รักไม่มีขีดจำกัด (ความรักของผม ปี2) 1-6
ไม่ทราบผู้เขียนนะครับ เท่าทีผมมี มีแค่ตอนที่ 1 - 11 เท่านั้นเอง จริงๆผมไม่คิดจะเอาภาค 2 ของ
ความรักของผม มาลง นะครับ เพราะผมมีไม่ครบภาค มีแค่ถึงตอน 11 เท่านั้นเอง และผมก็หาตอน 12
อยู่และไม่เจอครับ ไม่มีด้วย เจอแต่การประกาศการยุติการเขียน ผมเลยไม่รู้ว่าคนเขียนท่านเขียนแล้ว
และผมหาไม่เจอ หรือว่าท่านเลิกเขียนไปแล้ว ท่านที่อ่าน ความรักของผม มาแล้ว แล้วรู้สึกชอบ
ก็มาอ่านต่อนะครับ เพราะเนื้อเรื่องเท่าที่ผมอ่านก็จะเป็นมุมกว้างมากกว่า 4 สาว ในภาคแรกนะครับ
แต่ถ้าแบบคิดว่ากลัวค้างคาใจก็ผ่าน ความรักของผม ปี2 ไปเลยนะครับ แต่หากใครมีตอนต่อไปก็นำมาลง
ได้นะครับ เพราะผมก็อยากได้เรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน
***************************************************************
รักไม่มีขีดจำกัด (ความรักของผม ปี2) ตอนพิเศษ
สวัสดีจ้ะ เราพลอยเองนะ พี่พลอย พี่สาวสุดที่รักของเหลียงไงละ จำกันได้รึป่าว คราวนี้ เราขอเล่าบ้างละกันนะ ปล่อยให้เหลียงเล่ามาตั้ง30กว่าตอนแล้วนิ หลายคนคงสงสัยกันละสิ ว่าทำไมอยู่ๆ เราถึงมาเล่าเองแทนที่จะเป็นเหลียง ก็ไม่มีอะไรมากมายหรอก แค่กลัวทุกคนเบื่อกัน ก็เลยเปลี่ยนบรรยากาศเป็นเรามาเล่าบ้างไงละ ซึ่งเราคิดว่า ที่ผ่านมา ทุกคนได้รู้แต่ความคิดของเหลียงอยู่ฝ่ายเดียว โดยไม่รู้ว่าเราคิดยังไง เรารักเหลียงมากมั๊ย เราคิดยังไงกับเหลียง ตอนนี้ มันจะทำให้ทุกคนได้รับรู้ถึงความในใจลึกๆของเราบ้างไงละ.. แต่ เราขอบอกไว้ก่อนนะว่า เราเล่าเรื่องอย่างว่าไม่ค่อยเก่ง ถ้าไม่ถูกใจก็อย่าว่ากันนะ
หลังจากสงกรานต์ผ่านไป นี่ก็ผ่านมาอีกหลายวัน ก็เป็นอาทิตย์แหละ ตลอดหลายวันนั้น เหตุการณ์ที่บ้านของพวกเราก็ไม่มีอะไรมาก ออกจะน่าเบื่อซะด้วยซ้ำ ปิดเทอมนานๆ มันก็น่าเบื่อแบบนี้แหละ แต่ยังดีนะ ที่บางวันได้เหลียงช่วยทำให้หายเบื่อไปชั่วครั้งชั่วคราว ก็แหม แฟนเราใช่จะมีเราแค่คนเดียวนิ ยังมี แพ็ท กับน้องๆอีกตั้ง3คน เราเองเป็นพี่ใหญ่ ก็ต้องยอมให้น้องก่อนอยู่เสมอ จะมีก็แค่บางวันที่เหลียงมานอนกับเราได้ ส่วนเวลาที่เหลือ เหลียงเค้าก็ไม่ค่อยได้ใช้เวลาอยู่กับเรานักหรอก เราเองก็รู้สึกน้อยใจนิดๆเหมือนกันนะ ทั้งๆที่เราเองเป็นแฟนของเหลียงแท้ๆ และเหลียงเองก็บอกว่า เค้ารักเรามากที่สุด แต่สิ่งที่เค้าทำมันกลับทำให้เราอดน้อยใจไม่ได้ แต่ก็ช่างเหอะ ขอแค่รู้ว่าเหลียงยังรักเราก็พอแล้ว...
เช้าวันนี้เป็นวันที่อากาศค่อนข้างร้อน(มากๆ) ถึงขนาดเราต้องตื่นลงมานั่งที่โซฟาห้องนั่งเล่นเลย เพราะทนนอนอยู่บนห้องไม่ไหว เพราะมันร้อนมาก และตอนเช้า บ้านเราจะปิดแอร์ด้วย เพื่อเป็นการพักแอร์ เราก็เลยต้องลงมานั่งเล่นนอนเล่นที่โซฟาห้องนั่งเล่น เพราะห้องนั่งเล่นเปิดแอร์ได้ เรากดรีโมทเปลี่ยนช่องทีวีไปเรื่อยๆ สักพักเราก็ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องจากบนบ้าน ไม่นานเราก็เห็นชายหนุ่มสุดที่รักของเราเดินลงมาแบบงัวเงีย ผมเพร่ากะเซอะกะเซิง เหลียงเดินมาถึงก็ล้มตัวลงนอนตักเราบนโซฟา
"นี่อยู่ดีๆก็มานอนตักพี่..เดี๋ยวแม่มาเห็นเข้าจะว่าไงละ" เราดุเหลียง ทั้งๆที่ในใจเราแอบยิ้มอยู่นิดๆ
"ก็ผมง่วงนิ..บนห้องมันร้อน" เหลียงตอบสั้นๆก่อนจะเอาหมอนข้างมากอดและนอนหนุนตักเราต่ออย่างสบายใจเฉิบ
"ตัวพี่หอมจัง..น่ากอดอ่ะ" เหลียงพูดกับเราอย่างน่ารัก แหม อ้อนแต่เช้าเลยนะยะ
"นี่รู้นะว่าคิดอะไรอยู่..ทีเมื่อคืนยังไม่มาหาพี่เลยนะ.." เราตอบแบบงอนๆ ก็ทีเมื่อคืน เรานอนรอเหลียงตั้งนาน เหลียงก็ไม่มาหา คงจะมัวแต่มุดเข้าถ้ำแพ็ทอยู่ละสิ
"ก็แพ็ทไม่ยอมปล่อยผมเลยนิครับ..กว่าจะได้นอนเกือบเช้าแน่ะ" แหม ไม่ต้องบรรยายถึงขนาดนั้นก็ได้ยะ
"นี่ๆ..ยังมีหน้ามีเล่าให้พี่ฟังอีก" เราหยิกแก้มเหลียงเบาๆ เหลียงจับมือเราแล้วเอามาจูบเบาๆ เรารู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก เหลียงนอนตักเรา เราก็เอามือลูบหัวเหลียงด้วยความรัก ความรู้สึกที่ชายคนรักนอนหนุนตักเรา มันทำให้เรามีความสุขมากจริงๆ เราก็ไม่รู้นะ ว่าทำไมเราถึงได้ภักดีกับเหลียงเพียงคนเดียว ทั้งๆที่มีคนมาจีบเราตั้งเยอะแยะ แต่ไม่ว่าใครที่มาจีบเรา เราก็ไม่เคยแม้แต่ใส่ใจ ไม่ว่าใคร ก็ทำให้เราหวั่นไหวไม่ได้ ความภักดีที่เรามีให้กับเหลียงมันไม่มีวันที่จะแปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นไป ได้ อาจจะเป็นเพราะเรารักเหลียงมาก แต่ว่า เราก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่เหตุผลทั้งหมดที่ทำให้เรามอบความภักดีให้กับ เหลียง...
"ช่วงนี้ผมไม่ค่อยมีเวลาให้พี่..แต่พี่อย่าหมดรักในตัวผมนะ" เหลียงพูดประโยคนึงกับเรา เราถึงกับน้ำตาคลอเลย เรานึกว่าเหลียงจะไม่ใส่ใจเรื่องเนี้ซะอีก แต่ที่ไหนได้ เค้ายังใส่ใจเราเสมอ โถ่ เราได้แต่คิดว่า เราจะหมดรักในตัวเค้าได้อย่างไร ในเมื่อหัวใจของเรามีเค้าแค่คนเดียว
“ไม่ไปอาบน้ำละเหลียง..จะได้หายง่วง”
“ไปก็ได้..แต่พี่ต้องไปอาบกับผมนะ”
“เดี๋ยวเถอะ..เดี๋ยวนี้ชักเอาใหญ่แล้วนะ” เราดุเหลียง พร้อมกับตีแขนเค้าเบาๆ อยู่ดีๆมาชวนเข้าห้องน้ำ ใครที่ไหนจะไปกันละยะ
“ไม่ไปห้องน้ำ..ก็ไปห้องนอนแทนแล้วกันนะครับ” เหลียงพูดกับเราอย่างเชิญชวน เราก้มลงมองตาเหลียง เรารู้ได้ทันทีว่า เค้ากำลังต้องการอะไรจากเรา เราได้แต่แอบยิ้มเล็กอยู่ในใจ แล้วก็เบี่ยงหน้าหลบสายตาเหลียง ก็แหม อยู่ดีๆก็มาชวนขึ้นห้อง เราเองก็อายเป็นเหมือนกันนะ เรายังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ เหลียงเค้าก็สอดมือเข้ามาในเสื้อกล้ามของเรา แล้วก็ค่อยๆขึ้นมาจนถึงบราที่ปกปิดหน้าอกของเรา
