้ข้างนอก ปิดประตูป้องกันคนเข้ามาเรียบร้อย เดินสู่เตียงนอนแล้วล้มตัวนอนหงายบนเตียงรอเมื่อชำระกายเสร็จสิ้น ก็ค่อยผ่อนใส น้าดวงดาวกวักมือให้มานั่งลงบนเตียง แล้วดึงร่างให้เอนลงนอนเคียงข้าง กอดรัดพลางลูบไล้ด้วยความรักเรานอนตะแคงหันหน้าหากันบนหมอนหนุนใบเดียวกัน ต้นคอผมหนุนท่อนแขนน้าดวงดาว ปากแดงนุ่มตึงวางแนบติดจมูกบนเรียวหนวด ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากลมปากอบอุ่น เป็นความหอมประหลาดพิสดารในความรู้สึกของผมขณะนั้น ไม่เบื่อต่อกลิ่นรวยรินที่ระเหยออกมามือนุ่มลูบไล้เส้นผมอย่างปรานีไม่กลัวแฟนโกรธเอาหรือ?ผมยังไม่มีแฟนครับไม่น่าเชื่อเอ๊ะ...ล..แล้วเราไม่เคยเกิดความรู้สึกทางเพศบ้างเลยรึ?ก..ก็มีบ้างครับอ้อ..ก็เลยไปปลดปล่อยตามซ่อง...ม...ม..ไม่เคยครับ ไม่เคยแม้แต่กอดจูบผู้หญิงเลยครับหากเกิดความต้องการรุนแรง เราใช้มือช่วยตัวเองหรือ?ผมหลบตาต่ำลงคลายเป็นการสารภาพ จึงไม่เห็นรอยแย้มหยาดเยิ้มบนใบหน้าสวยพราวของน้าดวงดาวน้าจ...จะสอนผมจริงๆ หรือครับไม่สอนเราแล้วน้าจะสอนใคร? น้ารักและเอ็นดูเรานะผมกระพุ่มมือกราบไหว้บนพุ่มพวง พลางกอดรัดด้วยความรู้สึกตื้นตันกอดน้าให้แน่นๆ ไม่ใช้กอดอย่างนั้น เอ้อ...กอดอย่างนี้เป็นกอดที่แนบสนิทตะแคงหน้าหากัน วงแขนน้าดวงดาวโอบกอดรัดคอแน่น ผมเงยหน้าเล็กน้อย ปากแดงนุ่มเหนือริมฝีปากก็แนบสนิทไปบนปากของผมอย่างดูดดื่ม ตกใจด้วยไม่ทันรู้ตัวเตรียมจะเบือนหลบผละจาก ร่างที่นอนตะแคงก็ถูกโถมให้นอนหงาย มีร่างหนักอึ่งของน้าดวงดาวทาบทับเบื้องบนปากที่แนบสนิทต่อกันดูดดุน ลิ้นเรียวแหลมสะกิดให้ปากผมดูดดุนตอบ ลิ้นสีชมพูสดเรียวแหลมอุ่นนุ่มเคลียไปรอบปากและผนังปุ่มเหงือกภายใน ดุจดังปลายพู่กันตวัดภาพ ลายเส้นขวักไขว่ไปมาวุ่นวาย สุดท้ายก็พบกับปลายลิ้นของผม เหมือนเซ็นต์นามให้สัตยาบันต่อกันฉะนั้นไม่เคยถูกจูบกระตุ้นเร้าแบบนี้มาก่อน การถูกปลุกเร้าด้วยลีลาอ่อนละมุนนุ่มนวล ร่างกายก็เริ่มมีปฏิกิริยาสนองตอบรำไร พยายามสะกดกลั้นความรู้สึกอย่างเต็มที่ น้าดวงดาวมีไหวพริบกว่าย่อมรู้ผลของการปลุกเร้าแล้วปล่อยมือพลิกตัวหันกลับมานอนหงายตามเดิม ใบหน้ายิ้มอิ่มเอมวิรัตน์เห็นน้าแก่มากไหม?