“นี่..อย่านะ.เดี๋ยวคนอื่นมาเห็น” เราดุเหลียงเบาๆ แต่เหลียงก็ไม่สนใจ กลับบีบขยำหน้าอกเราอย่างมันมือ เราเองก็รู้สึกขนลุกสู้ ไปทั้งตัว ถ้าเพื่อนผู้หญิงคนไหน เคยโดนแฟนล่วงนมแล้วบีบขยำแบบเราโดนอยู่ตอนนี้คงจะเข้าใจความรู้สึกดีนะ เหลียงบีบหน้าอกเราเหมือนกับบีบฟองน้ำ เหลียงค่อยๆสอดมืออ้อมไปด้านหลังเรา แล้วเหลียงก็ปลดตะขอบราของเราออกอย่างชำนาญ แฟนเรานี่ สงสัยต้องเคยไปปลดบราของสาวๆคนอื่นแน่ๆเลย ไม่งั้นคงไม่คล่องขนาดนี้ แต่เราก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะตอนนี้ เหลียงเค้าทั้งบีบทั้งเค้นนมเราอย่างกับจะให้มันแหลกสลายคามือ ตอนนี้เราไม่ได้ขัดขืนเหลียงเลยล่ะ ได้แต่เคลิบเคลิ้มไปกับการเล้าโลมของแฟนเราอย่างมีความสุข เหลียงบีบหัวนม เราทั้งสองข้าง เราถึงกับเม้มปากซีดเพราะความเสียว ถ้าทุกคนอยากรู้ว่าความรู้สึกของเราตอนนั้นมันเป็นยังไง ก็ลองนึกถึงตอน ใช้ไม้ลำสีปั่นหูดูสิ นั่นแหละ เรารู้สึกแบบนั้นเป๊ะเลย มันทั้งเสียวทั้งเคลิบเคลิ้มเหมือนล่องลอยอยู่บน ปุยนุ่น ขณะที่ส่วนบนของเรากำลังถูกเหลียงจู่โจม ท่อนล่างของเราก็มีอาการตอบสนองตามธรรมชาติของผู้หญิง ร่องหีของเราเริ่มรู้สึกคันยิบๆ เหมือนมีใครมาเกาตรงโพรงหี มันเหมือนต้องการจะบอกเราว่า อยากได้ท่อนควยดุ้นใหญ่ๆมาทะลวงหีให้หายเงี่ยนชะมัด เราเองถึงกับต้องหนีบขาแน่นเพราะรู้สึกว่ามันเริ่มจะแฉะๆแล้ว แต่กระนั้น ก็ไม่พ้นสายตาของแฟนหนุ่มของเรา เหลียงเหมือนจะรู้ว่าน้องสาวของเรามันแฉะแล้ว เหลียงรีบลุกขี้นและลงไปนั่งกับพื้นทันที เหลียงจับขาเราถ่างออก เราต้องรีบเอามือปิดเป้ากางเกงขาสั้น(มาก) ของเราทันที ก็มันแฉะไปหมดขนาดนั้นแล้วนิ เราก็อายเหมือนกันนะ เหลียงค่อยๆดึงมือของเราออก เราก็อายจนต้องมองไปทางอื่น แต่เราก็รู้ว่าเหลียงเห็นอะไร มันแฉะขนาดนี้ เป้ากางเกงเรามันคงจะเปียกไปหมดแล้วล่ะ
“แหม..อยากโดนดุ้นก็ไม่บอก..น้ำเยิ้มเชียว” เหลียงแกล้งพูดยั่วเรา เราถึงกับหน้าแดงซ่าน ถึงแม้เราจะเคยมีอะไรกันมานับครั้งไม่ถ้วน แต่เราก็ยังอายอยู่ดี
“ม.ไม่เคยเห็นรึไงละ..จ้องอยู่ได้..” เราพูดอย่างอายๆ เหลียงลุกขึ้นช้อนตัวเราและอุ้มเราขึ้น
“ไปที่ห้องกันนะที่รัก..จะได้ทำอะไรได้สะดวกๆ” เหลียงจ้องตาพูดกับเรา เราก็อายจนบอกไม่ถูก เราได้แต่ผยักหน้าตอบ เหลียงอุ้มเราขึ้นบันไดมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องน้องหลิน
“ชวนน้องหลินสนุกด้วยดีกว่า..” เหลียงพูดกับเราก่อนที่เค้าจะเปิดประตูเข้าห้องน้องหลิน เหลียงค่อยๆวางเราลงบนเตียงน้องหลินอย่างถนุถนอม เราเห็นน้องหลินยังหลับอยู่ เราก็ไม่กล้าปลุก เหลียงบอกกับเราเบาๆว่าไม่ต้องไปปลุกนะ อยากให้น้องหลินตื่นมาเห็นแฟนตัวเองกำลังเย่อพี่สาวตัวเองอยู่ อยากรู้ว่าน้องหลินจะทำยังไง เราได้แค่คิดในใจว่า เหลียงนี่ทะลึ่งชะมัดเลย แฟนใครก็ไม่รู้ อิอิ เหลียงค่อยๆขึ้นมาคร่อมเราบนเตียง เหลียงปลดกางเกงของตัวเองออกอย่าง รีบเร่ง จนท่อนเอ็นของเค้าเด้งขึ้นมาชี้หน้าเรา หัวบานใหญ่ ที่ดูเหมือนจะใหญ่ขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก เราเผลอแลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างลืมตัว เหลียงเลื่อนตัวลงไป ปลดกางกางที่เปียกชุ่มของเราออก เราเห็นเหลียงตาเปิดกว้างเมื่อได้เห็นอวัยวะสงวนของเรากำลังเยิ้มไปด้วยน้ำ หี เราเห็นเหลียงเลียริมฝีปาก และก่อนที่เราจะได้พูดหรือทำอะไร เราก็ต้องถึงกับสะดุ้ง ซูดปากครางเบาๆ เพราะความเสียว เรารู้สึกได้ถึงลิ้นที่เปียกชุ่มและนุ่มนวลของชายคนรัก สัมผัสกับกลีบหีของเรา เหลียงก้มหน้าใช้ลิ้มกับน้องสาวของเราอย่างชำนาญ เราได้แต่แหงนหน้าแอ่นตัวเกร็งเพราะความเสียว เหลียงใช้ลิ้นเลียวนบริเวณกลีบแคมหีของเรา แล้วเหลียงก็บอกให้เราเอานิ้ว แหวกกลีบหีของเราออก เราก็เลยทำตามที่เหลียงสั่ง เราใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางแหวกแคมหีของเราจนมันแบะออก เราตาโตเมื่อได้เห็นโพรงสีอันชุ่มฉ่ำสีแดงสดของเราอีกครั้ง แฟนหนุ่มของเรา เริ่มสอดลิ้นเข้าไปสัมผัสกับรูหีของเรา ความรู้สึกของเราในตอนนั้น เหมือนกับถูกไฟช็อต มันทั้งเสียวทั้งสนุก หีเราก็ตอบรับลิ้นลื่นของเหลียงโดยไม่รู้ตัว มันขมิบ2-3ทีพร้อมกับหลั่งน้ำสวาทออกมาเพิ่มจนมันแฉะหีไปหมดแล้ว ตอนนั้นเราไม่สนอะไรแล้ว ก็มันใกล้ๆจะถึงสวรรค์แล้วนิ เราแอ่นตัวเกร็ง มือกำผ้าห่มแน่น ก่อนที่เราจะถึงจุดสุดยอดด้วยลิ้นของแฟนเราเอง เราสูดหายใจอย่างเหนื่อยหอบ ก็เราครางตลอดเลยนิ ก็ต้องเหนื่อยกันบ้าง เหลียงดูดกินน้ำหีเราอย่างกระหาย เล่นเอาเราเสียวจี๊ดขึ้นมาอีกครั้ง เหลียงเงยหน้าถอนปากออกจากหีอันฉ่ำแฉะของเรา เราเห็นริมฝีปากของเหลียงยังเปื้อนคราบน้ำหีของเราอยู่เลย เหลียงค่อยๆจับ ขาเราถ่างออกอีกเล็กน้อย ก่อนที่เค้าจะแทรกตัวเข้ามาอยู่ตรงหว่างขาเรา เรารู้แล้วล่ะว่ากำลังจะโดนเย็ด แล้วก็คงโดนเย็ดจนระบมหีแน่ ก็เพราะเวลาเหลียงไม่ได้นอนกับเรา เค้าจะชดเชยให้เราสะจนสำลึกควยเลยละ เราจับจ้องดูการกระทำของแฟนเราอย่างตื่นตา เหลียงจับดุ้นควยของเค้า ถูไถกับร่องหีเปียกชุ่มของเราอยู่หลายที ท่อนเนื้อแข็งปั๋งของเหลียงสัมผัสกับขนของเรา เหลียงค่อยๆจ่อควยเคื่องๆของ เค้าเข้ากับรูหีของเราก่อนที่แฟนหนุ่มของเราจะออกแรงกระแทกทะลวงโพรงหีของ เราพรวดเดียวทะลุไปถึงมดลูก เราถึงกับต้องสูดปาก หลับตาปี๋ กัดฟันแน่น ก็มันทั้งเจ็บทั้งเสียวนิ ถ้าเป็นผู้ชายก็คงไม่รู้ แต่ถ้าเพื่อนๆผู้หญิงด้วยกัน ก็คงจะเข้าใจความรู้สึกของเราดีใช่มะ เวลาโดนควยของแฟนกระแทกหีทีเดียวแล้วมันกระแทกไปถึงมดลูกอ่ะ มันทั้งเสียวทั้งมันทั้งเจ็บ แต่สำหรับเรานะ เจ็บแค่นี้เทียบไม่ได้กับความสุขสมหวังที่กำลังตามมาหรอก เหลียงค่อยๆเริ่ม ขยับควยแข็งๆของเค้าเข้าออกหีของเราอย่างสนุกควย เราเองก็ได้แต่หลับตาคราง โอ๊ยย..อ่าา..โอ๊ยย…เสียวหีอ่ะ…โอ๊ยย ประมาณนี้อ่ะ แต่ยิ่งเราครางเหลียงยิ่งตะบันควยกระแทกรูหีเราแรงขึ้น จนตัวเราโยกขึ้นลงตามแรงกระเด้าของแฟนหนุ่ม เหลียงกระเด้าเราไป ก็พูดชมเราไปว่า ทำไมพี่พลอยสวยจัง…เย็ดมันมากเลยอ่ะ..หีคับกว่าแพ็ทอีกนะเนี่ย เราได้ยินแบบนี้ ก็แอบข้องใจอยู่นิดๆว่า เย็ดมาตั้งปีกว่า หีเราหลวมหมดแล้ว จะคับกว่าแพ็ทได้ไง แล้ว ตอนเย็ดกันมันๆ มาพูดถึงคนอื่นอีก น่าน้อยใจชะมัด เราขมวดคิ้วค้อนเหลียงพร้อมกับแกล้งขมิบหีแรงๆ บีบควยเหลียงที่อยู่ในหีเราจนแน่นคับหีไปหมด เหลียงเหมือนกับรู้ตัวว่าเรางอน เลยพูดกับเราว่า อย่าน้อยใจนะคนดี.ยังไงเหลียงก็รักพี่มากที่สุดนะ..เราแอบอมบยิ้มด้วยความ ดีใจ เหลียงกระเด้าเราแรงขึ้นเรื่อยๆ จนหัวบานของเหลียงไปชนกับปากมดลูกเรากึกๆ เราได้แต่นอนถ่างขาให้เหลียงกระหน่ำช่องครอด เย็ดหีเรา โอ๊ย เสียวหีสุดๆ ตอนนั้นอ่ะ เราไม่อยากให้เหลียงเส็ดเลยอ่ะ อยากให้กระเด้าเราไปเรื่อยๆ แต่ตอนนั้น เราทั้งคู่ก็รู้สึกว่าน้องหลินพลิกตัวหันมาทางเราแล้วน้องหลินก็ลืมตาตื่น ขึ้น น้องหลินถึงกับตาโตเมื่อภาพแรกที่ได้เห็นคือ แฟนหนุ่มของตัวเองกำลังเย่อหีพี่สาวอยู่ เราเองก็อายเหมือนกัน แต่เหลียงเค้ากับพูดกับน้องหลินว่า เดี๋ยวขอพี่เย็ดพี่พลอยก่อนนะ เดี๋ยวพี่จะเย็ดหลินต่อ น้องหลิน ตกใจเล็กน้อย ที่ได้เห็นการร่วมรักต่อหน้าต่อตา แต่เธอกลับมองดูการกระทำของเราทั้งคู่ อย่างตื่นตาตื่นใจ ตอนแรกเราก็อาย แต่พอโดนเหลียงเย็ดหนักๆเข้า มันก็มันมากๆ จนเราไม่อายแล้ว เรากระเด้งหีสู้ควยเหลียงอย่างสนุกหี เสียวมากๆเลยล่ะ เพื่อนๆผู้หญิงน่าจะเข้าใจดี เวลาโดนแฟนเย็ดเนี่ย มันคือสวรรค์ดีๆนี่เอง เราสนุกมากๆ แต่เหลียงกระเด้าเราช้าลง เรารู้สึกไม่ทัน ใจเลย ก็เลยพลิกเปลี่ยนให้เหลียงนอนลงบ้าง แล้วเราก็ขึ้นควบบ้าง เราขย่มควยเหลียงไป เราก็ครางไปอย่างสะใจ โอ๊ยย..อื้มม…ไม่ไหวแล้วเสียวหีอ่ะ…โอ๊ยยย..น้ำหีจะแตก เหลียงก็ขยำนมเราไปอย่างสนุกมือ โหย สนุกสุดๆตอนนั้นอ่ะ มันมากๆ จะเรียกว่าเรา ร่านก็ได้นะ แต่เราร่านกับแฟนเราคนเดียวนะ กับคนอื่น เราจะสงวนเนื้อตัวเรียบร้อย แต่ถ้าอยู่บนเตียงกับเหลียง เราร่านสุดๆเลยล่ะ เราขย่มควยเหลียงไปก็ครางไปเรื่อยๆ จนเรารู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว เหมือนน้ำจะแตกอยู่รอมร่อ เหลียงเองก็เหมือนน้ำควยจะพุ่งเหมือนกัน เหลียงรีบจับเราพลิกอยู่ในท่าเดิม แล้วเค้าก็เร่งกระเด้าสวนควยเข้าๆออกๆหีเราแรงๆอีกไม่กี่ครั้งเราก็น้ำแตก แล้วเหลียงก็กระแทกส่งท้ายเราก่อนที่เค้าจะน้ำแตกคาหีเราเหมือนกัน น้ำอสุจิอุ่นๆของเหลียงกระฉูดเข้ามดลูกเราหลายระรอก จนเรารู้สึกร้อนวาบที่ ท้องน้อย เหลียงล้มตัวลงกอดเราแน่น เหงื่อไครแห่งกางร่วมมีเพศสัมพันของเราสองคนไหลโซมกาย เหลียงนอนกอดเรากับ หลิน เรากับน้องหลินต่างนอนซบเหลียงคนละข้าง จนเจ้าน้องชายของเหลียงแข็งขึ้นมาอีก แล้วเหลียงก็จับน้องหลินกระเด้าซะจนหนำใจไปอีกคน น้องหลินก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่นอนให้แฟนสุดที่รักของเธอกระทำชำเราตามใจชอบ เธอก็ได้แต่คราง โอ๊ยย.โอ๊ยย อ้าาา. หีหลินบานหมดแล้วละ โอ๊ยยย จนเหลียงน้ำควยพุ่งเข้าหีหลินไปอีกคน แล้วเราก็นอนกอดกันอย่างอบอุ่น เรากับหลินนอนซบเหลียงคนละข้าง เรามีความสุขมากๆเลย ความรู้สึกแบบนี้ มันทำให้เรามีความสุขมากๆ การที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของชายคนรัก มันอธิบายไม่ถูกจริงๆ เราบอกได้แค่ว่า เรารักเหลียงมาก แต่หลายคนคงสงสัยสินะ ว่าทั้งๆที่เรารักแฟนเรามากขนาดนี้ แล้วทำไมถึงยอมให้เค้านอกใจไปมีแฟนอีกตั้ง3คน แล้วแถมยังเป็นน้องๆของตัวเองอีกต่างหาก เมื่อก่อนเราเอง ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเพราะอะไร แทนที่จะหึงหวง แต่กลับยอมตามใจเหลียง แต่ว่า ถึงตอนนี้ เรารู้แล้วว่าทำไม มันไม่ใช่เพราะว่า เรารักเหลียงมากอย่างเดียวหรอก แต่… มันเป็นเพราะว่า ความรักที่เรากับเหลียงมีให้กัน...มันเป็นความรักที่มากมายมหาศาล มันคือ..รักที่ไม่มีขีดจำกัดไงละ
เอาแหละ เราเล่าแค่นี้นะ เหลียงกลับมาแล้ว เราไปหาเหลียงก่อนนะ ไว้ค่อยเจอกันใหม่เมื่อมีโอกาสนะ บ้ายบาย...
โปรดติดตามตอนต่อไป (ให้กำลังใจกันหน่อยนะค๊ะ...จะดีมากๆเลย)
ขอบคุณค่ะ
*****************************************************
รักไม่มีขีดจำกัด (ความรักของผม ปี2) ตอนที่ 1 ปฐมบทแห่งการเริ่มต้น...
สวัสดีครับทุกท่าน ผมขอโทดอย่างแรงครับที่มาต่อปี2ช้ามาก เพราะว่าผมไม่ค่อยว่าง ช่วงปิดเทอมใหญ่ผมต้องทำ
งานpart time ก็เลยไม่ค่อยว่างเท่าไหร่ อันที่จริงผมกะจะไม่เขียนเรื่องต่อ แต่ว่าผมก็ยังยากจะสานต่อเรื่องที่ผมเขียนไว้ให้จบตามเป้าหมายเดิม ผมหวังว่าทุกท่านจะยังจำเรื่องได้บ้างนะครับ ดังนั้น ผมจึงจะเขียนเรื่องต่อไปให้จบอีกภาคนึง แต่ว่า ผมไม่ได้เขียนนานมากแล้ว ถ้ามันไม่ดีตรงไหนก็ขอให้ทุกท่านช่วยให้คำแนะนำได้เลยนะครับ งั้นเพื่อไม่ให้เปนการเสียเวลา เชิญอ่านได้เลยครับ...
หวัดดีครับ ผมชื่อ เหลียง หลังจากที่ผมเล่าเรื่องความรักของผมให้ทุกท่านฟังไปแล้ว ซึ่งผมจะขอเรียกสั้นๆว่า ปี1 แล้วกัน หลังจากนั้น มันก็มีเรื่องเกิดขึ้นมากมายครับ ซึ่งผมจะขอเล่าในปี2นี้ ซึ่งผมจะใช้ชื่อเรื่องว่า “รักไม่มีขีดจำกัด” แล้วผมจะเล่าเรื่องไหนก่อนดีละเนี่ย … เอางี้แล้วกัน ทุกท่านฟังผมเล่าไปเรื่อยๆเอาเองแล้วกัน มันจะได้ตื่นเต้นหน่อย ว่าแล้วก็เริ่มกันเลยนะครับ…
หลังจากวันนั้น ก็ผ่านมาหลายเดือนแล้วครับ..ก็เกือบจะ1ปีแล้วครับ เวลาหลายเดือนที่ผ่านมา ผมก็ใช้ชีวิตเหมือนกับก่อนๆนั่นแหละครับ คือกลางวันก็อยู่บ้านทำงานบ้านบ้าง วันไหนว่างมากๆเข้า ผมก็ชวนพี่พลอยไปเดินเที่ยวกัน หาหนังดูกัน ตอนเย็นพวกเราก็ช่วยกันทำครัวอย่างสนุกสนาน ผมมีความสุขมากจริงๆครับ เหมือนกับว่า พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ที่มีผมกับพี่พลอยเป็นพ่อกับแม่ และแพ็ทกับน้องพิมน้องหลินเป็นลูกๆ พวกเราใช้เวลาว่างอยู่ด้วยกันอย่างเต็ม ที่เลยครับ เพราะว่านี่มันพึ่งปิดเทอมใหญ่ไม่กี่วันเองครับ พอตกกลางคืน...ไม่ต้องบอกทุกคนก็คงจะรู้นะครับ ว่าผมทำอะไรบ้าง...
"อ๊อยย..เหลียงจ๋า...อ๊อยย...แรงๆอีกสิ..อื้ออ.เย็ดแรงๆเลย.โอ๊ยยย" เสียงพี่พลอยครางอย่างได้อารมณ์ในท่าหมา
“อู้ววว…ซี๊สสสส…พี่ค๊ะ..อ..อย่า..อู้ววว.แพ็ทเสียวหีนะ..อื้อออ..” เสียงแพ็ทครางอย่างเคลิบเคลิ้ม ด้วยความเสียวสยิวที่พี่สาวของเธอเป็นผู้มอบให้ พี่พลอยได้ที่ระบายความเสียวกระสันแล้วครับ เธอรีบถ่างขาน้องสาวของเธอออกและเธอก็เล่นเลสกับน้องสาวของเธอด้วยการใช้ ลิ้นดูดเลียร่องหีอันสดใหม่ของแพ็ทอย่างหื่นกระหาย เหมือนกับว่า เธอต้องการจะระบายความเสียวสยิวที่ได้รับจากการกระเด้าเอว กระหน่ำช่องคลอดเธอ
“พี่ขา..อื้อออ..แพ็ท..เสียวหีนะ..อ๊อยย..เหลียงช่วยแพ็ทด้วย...โอ้ ววว..ซี๊สสสส” แพ็ทครางเสียงแหบแห้งเพราะความเสียวที่เธอได้รับอย่างต่อเนื่อง เพราะยิ่งผมเร่งกระแทกบั้นเอวใส่พี่สาวของเธอแรงขึ้นเท่าไหร่ พี่สาวสุดที่รักของเธอก็ยิ่งระบายความเสียวส่งต่อให้เธอมากเท่านั้น
“ด..เดี๋ยวก่อนนะแพ็ท…อูวว..ขอ..ขอเหลียงจัดการกับพี่สาวของแพ็ทก่อน นะ..อ้าาา..แล้วเหลียงจะไปช่วยเย็ดหีแพ็ทนะ…โอ้ววว..หีรัดดีจริง..เมีย จ๋าาา…” ว่าแล้วผมก็รีบจัดการกับพี่พลอยโดยทันที ผมรั้งเอวเธอและกระหน่ำรูหีอันฉ่ำแฉะของเธออย่างเมามันส์ คืนนี้ฝันตกครับ อากาศเย็นสบาย เข้าขั้นหนาวเลยก็ว่าได้ แต่ให้ห้องของพวกเราตอนนี้ มันกลับเร่าร้อนไปด้วยลีลาการร่วมเพศแบบสวิง3คน เนื้อตัวของพวกเราต่างเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อและกลิ่นกาย บรรยากาศแบบนี้ มันเป็นเหมือนน้ำมัน ที่เพิ่มความร้อนแรงของไฟแห่งราคะ
"รัดควยดีจิงนะ..อ่าา...พลอยอย่าขมิบแรงสิ..อื้ออ..ซี๊สสส...เดี๋ยวน้ำ เหลียงก็แตกหรอก.." ผมพูดโต้ตอบเธอพร้อมกับเร่งกระแทกควยสวนกลับไปเต็มแรงเกิด เหงื่อของเราสองคนไหลโทรมกาย แต่ยิ่งเป็นการเพิ่มอารมณ์ให้ผมอีกเป็นเท่าทวี