ใครว่าน้าแก่ คนนั้นก็ตาบอดตาฟางใช้ไม่ได้ครับแล้ว ไม่แก่จะแก่เมื่อไรกันจ้องมอง พิจารณาอย่างจริงๆ จังๆ ประกายตาเกิดความสนเท่ห์ปากพึมพำออกมา ที่จริงจะต้องแลเห็นร่องรอยความแก่ ผมเห็นน้าเป็นสาวมาแต่เด็ก กระทั้งเดียวนี้ก็ยังแลเห็นเป็นสาวเหมือนเดิมน้าดวงดาวเสือกตัวให้แผ่นหลังหนุนหมอน มือเท้ากางเหยียดออกเต็มที่ บอกอาการของคนบิดขี้เกียจ เหนี่ยวคอผมให้พลิกคว่ำซบหน้ากับอกนุ่ม วงแขนโอบไปรอบกายพลางถามต่อน้าจะให้ผมทำจริงๆ หรือครับ?วาจาน้าไม่น่าเชื่อถือรึ?น้าไม่ต้องการบีบบังคับขืนใจให้เธอทำในสิ่งที่ไม่ต้องการ ถึงแม้ตาพัฒน์จะขอไว้ เธอมีสิทธิ์จะใคร่ครวญและปฎิเสธได้อาจารย์ดวงดาวบอกต่อด้วยเสียงนุ่มนวล แผ่วเบา และช้าเนิบ ให้ผมใช้สมองในการคิดและตัดสินใจอย่างอิสระ เสรีเต็มที่ ผมถอนใจออกมาอย่างแรงน้าพอจะบอกผมตามตรงได้ไหมครับ ทำไมถึงยอมผม?น้ารักพิพัฒน์ เธอคงรู้เรื่องแล้วครับเมือเขาขอร้อง ก็ยากปฎิเสธ และยิ่งเป็นเธอ เพื่อนรักของเขา คนที่น้าเห็นมาแต่เล็ก คนที่ช่วยชีวิตลูกน้า....เออ...ส..สามีของน้า มันก็เหมือนช่วยน้า และเธอคงเก็บเรื่องนี้ไม่ให้ฉาวโฉ่ออกไป น้าไว้ใจเธอนะน้าไม่กลัวท้องหรือครับ?ผู้หญิงเมื่อรู้ล่วงหน้า เธอย่อมรู้จักป้องกันจ๊ะผมนิ่งอึ่งไป สองผัวเมียแม่ลูกคู่นี้ออกจะพิสดารมือเย็นนุ่มลุกไล่แผ่นอก ระเรื่อยต่ำลงสู่แผ่นท้องค่อยเรียกพละกำลังกลับคืนมาให้ชุ่มชื่นเล็กน้อย รังสีสัมผัสของฝ่ามือกับแผ่นท้อง ให้ความรู้สึกซาบซ่านอย่างไม่เคยพบ จะหลบเบือนก็อาลัยต่อความรู้สึกพริบตาต่อมา คล้ายมีแสงสว่างกราดเข้ามาในสมอง เลือกทางตัดสินใจ พลิกตะแคงหันหน้าเข้าหา โอบกอดสอดผ่านเสื้อคลุมร่างเนียน สำผัสต้องเนื้อกายฉ่ำนุ่มตึงชวนวะหวามผมไม่เคยมาก่อน อาจารย์กรุณาสอนผมนะครับถ้อยวาจาของผม เป็นคำตอบที่พึงพอใจแก่อาจารย์ดวงดาวยิ่งนัก อึดใจต่อมาเสือคลุมก็ปลิวจากกายเผยให้เห็นความงามผุดผ่องอันละลานตาเบื้องหน้า จ้องมองตะลึงตาไม่กระพริบเพราะไม่เคยแลเห็นภาพโสภาสุดยอดมาก่อนเลยในชีวิต