"แตกเลย...อ๊อยย..แตกในเลยนะ...โอ๊ยยย...เสียวหีจัง...อ๊อยยย" พี่พลอยครางเสียงสั่น
"อ๊อยย..พลอยใกล้แล้วนะ...อื้ออ..ไม่..ไม่ไหวแล้ว..อ๊อยยย..อ้อยย" พี่พลอยพูดไม่เปนประโยค เสียงครางเธอนั้นฟังแล้วได้อารมณ์ผมมากครับ ผมเร่งตะบันควยเข้าๆออกๆเร็วขึ้นอีก
พี่พลอยถึงกับกัดริมฝีปากสะบัดหัวไปมาเพราะความเสียว มือจิกผ้าปูที่นอนแน่น แอ่นตูดให้ผมกระหน่ำช่องคลอดเธอไม่หยุด ผมมองไปทางแพ็ท ตอนนี้เธอได้แต่หลับตาพริ้มกับกัดริมฝีปากอย่างเคลิบเคลิ้ม มือจับราวที่นอนแน่น มีเสียงคราง ซีสซาดออกจากปากเธอเป็นระยะเช่นกัน
"โอ๊ยยย..ซี๊สสส..เหลียงจ๋าา...แตกในหีเลย..อ๊อยยย..อย่าดึงออกนะ.. อ๊อยยย...พลอยเสร็จแล้ว..อ้าา..ซี๊สสสส" พี่พลอยครางกระเส่าครั้งสุดท้ายก่อนจะเบี่ยงหน้าออกจากหว่างขาของน้องสาวและ ฝุบหน้าลงกับหมอน ผมเพร่ากระเซอะกระเซิง ไปเป็นทรง ผมกระแทกเธอเป็นครั้งสุดท้ายเหมือนกัน ก่อนที่ท่อนควยของผมจะกระตุก2-3ทีแล้วก็พ่นน้ำอสุจิจำนวนมากพุ่งกระฉูดเข้า ไปในช่องครอดเธอเป็นชุดๆ และผมก็ลมลงไปนอนข้างๆเธออย่างหมดเรี่ยวแรง
"สุดยอดเลยเหลียง.พี่เสียวไปถึงท้องน้อยเลยอ่ะ" พี่พลอยพูดกับผม น้ำเสียงเหนื่อยหอบจากการร่วมเพศอันร้อนแรง ผมจูบหน้าผากพี่พลอยเบาๆ
“ถึงตาแพ็ทบ้างแล้วนะ..เหลียงนอนเฉยๆล่ะ..ไม่ต้องลุกหรอกจ้ะ..เดี๋ยว แพ็ท จัดการให้เอง” แพ็ทพูดกับผมเสียงหวานจ๋อย ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นขยับมานั่งคร่อมเอวผม เธอจับท่อนควยของผมให้ตั้งขึ้นและรูดมัน2-3ทีก่อนที่เธอจะจ่อมันเข้ากับร่อง หีที่ฉ่ำเยิ้มจากการเล่นเสสของพี่สาวเธอและจากนั้นเธอก็ทิ้งน้ำหนักกดร่อง สวาทแสนสวยของเธอจนมันกลืนหายเข้าไปในรูรักของเธอจนมิดด้ามภายในไม่กี่วิ
“อุ.อุ๊ยย…คับหีดีจัง..อ๊อยยย…เหลียงจ๋าาา..เมียจะขย่มให้น้ำแตกไปเย็ด น้องๆ อีกไม่ได้เลย..โอ๊ยยย” แพ็ทพูดกับผมด้วยสายตาที่ฉ่ำเยิ้ม ก่อนจะหลับตาพริ้มเม้มปากแน่นและเร่งขย่มเอวในทันที ผมเองได้แต่นอนให้เมีย สาวเป็นผู้ยึดอำนาจจัดการร่วมเพศแต่เพียงผู้เดียว ใครจะไม่ชอบละครับ ไม่ต้องเหนื่อยออกแรงกระเด้า แค่นอนเฉยๆให้เมียขย่มตอ ทั้งมันทั้งเสียว..
“อื้มมม…ลีลาดีกว่าเมื่อวานอีกนะเนี่ย..โอ้ววว..แค่คืนเดียว..ทำไมเก่ง ขึ้น ขนาดนี้เนี่ย…อ้าววว” ผมครางเพราะความมันที่แพ็ทมอบให้ผมอย่างถึงใจสุดๆ ผมหันไปมองทางพี่พลอยที่นอนอยู่ข้างๆผม สายตาของเธอก็จับจ้องดูการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายคนรักและน้องสาวของเธอ อย่างไม่ละสายตา แววตาของเธอ ยังคุโชนไปด้วยเพลิงกาม ผมเห็นดังนั้น ผมก็เลยดึงเธอมาประกบปากแลกลิ้นกันอย่างสนุก พี่พลอยสอดลิ้นเข้ามาในปากผมก่อนเธอใช้ลิ้นสัมผัสกับลิ้นของผมก่อนที่เธอจะ ใช้ลิ้นสำราจปากผมไปทั้ว รสจูบของเธอมันช่างหวานดีเหลือเกิน เมื่อแพ็ทเห็นผมกับพี่สาวของเธอดูดปากกันอย่างเมามันส์ เธอก็ไม่ยอมน้อยหน้าครับ เธอโน้มตัวลงมาเล็กน้อยและเร่งขย่มควยผมไม่ยั้ง ลีลาของเธอนั้น ผมขอบอกเลยว่า จัดจ้านไม่แพ้พวกอีตัวเลยละ แพ็ทครางออกมาเป็นระยะ รูหีของเธอตอดรัดแรงขึ้นแน่นขึ้น ผมรู้ได้ทันทีว่า เธอใกล้จะถึงจุดหมายปลายทางแล้วครับ ผมจึงรีบจัดการ ถอนปากออกจากปากพี่พลอย และพลิกตัวเธอให้ลงไปอยู่ในท่านอนหงายราบกับเตียง ผมรีบจับขาเธอพาดบ่าและรวบเอวกระเด้าเธอไม่ยั้งในทันทีอย่างไม่มีคำว่าประนี ประนอม
“โอ๊ยยย..อ๊อยย..ม.มันเข้าลึกไปมั๊ย..อ๊อยยย…หีแพ็ทฉีกหมดแล้วนะ เนี่ย..โอ๊ย ยย..” แพ็ทครางได้ไม่นาน รูสวาทฉ่ำเยิ้มของเธอก็ขับน้ำรักหวานฉ่ำออกมาชโลมท่อนควยของผมจนมันชุ่มฉ่ำ ไปหมดเลยครับ ผมเองก็สุดจะทน เร่งกระแทกควยกระหน่ำรูหีของไม่นานก็ระเบิดน้ำควยพุ้งเข้าช่องคลอดเธอเป็น ชุดๆครับ คือ ที่จริงผมลืมไปว่าช่วงนี้มันช่วงไม่ปลอดภัยของแพ็ทครับ แต่ตอนนั้นน่ะ ถึงเอาช้างมาฉุดผมก็หยุดไม่อยู่แล้วครับ ไว้ค่อยให้เธอกินยาคุมเอาแล้วกัน
เราสองคนได้แต่นอนกอดก่ายกันเหมือนกับเป็นเนื้อเดียวกันเลยครับ เรียกได้ว่าคืนนี้ ผมสำลักความสุขเลยครับ เมียผมทั้ง2นางก็นอนกอดผมทั้งซ้ายและขวาด้วยความอ่อนเพลีย
“พรุ้งนี้แล้วสินะเหลียง..ไม่รู้ว่าผลมันจะออกมาเป็นยังไงบ้างน่ะ” แพ็ทพูดกับผมเสียงอ่อนแรงเต็มทีครับ
“อืม..นั่นอ่ะดิ.เหลียงก็ไม่รู้เหมือนกัน” ผมตอบ
“ขอแค่เราคิดว่าเราทำเต็มที่แล้ว..ผลมันจะออกมาเป็นยังไง เหลียงก็ไม่ต้องคิดมากหรอกนะ” พี่พลอยพูดกับผมด้วยความห่วงใยครับ ผมไม่ได้ตอบอะไร นอกจากหอมแก้มพี่พลอยอย่างถนุถนอมเป็นการตอบแทนครับ เห้อออ ผมละเบื่อจริงๆเลยครับ ที่พวกเราพูดกันเมื่อกี้..เพราะว่าพรุ้งนี้มันคือวัน…
“เหลียง!! มารับผลสอบ!!” เสียงอาจารย์ที่ปรึกษาเรียกผมอย่างเสียงดังฟังชัด โอยย ผมไม่อยากเห็นเกรดตัวเองเลยล่ะครับ ผมเกลียดวันประกาศผลสอบที่สุด
"ไอ้เหลียง!!มึงได้ตั้ง2.98เลยหรอ..." ไอ้กายแหกปากเมื่อเห็นผลการเรียนของผมครับ ใช่แล้วครับ
"เออ...แล้วมืงจาแหกปากทำเพื่ออะไรวะเนี่ย?" ผมตอบมันแบบปวดกระบาน
"กูไม่ยอมอ่ะ..กูได้แค่2.8เอง" ไอ้กายแหกปากไม่เลิก
"ไหนวะๆ..กูดูมั่งดิ" ไอ้ต้นมันเข้ามาร่วมวงสมเพชผลการเรียนเพื่อนครับ คือ ถ้าผลการเรียนใครดี มันก็จาบอกว่างั้นๆ แต่ถ้าแย่ รับรองว่าโดนติดประจารทั่งโรงเรียนแน่ นี่แหละครับเพื่อนผม
"ไอ้เชี้ย..แม่งเก่งวะ กูได้แค่2.77เอง" ไอ้ต้นพูด
"เก่งห่าอะไรละ...กูยังได้แค่ที่7เอง" ผมตอบ
"แล้วใครได้ที่1วะ..." ไอ้กายถาม
"กูให้มืงเดา2ที..แต่กูว่าทีเดียวมึงก็คงเดาถูกแหละ..."ผมตบแบบกวนteen
"เออๆ..กูรู้แล้ว" ไอ้กายพยักหน้าตอบเหมือนรู้คำตอบ
"เอาแหละทุกคนกลับบ้านได้แล้ว..ปิดเทอมใหญ่ก็อย่ามัวแต่เที่ยวเล่นละนักเรียน" เสียงคุณครูที่ปรึกษาของผมพูดกับทุกคนครับ
"ไอ้เหลียง..ไปdotaกัน..เร็วๆ" ไอ้ต้นชวนผมไปเล่นเกมครับ พวกมันนี่ไม่คิดอะไรอย่างอื่นเลยครับ นอกจากเที่ยวกับเล่น2อย่าง
"มึงไปกันเหอะ..กูขี้เกียจอ่ะ.."
"เอ้าไอ้นี่..เออๆตามใจมึง..งั้นพวกกูไปก่อนนะ" พวกเพื่อนๆของผมก็ไปกันหมดแล้วครับ ในห้องก็เลยเหลือผมคนเดียวเท่านั้น... วันนี้ผมปวดกระบานจริงเลยครับ ผลการเรียนของผมได้ระดับนี้ ผมก็ดีใจมากแล้วครับ สำหรับแม่ฝ้ายเองเธอก็ไม่ว่าอะไรผมหรอกครับ แต่กลับชมผมด้วยซ้ำว่า ขนาดไม่ตั้งใจเรียนยังได้ตั้งขนาดนี้เลย แต่ไอ้ที่ทำให้ผมเครียดอยู่ตอนนี้ก็คือ พ่อฆ่าผมแน่... ผมได้แต่นั่งปวดกระบาลกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นครับ ผมคงโดนด่ายาวเป็นทางรถไฟแน่ เฮ้ออออ... เหนื่อยใจจริงเว้ยย!!
"เหลียงจ้ะ..เหลียงได้เกรดเท่าไหร่หรอ..." เสียงใครบางคนถามผมจากด้านหลังครับ ผมนึกว่าเหลือผมแค่คนเดียวแล้วซะอีก แต่ที่ไหนได้ เธอก็ยังไม่กลับครับ...
"อ้าวดรีม!!...ยังไม่กลับอีกหรอ" ดรีมเพื่อนสาวของผมครับ เธอเดินมาหาผมท่าทางตื่นเต้นมาก
"อ่ะนี่.." ผมจึงส่งใบผลการเรียนให้เธอดู
"โห...เหลียงเก่งจัง.." ดรีมพูดชมผมครับ เล่นเอาผมเขินไม่ใช่น้อย
"แหม...ไม่เท่าไหร่หรอก...คงเทียบที่1ของห้องอย่างดรีมไม่หรอก.." ผมพูดตอบเธอครับ
"แล้วดรีมได้เกรดเท่าไหร่อ่ะ...?"
"เอ่อ...คือ..ดรีมก็ยังไม่รู้เหมือนกันน่ะ" เธอตอบด้วยสีหน้าวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด
"อ้าว!!...ไหงงั้นอ่ะ" ผมถามกลับทันที
"ค..คือดรีมยังไม่ได้ดูผลเลยอ่ะ" ดรีมตอบผมอย่างกระวลกระวายเหมือนกับว่า เธอไม่กล้าดูผลการเรียนของตัวเอง
"เหลียงดูให้ดรีมหน่อยสิ..นะ" ดรีมส่งใบคะแนนให้ผมพร้อมกับหันหน้าไปทางอื่นเพราะไม่อยากดู
"555+...มา เดี๋ยวดูให้" ผมรับใบคะแนนก่อนจะดูผลการเรียนของเพื่อนสาว
"...เฮ้อออ.." ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อเห็นเกรดของดรีมครับ
"ป..เป็นไงบ้างเหลียง..แย่มากเลยใช่มั๊ย" ดรีมถามผมด้วยสีหน้าไม่สู้ดีอย่างเห็นได้ชัด
"ดรีม..คือ...ดรีมได้แค่..." ผมพูดกับเธอด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเศร้า
"ได้เท่าไหร่หรอ..ไม่ดีใช่มั๊ย?" ดรีมยิ่งใจเสียขึ้นอีกครับ สายตาเธอเหมือนจะร้องไห้
"ดรีมได้แค่3.6เอง..555+" ผมตอบก่อนจะหัวเราะอย่างซะใจที่แกล้งเธอได้ครับ
"เหลียงบ้า!!...เล่นอะไรแบบนี้เนี่ย.." ดรีมต่อว่าผมพร้อมกับตีแขนผมครับ
"โอ๊ย!!ดรีม..ล้อเล่นน่า..อย่าโกรธกันสิ" ผมตอบ
"ไม่คุยด้วยแล้ว..." ดรีมงอนผมเลยครับ เธอหันหลังและกำลังจะเดินออกจากห้องไป แต่ผมไม่ยอมให้เป็นแบบนี้หรอกครับ
"ดรีมเดี๋ยวดิ.." ผมพูดพร้อมกับดึงเธอไว้ แต่ว่าผมคงจะออกแรงมากเกินไปหน่อย ก็เลยกลายเป็นดึงเธอให้หันมาหาผมจนดรีมเสียหลักล้มมาทางผมแทน คงนึกภาพออกนะครับ แล้วผมก็ไม่ได้ตั้งตัวด้วยเพราะดรีมล้มมาทางผมเต็มแรง ผมเองก็ไม่ได้ตั้งตัวก็เลยทำให้ผมกับดรีมล้มลงไปด้วยกันทั้งคู่ โดยที่ผมเป็นคนที่นอนหงายอยู่กับพื้นและดรีมล้มนอนคร่อมทับอยู่บนตัวผม ทำให้หน้าผมกับดรีมห่างกันนิดเดียว เรียกได้ว่าปากแทบจะติดกันเลยครับ เราสองคนต่างก็อึ้งจนทำอะไรไม่ถูกเลยละครับ ผมมองตาดรีม ดรีมก็มองตาผม ถึงแม้เธอจะใส่แว่นอันเดิมที่ผมเคยพยายามจะถอดมันออก(ใครไม่รุ้ไปอ่านปี1) แต่ทว่าดวงตาของเธอมันช่างน่าหลงใหลเหลือเกิน แววตาของเธอเป็นประกาย ใบหน้าของเธอนั้นช่างขาวเนียนน่าสัมผัสอะไรขนาดนี้ ความรู้สึกที่มีร่างของ หญิงสาวที่แสนจะเบาะบางนอนทับอยู่บนตัวผม มันช่างตื่นเต้นอะไรเช่นนี้ หัวใจผมเต้นแรงขึ้น เราสองคนเหมือนตกอยู่ในพะวังแห่งความรู้สึก ผมรู้สึกได้ว่า เหมือนมีพลังอะไรบางอย่างดีงดูดผมให้หลงใหลในตัวเธอ ผมค่อยๆใช้มือปัดผมของเธอที่บดบังใบหน้าอันงดงามของเธอออกอย่างถนุถนอม เหมือนกลัวเธอจะบอบช้ำ เหมือนดรีมจะอึ้งไปเลยครับ แต่เธอกลับไม่มีท่าทางขัดขืนผมแต่อย่างใด กลับมองตาผมด้วยสายตาแบบนั้น ผมกับดรีมเราสบตากัน แต่ว่า สายตาที่เธอมองผม ทุกครั้งที่เธอมองผม ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองรึป่าวนะครับ แต่ผมรู้สึกว่าทุกครั้งที่เธอมองผมหรือพูดกับผม สายตาที่เธอมองผม มันเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ลึกซึ้งมากกว่าคำว่า "เพื่อน... "
"ล...เหลียงเป็นอะไรรึป่าว" ดรีมพูดกับผมด้วยความเป็นห่วงเมื่อตั้งสติได้ น้ำเสียงของเธอบ่งบอกถึงความเขินอายและเกร็งอย่างเห็นได้ชัด
"ดรีมเป็นอะไรมั๊ย..คือเราขอโทด." ผมตอบเธอพร้อมกับช่วยผยุงตัวเธอลุกขึ้นจากพื้น
"ไม่เปนไรหรอกจ้ะ.." ดรีมยิ้มให้ผมก่อนจะตอบผมอย่างสดใส สีหน้าของเธอบ่งบอกถึงความเขินอายอยู่ ไม่น้อย ก็แน่แหละครับ ดรีมเธอเป็นเด็กดี ไม่ใช่เด็กเที่ยวหรือเด็กแว๊นอะไรแบบนั้น เรียกได้ว่า เธอเป็นเด็กดีที่หาได้ยากในสังคมปัจจุบันเลยนะครับ
"เราขอโทดทีนะดรีม..เราไม่ได้ตั้งใจ" ผมขอโทดเธออีกครั้งอย่างหนักแน่น เพื่อแสดงความจริงใจ
"ก็ดรีมบอกแล้วไงว่าไม่เปนไร.." ดรีมยิ้มให้ผมก่อนตอบด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะ
"แต่...ดรีมนี่ก็ซ่อนรูปเหมือนกันนะเนี่ย.." ผมพูดกับดรีมพร้อมสีหน้าลามก
"เหลียงหมายถึงอะไรอ่ะ...?" ดรีมถามผมพร้อมด้วยความสงสัย
"ก็..ตรงนั้นไง" ผมพูดกับเธอพร้อมกับชี้นิ้วไปที่หน้าอกของเธอ
"เหลียงบ้า!!...ลามก!!.." ดรีมว่าผมพร้อมกับตีแขนผมไม่ยั้งด้วยความเขินอายจนหน้าแดงแจ๋ ก็ตอนที่เธอล้มทับผมอยู่น่ะสิครับ หน้าอกของเธอก็ชิดติดกับอกของผมแบบเต็มๆ มีเพียงแค่เสื้อกั้นกลางเท่านั้นเอง ผมรู้สึกได้ว่า มันทั้งนุ่มนิ่มและออกจะใหญ่ไม่แพ้พี่พลอยแฟนสาวของผมเลยละครับ ทั้งๆที่ดูจากภายนอกแล้ว เหมือนดรีมจะไม่ค่อยมีหน้าอก แต่ของอย่างนี้ ดูเพียงภายนอกไม่ได้จริงๆด้วยครับ
"ดรีมไม่พูดกับเหลียงแล้ว เหลียงบ้า." ดรีมหน้าแดงแจ๋รีบเก็บของและเดินออกจากห้องไปในทันทีด้วยความเขินอายที่ถูก ผู้ชายพูดเรื่องหน้าอกหน้าใจของเธอ ผมได้แต่ยิ้มและหัวเราะในความเขินอายของเธอครับ
“อ้าวดรีม..จะกลับแล้วหรอ.?” ผมตะโกนไล่หลังดรีมเพราะเธอกำลังจะเดินออกจากห้องครับ
“ก็ใช่นะสิ..เหลียงลามกที่สุด..เชอะ!!” ดรีมหันมาพูดกับผมเหมือนจะต่อว่าครับ แต่ผมก็รู้ดีว่าเธอเพียงแค่พูดเล่นเฉยๆ ก่อนที่เธอจะเดินออกจากห้องไป ดรีมหันมายิ้มให้ผมอีกครั้งครับ เธอน่ารักมากเลยครับ ผมอดยิ้มให้ความน่ารักของเธอไม่ได้เลยครับ รอยยิ้มของเธอนั้น ไม่ต่างอะไรจากรายยิ้มของพี่พลอยเลยครับ ผมชักจะ…“สนใจในตัวเพื่อนสาวของผมคนนี้แล้วสิครับ”…
นี่ก็เกือบๆจะเที่ยงแล้วครับ ผมไปหาพี่พลอยกับยัยแพ็ทแล้วก็น้องๆดีกว่า…
ระหว่างที่ผมเดินลงมาจากตึกมา ก็แทบไม่มีคนอยู่บนตึกแล้วครับ เพราะวันนี้มันเป็นวันประกาศผล นักเรียนส่วนใหญ่ได้ผลการเรียนก็กลับบ้านไม่ก็ไปเที่ยวกับเพื่อนกือบหมดแล้ว ละครับ ผมเดินลงบันไดมา ผมก็ได้ยินเสียงเหมือนกับมีคนกำลังเดินขึ้นบันได้มาจากข้างล่างครับ ซึ่งผมก็ไม่ได้คิดอะไรครับ จนเมื่อผมได้เห็นคนที่เดินสวนมา…ทำให้ผมถึงกลับพูดไม่ออกเลยครับ…ก็เพราะคนๆ นั้นก็คือ…
“อิง!!”
“นายเหลียง!!”