หมายถึงไม่เคยเห็นผู้หญิงสวยเปลือยกายให้ยลเบื้องหน้ามาก่อนนั่นเองธรรมชาติย่อมกระตุ้น ให้เกิดสัญชาติญาณรับรู้เอง แม้จะไม่เคยแก่การมาก่อน การลูบคลำกอดจูบคลึงเคล้าไปตามปุ่มเนื้ออันเร้ารึงใจ เป็นเองโดยไม่ต้องสอนให้เหนื่อยยากแต่อย่างใดความสวยเย้ายวนสลักใจของอาจารย์ดวงดาว ทำให้เกิดความรู้สึกขึ้นมาเอง ร่างเพราพิลาสบาดตานี้ควรแก่การทะนุถนอมแต่เบามือ ไม่ควรตะโปมคลึงเค้นให้ฟกช้ำขัดยอก แม้แต่การจูบจุมพิศก็แผ่วเบากลัวกลีบเนื้อตรงที่จูบจะช้ำชอกให้เป็นตำหนิ ปากแนบปากหอมกรุ่นชวนรัญจวนและบดคลึงไปมาอย่างหลงใหลผ่านการคลึงเคล้าพอสมควร ป่ายปีนขึ้นทาบทับ มือลูบไล้ไปมาบนพูเต่งตึงนุ่มแน่นเด่นนูน คิดจะศึกษาความลี้ลับภายในด้วยปลายนิ้ว กลับถูกปัดออกและถูกรั้งให้แนบประกบตรึงแน่นปิดสกัดการรุกล้ำธรรมชาติของอสรพิษย่อมเลื้อยไปด้วยเกร็ดหน้าท้อง ส่ายและกระดึบไปเบื้องหน้า เมื่อพบช่องทางผาตันจะวกกลับมาที่ฐาน และเริ่มไต่หาร่องระแหงต่อไปใหม่ ไม่นานก็เสาะพบด้วยความแตกตื่นยินดีมันเป็นการเสาะพบที่อีกฝ่ายลอบช่วยเหลือ อารามแตกตื่นหมายจะทะลวงพรวดเดียว รุดสุดคูหาสวรรค์รวดเดียวจบ ถูกสกัดกั้นไว้ด้วยกลเชิงอันจัดเจน แล้วปล่อยให้ค่อยกระดืบไหลเลื่อนสู่ภายในที่ละนิด ที่ละนิดการศึกษาเรียนรู้ภาคปฏิบัติด้วยของจริง โดยไม่ต้องใช้ปาก เป็นบทเรียนที่ช่วยความจำได้ดีเยี่ยมที่สุด ดังนั้นความสดใหม่ของวัยรุ่นจึงไม่ยับเยินถึงเลือด อีกทั้งไม่ระคายชอกช้ำผิวให้เกิดเจ็บปวดกลกามของสัตว์โลกล้วนดำเนินไปในแบบเดียวกันทั้งสิ้น แบบฝึกหัดเริ่มต้นของผมก็เช่นเดียวกับคน ทั่วไป เว้นไว้แต่ผู้ให้การฝึกสอน เป็นผู้จัดเจนต่อศิลปะการร่วมรักชั้นเลิศที่ยากจะหาพบที่เดียวความรู้สึกของผมให้แตกตื่นทึ่งใจต่อรสสำผัสไม่อาจจะนิยามออกมาได้ถูกต้องครบถ้วน ต่อการสำผัสคล้ายดังเกิดอาการมึนงงหนักอึ้ง ยามเล็ดลอดผ่านไปบนกรวยโตกแคบตีบ จนต้องใช้การเบียดกระแซะแทนการรุดหน้าพุ่งใส่ คล้ายถูกแรงบีบอัดรัดแน่นให้เคลื่อนไปไม้สะดวก ที่จริงแล้วกลับสะดวกดีมาก ด้วยมีสิ่งหล่อลื่นมาช่วยทำลายอาการฝืดเค้น ชะโลมลูบไล้ปลอบโยนให้ชุ่มชื่นและทรงพลังคึกคักทวีขึ้นความไม่เคยต่อการสำผัส แม้จะได้รับการฝึกสอนจากอาจารย์ฝีมือยอดเยี่ยมแล้วก็ตาม นี้เป็นครั้งแรกในชีวิตผม ไม่สามารถควบคุมภาวะจิตที่แตกตื่นและอาการเครียดเค้นที่อยู่ภายนอกการบังคับของหัวใจได้ อาจารย์ดวงดาวพยายามช่วยผ่อนภาวะจิตใจให้เต็มที่ก็ไม่เกิดผล จำต้องปล่อยให้ทำนบพังในพริบตานั้นเองซบหน้าลงกับบ่าหอบฮัก ไม่มีความรู้นอกเหนือไปกว่าการปลดปล่อย ไม่รู้ว่าอาจารย์ยังไม่เสร็จสมร่วม ขยับจะเคลื่อนจากการทาบทับ กลับถูกกอดตรึงแน่นเหนี่ยวรั้งไว้ไม่ยอมให้ผละจากเหนียวแน่นอาจารย์เชียวชาญเชิงกว่ามากนัก ไม่คิดจะให้ผละจากกระทันหัน จนกว่าจะสิ้นรัญจวนคืนสู่สภาพปกติ ขับไล่ผมสู่ห้องน้ำชำระคราบสกปรกก่อน ส่วนตัวเองกลับนอนทอดกายระทวยบนเตียงเนิ่นนานกว่าผมจะออกจากห้องน้ำก็ด้วยความอับอายบัดสีใจอยู่ อาจารย์ดวงดาวสู่ห้องน้ำชำระกายบ้าง น้าดวงดาวสามารถไล่ผมทันในระดับจวนแจที่สุด รับเอาหัวกระทิจากผมมาสะสมในร่างไม่ยอมให้สูญเสียไปแม้แต่หยาดเดียว ผมถูกร่างอวบอิ่มแนบชิด ไม่นานความรู้สึกที่ปวกเปียกค่อยกลับสู่ความคึกคักใหม่ น้าดวงดาวส่งเสียงหัวเราะอย่างพึงพอใจ สมใจ ที่ผมเกิดคึกคักได้รวดเร็วทันใจ ไม่ต้องรอนานจนน่าเบื่อปากงามแนบบนปากของผมอย่างดูดดื่ม เสื้อคลุมต่างถูกเปลื้องออกจากกายอีกครั้งน้าล็อคประตูหรือเปล่าครับ?กลัวไม่เข้าเรื่องผมไม่.......ปากถูกแนบสนิทไม่ยอมให้เอ่ยต่อ จึงจำต้องโลมเคล้าความผุดผ่องให้เกิดหฤหรรษ์ต่อรสสัมผัส เป็นการกรุยทางนำร่องก่อนจะร่วมรักต่อกันมารู้ที่หลังว่าพิพัฒน์เจ้าของห้อง ไขกุญแจแอบดูอยู่ แอบลอบมองเพื่อนรักและแม่ของตัวเริงรักเริงสวาทต่อกัน มันบอกว่าการได้ดูการร่วมรักที่อุดมด้วยศิลปะ บางครั้งดีกว่าเป็นผู้แสดงเสียเองด้วยซ้ำไปครั้งแรกกับครั้งนี้ผิดกันลิบลับ ความแตกตื่นใดๆ ไม่มี อาการกระเหี้ยนกระหายถูกถอนไปหมดสิ้น คงเหลือแต่แก่นแท้ของกลกามเพียงประการเดียว การร่วมรักเพื่อบันเทิงสุขก็เริ่มขึ้นอย่างมีรสมีชาด อาจารย์ดวงดาวค่อยสั่งค่อยสอนให้เข้าซึ้งในการร่วมรักทีละนิด