เราสองคนถึงกับอุทานขึ้นพร้อมกันเมื่อได้เห็นหน้ากันและกันเหมือนโดนผี หลอก คนที่ผมได้ยินเสียงขึ้นเดินขึ้นบันไดมาก็คือยัยอิงตัวแสบนั่นเองครับ
“ยังไม่กลับบ้านกลับช่องอีกหรอไง..” ผมถามแบบเซ็งๆครับ เรื่องเรียนผมยังปวดกระบานไม่หาย แล้วนี่มาเจอกับศัตรูคู่อาฆาตอย่างยัยอิงเข้าอีก ให้ตายสิ
“เรื่องของชั้น….” เธอตอบแบบไม่ค่อยจะรักษามารยาทเท่าไหร่ ซึ่งผมก็กะไว้อยู่แล้ว ผมไม่แปลกใจหรอกครับ
“ชั้นก็ไม่ได้อยากยุ้งนักหรอก..แค่ถามตามคนมีมารยาท” ผมพูดกับเธอด้วยท่าทางกวนประสาทครับ
“นี่!!..นายว่าชั้นไม่มีมารยาทหรอ!!” เธอหันมาพูดขึ้นเสียงกับผมทันทีเลย ครับ
“ป่าวนิ…ชั้นยังไม่ได้ว่าอะไรเลยนะ..อย่าร้อนตัวสิ” ผมตอบลอยหน้าลอยตาอย่างสบายใจที่หลอกด่าเธอได้ครับ
“นี่นาย!!...รู้เอาไว้นะ..เวลาชั้นเกลียดใคร คนๆนั้นมันไม่ได้อยู่เป็นสุขแน่!!...ไม่เชื่อก็คอยดู” ยัยอิงพูดกับผมอย่างรุนแรงก่อนที่เธอจะเดินขึ้นบันไดสวนผมไปและเธอก็ตั้งใจ ชนไหล่ผมเต็มแรงครับ
“นี่เธอ!!...” ผมจึงหันไปเรียกเธอด้วยความไม่พอใจ
“ครั้งหน้าถ้าเจอกัน..นายไม่ได้อยู่เป็นสุขแน่..นายเหลียง!!” ยัยอิงหันลงมาพูดกับผมเสียงแข็ง สายตาของเธอดูจริงจังมาก จนผมอดที่จะรู้สึกหวั่นใจไม่ได้ครับ ผมได้แต่มองตามเธอที่เดินขึ้นบันไดไป ถึงแม้ว่าผมจะไม่เกรงกลัวอะไรเธอเลย แต่ผมก็สังหรณ์ใจชอบกลครับ เหมือนกับว่า ผมจะอยู่ไม่เป็นสุขอย่างที่เธอบอกจริงๆอย่างนั้นแหละ…ความรู้สึกแบบนี้ มัน..คือะไรกันแน่นะ
ผมขอเล่าตอนแรกแค่นี้ก่อนนะครับ เพราะตอนแรกนี้ ผมตั้งใจไม่ให้มีอะไรมากมายครับ อยากจะให้เป็นอาหารเรียกน้ำย่อยของทุกท่านก่อน... ตอนต่อไปก็น่าจะอาทิตหน้าครับ
โปรดติดตามตอนต่อไป ข้อร้องแหละค้าบ คนที่อ่านแล้วก็ช่วยเม้นด้วยเหอะค้าบ สำหรับผู้ที่เม้นให้อย่างต่อเนื่อง ผมขอขอบคุณจากใจจริงครับ
ขอบคุณครับ
************************************************
รักไม่มีขีดจำกัด (ความรักของผม ปี2) ตอนที่ 2 จดหมายรัก
สวัสดีครับทุกท่าน หลังจากที่ผมได้เปิดตัว(เว่อไปป่าว)ความรักของผม ปี2 หรือชื่อใหม่ก็คือ รักไม่มีขีดจำกัด ไปแล้ว ก็อย่างที่ผมบอกนะครับ ว่าตอนแรกมันเปนแค่ออเดิร์ฟ เรียกน้ำย่อยเท่านั้น ถ้ามันไม่สนุกก็ไม่ต้องเครียดนะครับ สำหรับบางท่านถามผมว่า เรื่องที่ผมเล่านันมันเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่ง ผมก็จาขอบอกว่า ทุกเรื่องมันก็มีทั้งจริงทั้งแต่งปนกันมั่วอยู่ในนั้นแหละครับ ไม่งั้น เรื่องมันก็ไม่โดนใจผู้อ่านสิครับ แต่ขอแค่ทุกท่านชอบมันก็พอแล้วครับ...
รักไม่มีขีดจำกัด (ความรักของผม ปี2) ตอนที่ 2 จดหมายรัก...
หวัดดีครับ ช่วงนี้เจอกันบ่อยหน่อยนะครับ ก็ปิดเทอมนี่ครับ หวังว่าคงยังไม่เบื่อกันนะครับ หลังจากวันประกาศผลสอบ ชีวิตของผมก็ยังสงบสุขอยู่เหมือนเดิมครับ แต่ผมก็ยังข้องใจกับสิ่งที่ยัยอิงพูดกับผมวันนั้นครับ เธอหมายความว่ายังไงกันแน่นะ... แต่ก็ช่างมันเถอะครับ เธออาจจะแค่พูดขู่ผมไปงั้นก็ได้ แต่เรื่องที่ผมกำลังปวดกระบานจนอยากจะโดดตึกตายให้มันรู้แล้วรู้รอดไปก็คือ เรื่องผลการเรียนครับ เพราะ ผมเป็นคนที่เรียนที่แย่ที่สุดในบ้านครับ บรรดาสาวๆทั้งหลาย ต่างก็ได้ผลการเรียนที่คุณแม่ปลื้มกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นพี่พลอย ที่ได้ตั้ง3.7 หรือน้องหลินกับน้องพิม ที่ได้เกรด3กว่าๆทั้ง2คน ซึ่งผมก็ไม่แปลกใจหรอกครับ เพราะพวกเธอน่ะเรียนเก่งมานานแล้ว แต่ที่ผมแปลกใจก็คือ...
"แพ็ทได้3.2เลยหรอ!!..." เสียงผมแหกปากด้วยความตกใจเมื่อได้เห็นผลการเรียนของเธอ
"ก็ใช่น่ะสิ.." แพ็ทตอบแบบยิ้มๆ
"ทำไมได้เยอะกว่าเหลียงอีกล่ะ...ไม่น่าเชื่อ" ผมยังตะลึงไม่หายครับ ก็ยัยแพ็ทน่ะ เธอเรียนได้ระดับปานกลางมาตลอดครับ ประมาณ2.7-2.8 แต่คราวนี้ เธอล่อเข้าไปตั้ง3กว่า แล้วหน่ำซ้ำ ยังได้มากกว่าผมอีก..
"เชอะ!!...ที่พูดแบบนี้ เหลียงคิดว่าแพ็ทเป็นคนยังไงกันแน่ฮะ" แพ็ทงอนใส่ผมครับ
"ป..ป่าวน้า..เหลียงแค่แปลกใจ" ผมตอบแบบแหยๆครับ ถ้าขืนปล่อยให้ยัยนี่งอนนานๆแล้วไม่ง้อ มีหวังบ้านแตกกลายเป็นสนามรบแน่
"อ๋อ..เหลียงคงคิดว่าแพ็ทเรียนดีไม่ได้ใช่มั๊ยล่ะ..ไม่งั้นคงไม่พูดแบบ นี้ หรอก.เชอะ!!.เป็นแฟนประสากันยะ" โอยย ยิ่งง้อก็ยิ่งไปกันใหญ่ครับ ผมได้แต่เอามือกุมขมับ ไม่รู้จะทำยังไง
"โห่แพ็ท...เหลียงขอโทดนะ..ทีหลังจะไม่พูดแบบนี้อีกแล้วนะ" ผมได้แต่ง้อเธอ ต่อไป
"แค่นี้คิดว่าแพ็ทจะยอมง่ายๆหรอ...?" แพ็ทถามผม
"อ้าว..งั้นแพ็ทจะให้เหลียงทำอะไรแก้ตัวก็บอกมาเลย..เหลียงทำได้ทุกอย่าง!!" ผมตอบอย่างหนักแน่น
"หรอ..อืมม..งั้น ขอแพ็ทคิดดูก่อนนะว่าจะลงโทดเหลียงยังไง" แพ็ทพูดจบก็ยิ้มระรื่นเดินตัวเบาออกจากห้องลงไปข้างล่างครับ ทิ้งให้ผมปวดกระบานอยู่คนเดียวในห้อง เฮ้อออ เธอต้องมีวิธีลงโทดที่พิเรนไม่เหมือนใครอยู่แน่...
ผมเดินลงบันได้มา ผมก็รู้สึกได้ทันทีครับว่าบ้านมันเงียบเชียบผิดปรกติครับ แสดงว่า คงมีคนอยู่บ้านไม่กี่คน แล้วผมก็มองไปเห็น เด็กสาวในชุดนักเรียนหญิง ม.ต้นคนนึงยืนส่องกระจกบานใหญ่ดูความเรียบร้อยของตัวเองอยู่ที่ห้องนั่งเล่น ครับ เธอหันดูข้างขวาทีข้างซ้ายที ดูแล้วก็น่ารักดีครับ เธอช่างน่ารักอะไรขนาดนี้นะ นับวันจะยิ่งงดงามไม่แพ้พี่สาวของเธอทั้งสองคนเลยครับ...
"อ้าวพี่เหลียง...ตื่นสายจังนะค๊ะ" เสียงเด็กสาววัยแรกแย้มทักทายผมอย่างน่ารัก
"แบบนี้..แสดงว่า..เมื่อคืนคงจะอย่างนั้นกับพี่พลอยแล้วก็พี่แพ็ทหนัก เลยละ สิ..อิอิ" เด็กสาวพูดล้อเล่นกับผมอย่างทะเล้นก่อนที่จะยิ้มด้วยความเขินอาย
"น้องพิมอย่าพูดไปสิจ้ะ...เดี๋ยวคนอื่นรู้มันจะไม่ดีนะ" ผมพูดพร้อมกับหันมองซ้ายขวา ถ้าเกิดแม่ฝ้ายมาได้ยินแล้วรู้เรื่องที่ว่าลูกสาวสุดที่รักของเธอทั้ง3คน เป็นเมียของผมหมดแล้ว ผมนึกภาพไม่ออกเลยครับ... น้องพิมนับวันเธอจะยิ่งกล้าพูดกล้าทำอะไรที่ทำให้ผมต้องแปลกใจอยู่เรื่อยเลย ครับ..ไม่เว้นแม้แต่ตอนที่เราสองคน.มีอะไรกัน..