กลกามไม่ใช่เรื่องยาก ไม่ช้าก็เข้าใจลึกซึ้ง หากทอดเวลาให้นานออกไป มีชั่วโมงบินมากขึ้น ผู้เรียนจะกลายเป็นผู้เชียวชาญอย่างหาตัวจับยากทีเดียวอาจารย์ดวงดาวครอบศิลปะและวิธีหาความสุขจากการร่วมรักให้ผมครบถ้วนเต็มสูตร เล่นเอาผมหมดสิ้นเรียวแรงหลับเป็นตายไปจนถึงเที่ยงวันเสาร์ จนพิพัฒน์ต้องมาปลุกให้ไปทานอาหารกลางวันด้วยกัน การสนทนาระหว่างมื้อทำให้รู้ว่า เมื่อคืนมีผมเท่านั้นที่นอนสลบ อีกสองชีวิตกลับไม่ได้หลับได้นอนกันทั้งคืน ผู้หญิงนี้ มหัศจรรย์จริงๆบ่ายนั้นก่อนกลับ ด้วยความอาลัยในรสสวาทที่เรียนรู้และทราบว่าเมื่อก้าวพ้นประตูบ้านออกไป สัญญาต้องเป็นสัญญา แม่เพื่อน เมียเพื่อน เพื่อนห้ามแตะ ไม่งั้นโลกแตก กอดพิพัฒน์ขอบใจในน้ำใจของเพื่อนที่มีให้ นั่งลงกราบแทบคุณแม่ดวงดาว คุณน้าดวงดาว อาจารย์ดวงดาว ครูสอนรักของผมที่นั่งอยู่บนโซฟาด้วยความสำนึกและตื้นตัน มีเพื่อนรักยืนยิ้มอย่างเป็นมิตรอยู่ข้างๆ และมือนุ่มเนียนลูบศีรษะผมอย่างปราณีเงยหน้าขึ้นสบตาทำท่าจะเอยปากก็กระดากอยู่ จนน้าดวงดาวถาม จึงกลั้นใจเอยปากขอใบรับรองการศึกษา เล่นเอาน้าดวงดาวและพิพัฒน์งุนงงเอาไปทำอะไรวะ?ที่ระลึกแล้วจะให้เขียนว่าไงวะ.....วิรัตน์ได้แอ้มดวงดาวแม่เราแล้วเหรอ?บ้า! น้าดวงดาวค้อนลูกชายไม่ใช่แบบนั้น...คือเราอ..อยากได้...เ..เออ...อะไรวะ?ช...ชั้นในที่น้าใส่อยู่ครับเงียบกริบ ใบหน้าน้าดวงดาวแดงซ่าน พิพัฒน์หัวเราะลั่นฮะ...ฮะ...จะเอากางเกงในแม่เราไปเป็นที่ละลึก ...ฮะ..ฮะ...ไอ้โรคจิต เอาสิเอาเลย อยากรู้แล้วละว่านายจะสะสมได้กี่ชิ้นกี่คนกันให้มันเถอะแม่จ้า...เมียจ้าแน่....บ้ากันใหญ่แล้ว ทั้งลูกทั้งผัว ทั้งกิ๊กปากก็บ่นใบหน้าก็แดงเขินอาย ก้มหน้าหลบสายตา แต่ก็ก้มลงเอื้อมมือจะรั้งกระโปรงบานขึ้นมาก...ก็ได้...เดียวแม่!อะไรเหรอ?แม่ไม่ต้อง..ให้วิรัตน์มันถอดเองบ้า!ผมค่อยๆ คลานเข้ามาหยุดตรงปลายเท้าน้าดวงดาว เอื้อมมือซ้ายอ้อมจับปลีน่องขวา และมือขวาจับหัวเข่าซ้ายของน้าดวงดาว ค่อยๆเลื่อนมือทั้งสองสูงขึ้น ลูบไล้ไปมาสู่ด้านบนอาจเป็นประสบการณ์แปลกใหม่และเกิดขึ้นต่อหน้าลูกชายตัว ร่างของน้าดวงดาวจึงมีอาการสั่นสะท้านไหว ถึงกับซบหน้าลงบนไหล่กว้างของลูกชายสามีที่รัก และโน้มคอลูกชายลงมากอดไม่ต้องทำอะไรมากไปกว่าไล้ฝ่ามือขึ้นสู่ด้านบน จนมาถึงขอบและเป้าชั้นในเบาบาง หยาดอุทกก็หลั่งไหล ร่างกระตุกเกรง บิดขาไขว้กัน โอบกอดลูกชายแน่น ก้าวสู่ฉิมพลีน้อยๆ อีกครั้ง พิพัฒน์ถึงกับแซวแม่นี้มีบุญนะ ได้ขึ้นสวรรค์บ่อยๆน้าดวงดาวได้แต่เอากำปั้นน้อยๆ ทุบลงบนอกลูกชายจอมแซว และซุกหน้าอยู่อย่างนั้น ไม่ลืมที่จะขยับยกขาให้ผม เมื่อผมถอดเลื่อนชั้นในที่เปียกชื้นลงสู่ข้อเท้าเอา!...อย่าลืมลงชื่อเซ็นต์รับใบรับรองด้วยละทีนี้ผมงุนงงบ้าง พิพัฒน์ทำยิ้มกรุ้มกริ่มเงยหน้าทำไม่รู้ไม่ชี้ว้าย!...น้าดวงดาวกรีดลั่น เมื่อกระโปรงถูกดึงสูงขึ้นจนพ้นเอวด้วยฝีมือสามีตัวแสบ เนินนูนพุ่มพฤกษ์หย่อมน้อยๆ ปราศจากชั้นในปิดบัง ลอยเด่น จนเจ้าของต้องละมือมาปกปิดให้วุ่นวายกู๊ดบายคิส เพื่อนรักเพียงแคนั้นฝ่ามือทีสาระวนคอยปกปิดก็หยุดนิ่งและละออกจากพุ่มป่า ผมจ้องมองไปทีหน้าเพื่อนรักที ที่แม่เพื่อนที ก็พบแต่รอยยิ้มและความเป็นมิตร มีอายบ้างก็จากน้าดวงดาว น้ำใจเพื่อนยากจะตอบแทนจรดปลายจมูกสู่พุ่มพฤกษ์ สูดลมหายใจให้เต็มปอดหวังจะจดจำกลิ่นหอมของเนินนูนเนินแรกในชีวิตเอาไว้ให้เนินนาน ก่อนที่จะบรรจงจูบลงไปเป็นการลำลาอย่างอาลัย แต่ไม่วายอดไม่ได้ที่จะตวัดปลายลิ้นสำผัสรสก่อนลาจากขอบใจเพื่อน ขอบคุณครับน้าดวงดาว คุณครูสอนรักของผมผมเดินตัวเบาออกจากบ้านพิพัฒน์ ในมือก็กอบกำชั้นในเรียบลื้นบางเบาลายลูกไม้สีฟ้าอ่อนกลับบ้านตลอดทาง


โปรดติดตามตอนต่อไป...........(สักวันหนึ่ง)
บทพิศวาส คัดลอกและดัดแปลงจาก พิศวาสไร้เทียมทาน ( 1 ) ของ ชาย ชาตรี นิยายพิศวาสเมื่อ 25 ปี ที่แล้ว สมัย กระบี่ไร้เทียมทาน


 


 

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เสน่ห์หาบ้านทุ่ง

 เสน่ห์หาบ้านทุ่ง เขียนโดย ไอ้กล้า            สายตาทิดหาญที่กำลังแนบเข้าหาฝาใบตองสานเก่าๆนั้น มันเองใจเต้นตึกตักอยู่ในอกกับสิ่งที่เห็นภายในก...