"คิกๆ...พี่ไม่ต้องกลัวหรอกค่ะ..คุณแม่ไม่อยู่..ออกไปไหนกับพี่พลอยแล้ว ก็ หลินตั้งแต่เช้าแล้ว..ส่วนคนอื่นๆ..ก็เป็นเมียพี่หมดแล้วนิค๊ะ" น้องพิมพูดอย่างเขินอายจนหน้าแดงครับ เพราะว่า เธอก็เป็นเมียผมด้วยไงครับ
"แหม..น้องพิมกล้าขึ้นทุกวันเลยนะจ้ะ" ผมพูดกับเธอพร้อมกับเดินเข้าไปหาเธอใกล้ๆ
"ก็หนูอยากให้พี่รักหนูมากๆนิ...หนูไม่อยากเสียพี่ไปนิ" น้องพิมพูดกับผมด้วยความรัก น้ำเสียงของเธอฟังดูเศร้าปนความน้อยใจ ก็ช่วงนี้ ผมแทบไม่ได้นอนกับน้องพิมหรือน้องหลินเลยครับ เหตุผลก็เพราะว่า เธอสองคนน่ะ ยังเด็กครับ ผมเป็นห่วงสุขภาพของพวกเธอมากกว่า
"โถ่..คนดีของพี่..พิมเป็นนางฟ้าของพี่นะ..พี่จะทิ้งหนูได้ยังไงละ.. อย่า น้อยใจเลยนะ.." ผมพูดปลอบโยนเธอพร้อมกับสวมกอดเธอไว้จากด้านหลัง ด้านหน้างของพวกเราเป็นกระจกบานใหญ่ครับ ทำให้ผมกับน้องพิมเห็นภาพเราสองคนในกระจกครับ น้องพิมเธอทั้งสวยทั้งน่ารักขึ้นทุกวันครับ เปิดเทอมเธอก็จะขึ้น ม.2แล้ว สัดส่วนองเอวของเธอก็เติบโตขึ้นตามวัยครับ แล้วยิ่งเธอใส่ชุดนักเรียน ม.ต้น มีคอซองด้วยแบบนี้ ยิ่งน่ารักน่าสัมผัสเหมือนเด็กญี่ปุ่นเลยครับ
"เอ๊ะ..เหมือนน้องพิมจะมีหน้าอกมากกว่าเมื่อก่อนอีกนะเนี่ย" ผมพูดกระเซ้าเธอพร้อมกับเอามือมากุมหน้าอกของเธอเบาๆ
"พี่เหลียงอ่ะ...แกล้งหนูอีกแล้วนะ..อย่าสิค๊ะ เดี๋ยวหนูต้องไปโรงเรียนนะ" น้องพิมพูดอ้อนผมอย่างน่าเอ็นดูและหน้าให้ดูเอ็น
"ปิดเทอมยังจะไปทำไมอีกละจ้ะ..มาให้ที่เอาให้หายคิดถึงดีกว่านะ" ผมพูดอ้อนเธอไม่หยุด
"ก็หนูต้องไปช่วยอาจารย์นิค๊ะ...นี..อย่าค่ะ...อื้ออ..ตรงนั้นมัน... อ้าาา.." ผมไม่ฟังเธอห้ามอีกแต่ไปแล้วครับ ความเงี่ยนมันครอบงำผมจนทำให้ผมต้องก้มลงไปไซร้ซอกคอขาวเนียนของเธออย่าง หื่นกระหาย มือของผมก็เริ่มอยู่ไม่สุข ผมใช้มือรอดใต้กระโปรงนักเรียนของเธอ และล่วงเข้าไปถึงกางเกงใน จนผมรู้สึกได้ถึงความเปียกชุ่มที่อยู่ภายใน ผมใช้นิ้วเขี่ยตรงบริเวณเป้ากางเกงในของเธอ
"อื้อออ...พี่เหลียงง...อย่าค่ะ..อืออ..อืมมม..หนูเสียวนะ...อ๊ายยย" น้องพิมบอกห้ามผม แต่การกระทำของเธอกลับตรงกันข้าม เธอหลับตาพริ้ม ครางเบาๆเพราะความเสียวซ่าน มือไม้ของเธอเริ่มอ่อนแรง จนไม่มีการขัดขืนแต่อย่างใด
"พี่รู้นะ..พิมก็เงี่ยนใช่มั๊ยละ..กางเกงในเปียกขนาดนี้..ถ้าเงี่ยนก็ บอกพี่ สิจ้ะ.." ผมพูดยั่วเธอที่ข้างหูเบาๆ ก่อนที่จะก้มหน้าไซร้ซอกคอเธอต่อเหมือนคนหื่นกาม
"ด..เดี๋ยวหนูไปสายนะ..อื้ออ..พี่ต้องรับผิดชอบด้วย.. อ๊ายยยย...ซี๊สสสส" น้องพิมพูดกับผมเบาๆ ผมได้ยินดังนั้น ก็รู้ในทันทีว่า น้องพิมยอมให้ทำอะไรกับเธอก็ได้
"จร้าๆ..เดี๋ยวพี่ไปส่งเอง.."ผมพูดจบ ผมก็ช้อนตัวน้องพิมขึ้น และอุ้มเธอไปที่โซฟา ก่อนจะวางเธอลงอย่างถนุถนอมแล้วผมก็ตามไปนอนคร่อมตัวเธอไว้
"พี่เนี่ยละก็..ใจคอจะเย็ดน้องนุ่งกลางบ้านเลยหรอค๊ะ..เดี๋ยวคนอื่นมา เห็น นะ.." น้องพิมพูดกับผมด้วยความเขินอายจนไม่กล้ามองผมครับ เธอน่ารักจัง..
"ก็ช่างคนอื่นสิจ้ะ..ผัวเมียจะเย็ดกัน." ผมพูดจบก็ก้มไปดูดซอกคอเธอต่อด้วยความอารมณ์เงี่ยนสุดจะทน มือของผมก็กุมหน้าอกของเธอและบีบมันเบาๆ
"อื้ออ..หนูชอบเวลาพี่ไซร้คอหนูที่สุดเลย..อ้าาา..มันเสียวจนน้ำหนูจะ ไหล แล้วนะ...อ๊ายยยย" น้องพิมครางเบาๆอย่างได้อารมณ์ผมมากครับ เวลาเธอคราง เสียงของเธอช่างใสไร้เดียงสาเหมือนเด็กญี่ปุ่นเลยครับ แล้วยิ่งเธอใส่ชุดนักเรียนมีคอซองแบบนี้ ผมเห็นแล้ว อยากจะจับเธอเย็ดซะให้หายอยาก
"พี่ขอเอาพิมนะ..พี่ทนไม่ไหวแล้ว" ผมพูดด้วยความเงี่ยนสุดจะบรรยาย และเหมือนน้องพิมเธอจะรู้ใจผมดี
"อยากทำตรงไหนก็ทำเถอะค่ะ...หนูเป็นของพี่ตั้งนานแล้ว..แต่ระวังเสื้อ หนูยับ นะค๊ะ.." น้องพิมเตือนผมก่อนที่เธอจะดึงผมเข้ามาประกบปากอย่างเร่าร้อน เธอสอดลิ้นเข้ามาในปากของผมและสัมผัสกับลิ้นของผม จนผมรู้สึกสยิวจนขนลุก น้องพิมเอื้อมมือมาถกกางเองของผมและล้วงมือลงไปจับท่อนเอ็นที่กำลังผงาดเต็ม ตัวออกมาดูโลกภายนอก มือของเธอมันช่างนิ่มนวลอะไรเช่นนี้ ความรู้สึกที่มีมือของเด็กสาว ม.ต้น มาจับควยของเรา มันช่างสุดยอดจริงๆ น้องพิมถอกควยของผมหลายครั้งก่อนที่จะมองตาผม...
"อยากทำหนูไมไช่หรอค๊ะ..หนูก็ให้ทำแล้วไง.แต่พี่ต้องทำให้หนูมีความสุข นะ...ไม่งั้นครั้งหน้า หนูไม่ให้แล้วด้วย.." น้องพิมขู่ผมอย่างน่ารัก
"ได้สิจ้ะ.."ผมตอบสั้นๆ ก่อนที่จะถกกระโปรงของเธอขึ้นจนมาถึงเอวและดึงกางเกงในสีครีมของเธอออกมาจน ถึงกะตุ่ม ผมขยับตัวให้พอ้ดีและจ่อท่อนควยแข็งๆของผมเข้ากับปากร่องสวาทที่ปิดสนิท น้องพิมใช้นิ้วแหวกกลีบหีของเธอออกเพื่ออำนวยความสดวกให้ผมอย่างเต็มที่ ผมจ้องตาเธอ เธอส่งสายตาเว้าวอนขอให้สอดใส่มันเข้ามาข้างใน...
"อุย...อุ๊ยยย..อ๊อยยย..เข้ามาแล้ว...อ๊อยยยย" น้องพิมหลับตาปี๋ กัดริมฝีปาก มือเอื้อมไปจับพนักโซฟาแน่นรับการสอดใส่ของผม ผมเริ่มดันเอวเข้าไปลึกๆ ตลอดเวลานั้น ผมรู้สึกเหมือนโดดบีบรัดอย่างแรงจนผมรู้สึกจุกนิดๆที่ท่อนควย อ้าา รูหีของเธอมันช่างวิเศษอะไรอย่างนี้ มันทั้งแน่น ทั้งรัด
"ทนหน่อยนะคนดี...อ้าา..หีพิมแน่นดีจัง..รัดควยพี่มากเลยอ่ะ...โอ้ ววววส" ผมได้แต่พูดคำหยาบใส่เธอเพราะไฟแห่งตัณหาที่ยากจะดับได้ จนท่อนเอ็นใหญ่ของ ผมทะลวงเข้าไปในรูสวาทของเธอได้จนสุด จนผมรู้สึกได้ถึงปากมดลูกของเธอที่สัมผัสกับหัวควยของผม น้องพิมเอื้อมมือมากอดคอผมและส่งสายตาเชิญชวนให้ผมกระหน่ำช่องคลอดของเธอได้ ตามใจชอบ ผมเริ่มขยับเอวช้าๆ เพื่อให้รูหีของเธอได้ปรับสภาพ ถึงแม้ว่าผมกับพิมจะเคยมีอะไรกันมาหลายครั้ง แต่ว่า รูหีของเธอมันก็ยังไม่เติบโตเต็มที่ เพราะฉะนั้นช่วงนี้ผมจึงไม่ได้มีอะไรกับเธอเลย ทำให้รูหีของเธอนั้น ยังคับแน่นและตอดรัดเหมือนเป็นรูหีที่ไม่เคยถูกใครล่วงล้ำมาก่อน ผมขยับท่อนควยช้าๆ แค่พอชักออกมาครึ่งลำและแทงกลับเข้าไปช้าๆ
"อื้อออ..อ๊อยย..พี่เหลียงเย็ดแรงๆก็ได้ค่ะ...อื้อออ..น..หนูรับ ไหว.อ้อยยยย " น้องพิมเร่งเร้าผมให้กระหน่ำรูหีของเธอแรงๆ ตอนนี้รูสวาทของเธอเริ่มจะคุ้นกับท่อนเอ็นของผมแล้วครับ ผมเริ่มซอยเอวเร็วขึ้นเป็นลำดับ
"อูยยย...จะตอดควยอะไรขนาดนี้เนี่ย...อู้วววว" ผมก็เริ่มครางเพราะความเสียวซ่านเหมือนกันครับ จังหวะของการร่วมเพศสัมพันของเราทั้งคู่เริ่มเร่าร้อนมากยิ่งขึ้นแล้วครับ
"โอ๊ยยย...อ๊อยยย..ไม่ได้รู้สึกแบบนี้มาตั้งนาน..อ๊อยย..อื้อออ...หีหนู เย็ด มันควยพี่มั๊ยค๊ะ...อ๊อยยย" น้องพิมถามผมอย่างได้อารมณ์ ร่างกายของเธอขยับขึ้นลงไปมาเป็นระยะเพราะแรงกระเด้าของผม
"มันสิจ้ะ...รูหีของพิมเย็ดมันควยพี่ที่สุดเลย..อื้อออ...ยังคับได้อีก นะ....ซี๊สสสส" ผมได้แต่ครางซีสซาดพร้อมกับโยกเอวสาวท่อนควยกระเด้ารูหีของเธออย่างต่อ เนื่อง น้องพิมโน้มคอผมลงไปประกบปากกับเธออย่างเร่าร้อน เราสองคนมัวแต่หลงไหลใน เรือนร่างและปรนเปรอความสุขให้กันและกัน จนไม่รู้สึกตัวว่ามีใครบางคนกำลังยืนดูการร่วมเพศของเราอย่างใจจดใจจ่อ...
"ว๊ายยย!!...พี่แพ็ท!!..มาตั้งแต่เมื่อไหร่" น้องพิมถึงกับสะดุ้งจะพลักตัวผมออกเพราะความตกใจ แต่ผมมีหรอครับที่ผมจะยอม เย็ดกันมันหยดขนาดนี้แล้ว ผมไม่ยอมหยุดง่ายๆหรอกครับ
"อ้าวแพ็ท...มาตั้งแต่เมื่อไหร่ละเนี่ย" ผมพูดกับแพ็ทแต่ ร่างกายของผมก็ยังกระเด้าน้องพิมอย่างช้าๆอยู่เรื่อยๆ
"ก็ตั้งแต่ที่ร้องครางแข่งกันนะแหละ..." ยัยแพ็ทพูดกับผมแต่ สายตาของเธอยังจับจ้องดูเราสองคนร่วมเพศกันอย่างไม่ละสายตา
"พี่เหลียง..อ๊อยย...หนูอายพี่แพ็ทจัง...อ๊ายย...อ๊อยยย" น้องพิมได้แต่ ครางเพราะความมันที่ผมเป็นผู้มอบให้ เธอไม่มีทางเลือกนอกจากนอนถ่างขาให้ผมกระทำชำเราช่องคลอดของเธอต่อไป
"อูยย...พิมจ๋าา...เย็ดมันถึงใจอะไรขนาดนี้..โอ้วววว..อร่อยควยจริงๆ" ผมครางพร้อมกับเร่งกระเด้าควยแทงเข้าๆออกๆหีเธอไม่หยุดและเพิ่มความรุนแรง เข้าอีก จนน้องพิมถึงกับสะดุ้งกับความรุนแรงของผม
"อ๊อยยย..ส..เสียวหี..อ๊อยยย..อ๊อยย..ใครก็ได้ช่วยหนูด้วย..โอ๊ยย..หนู ไม่มี แรงแล้วล่ะ..อ๊อยยย" น้องพิมร้องครางเพราะความสุขที่ผมปรนเปรอให้เธออย่างถึงอกถึงใจอย่างที่เธอ ขอร้องตอนแรก ผมหันมามองทางแพ็ท ผมก็เห็นเธอจ้องดูการร่วมเพศสัมพันของเราอย่างไม่ละสายตา เธอแลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างกระหายใคร่อยากมีเพศสัมพันด้วยอีกคน ผมกระแทกหีน้องพิมไปก็ มองยัยแพ็ทไปครับ เราสองคนต่างก็รู้ใจกัน ยัยแพ็ทรู้ได้ทันทีว่า ผมต้องการให้เธอทำอะไร... เธอเข้าไปข้างน้องพิมครับ และเธอก็ใช้มือล้วงเข้าไปในเสิ้อนักเรียนเบาๆเพื่อไม่ให้เสื้อยับ แพ็ทใช้มือคลึงหน้าอกของน้องพิมเบาๆก่อนจะบีบขยำมันอย่างมันมือ
"อ้าา...หน้าอกใหญ่ดีนะยัยพิม..ใหญ่พอๆกับพี่ตอนรุ่นเดียวกันเลย"
"อ๊อยยย..อื้อออ...พี่แพ็ท..อ๊อยยย...พี่เหลียง.หนูไม่ไหวแล้ว...น้ำหี หนูจะ ออกแล้วล่ะ..อ๊อยยย" น้องพิมกัดฟันแน่นก่อนที่เธอจะสบัดหน้าไปมาจนผมเพร่ายุ่งเหยิง
"โอ๊ยยย...พิมจ่า...เมียจ๋า...ผัวก็จะแตกแล้ว..อ้าววว" ผมสุดจะทนอีกต่อไปแล้วครับ รีบซอยเอวถี่ยิบ น้ำพิมเหมือนจะถึงจุดสุดยอดของการร่วมเพศในครั้งนี้แล้วครับ ร่างกายเธอเกร็งอย่างแรงก่อนที่จะผ่อนลง ภายในรูหีของเธอก็หลั่งน้ำรักอันบริสุทไหลชะโลมท่อนควยของผมจนเปี่ยกชุ่ม ผมเองก็ทนไม่ไหว รีบชักท่อนควยออกมา ผมกะว่าจะไปแตกในปากน้องพิมครับ แต่แล้วจู่ๆ ...
"แพ็ท!!...จะทำอะไรน่ะ." ยัยแพ็ทรีบจับท่อนควยของผมก่อนที่เธอจะใช้ปากอมท่อนควยของผมและจัดการออรัล ให้ผมอย่างหื่นกระหาย จนผมทนไม่ไหวต้องระเบิดน้ำควยใส่ปากของเธอเป็นชุดๆแล้วเธอก็กลืนน้ำรักของผม ลงไป และเธอก็ช่วยทำความสะอาดท่อนควยของผมอย่างเมามัน ผมมองไปทางน้องพิม ก็เห็นเธอดูการกระทำของพี่สาวเธอด้วยสายตาที่ไม่พอใจครับ... เธอเห็นพี่สาวของเธอเองกลืนน้ำรักของผมที่เธอต้องการไป น้องพิมได้แต่เลียริมฝีปากด้วยความเสียดาย
"พี่แพ็ททำแบบนี้ได้ไงอ่ะ..นั่นมันของหนูนะ..พี่แย่งไปได้ไงอ่ะ" น้องพิมถามพี่สาวด้วยความไม่พอใจครับ
"ขอโทดนะจ้ะ..พี่ทนไม่ไหวเหมือนกัน..เอาไว้พี่จะใช้คืนให้นะ" แพ็ทตอบแบบสำนึกผิดที่แย่งของน้องครับ
"เอาน่าๆ..เดี๋ยวเหลียงใช้คืนให้ทุกคนเองแหละ..555" ผมอดหัวเราะไม่ได้ครับ พวกเธอแย่งน้ำรักของผมเหมือนแย่งขนมกันเลยครับ ผมล่ะอดภูมิใจไม่ได้ครับ
.......................................
ผมมาส่งน้องพิมที่โรงเรียนครับ พอมาถึง ผมก็ได้พบกับเพื่อนสนิทของน้องพิม2คนอีกครั้งครับ หลังจากที่ไม่ได้พบกันนาน
"สวัสดีค๊ะพี่เหลียง!!" เสียงเด็กสาว2คนกล่าวทักทายผมอย่างอ่อนหวาน
"หวัดดีครับน้องฝาง น้องบี" ผมพูดกับพวกเธออย่างยิ้มแย้ม หลังจากเหตุการในครั้งนั้น(ใครไม่รุ้ไปอ่านปี1นะ) ผมก็ไม่ได้เจอน้องบีกับน้องฝางอีกเลยครับ จนวันนี้
"หนูคิดถึงพี่จัง..ไม่ได้เจอกันตั้งนานแหน่ะ" น้องบีพูดกับผมอย่างสดใสน่ารักครับ ถ้าทุกท่านยังกันได้ น้องบีเธอเคยบอกว่าผมตรงสเป็คเธอครับ แล้วเธอก็เคยขอเบอร์ผมด้วยครับ เธอนับว่าเป็นเด็กที่ใจกล้ามากจนผมนับถือเลยครับ
"พี่ก็เหมือนกันนะ.." ผมตอบน้องบีแบบยิ้มๆครับ
"กลับบ้านเร็วๆนะน้องพิม..ถ้าขี้เกียจกลับเอง โทรเรียกพี่มารับนะ..พี่เป็นห่วง" ผมพูดกับน้องพิมด้วยความเป็นห่วง
"ค่ะ..พี่เหลียงไม่ต้องห่วงนะค๊ะ" น้องพิมพูดกับผมอย่างน่ารักพร้อมกับหอมแก้มผมเบาๆ
"น่าอิจฉาคนมีแฟน..." น้องฝางพูดขึ้นเมื่อเห็นน้องพิมหอมแก้มผมครับ
"งั้นหนูไปก่อนนะค๊ะ..บ้ายบาย" น้องพิมโบกมือบ้ายบายผมก่อนที่จะเดินเข้าไปในโรงเรียนกับเพื่อนๆครับ ผมยืน ดูน้องพิมเดินเข้าไปในโรงเรียนแล้วผมก็กำลังสตาจรถจะกลับบ้านครับ แล้วจู่ๆ ผมก็รู้สึกเหมือนมีคนมีสะกิดผมจากข้างหลังครับ ผมจึงหันไปดู...
"อ้าวน้องบี.." เป็นน้องบีที่มาสะกิดผมครับ แต่เมื่อกี้เธอเข้าไปพร้อมกับน้องพิมไม่ใช่หรอ?
"นี่ค่ะ..พี่เก็บไว้ดีๆนะค๊ะ" น้องบีพูดกับผมอย่างจริงจังพร้อมกับยื่นกระดาษสีชมพูที่พับเป็นรูปหัวใจให้ ผมครับ ผมชักจะงงแล้วสิครับ
"หนูไปก่อนนะค๊ะ..พี่เก็บไว้ดีๆนะค๊ะ." น้องบีย้ำกับผมอีกครั้งครับ เธอพูดจบก็วิ่งเข้าโรงเรียนไปโดยไม่ยอมให้ผมถามหรือพูดอะไรเลยครับ แต่ท่าทางของน้องบีดูจริงจังมากเลยครับ ต้องเป็นเรื่องสำคัญแน่ๆ ผมจึงรีบเปิดกระดาษออกดูทันทีครับ แต่ว่า สิ่งที่เขียนไว้ในกระดาษนั้นสิครับ...มันทำให้ผม..รู้สึกหวั่นไหวจริงๆ ครับ...
โปรดติดตามตอนต่อไป......
ขอบคุณครับ
****************************************************
\
รักไม่มีขีดจำกัด (ความรักของผม ปี2) ตอนที่ 4
หวัดดีครับ ตอนนี้ไม่อ่านไม่ได้เลยนะครับ ไม่งั้นพรุ้งนี้คุณจะคุยกับเค้า ไม่รู้เรื่อง... ตอนนี้สำคัญมากนะครับ โปรดอ่านถึงแม้มันจะยาวไปนิด อ่านแล้วก็ช่วยเม้นหน่อยนะครับ ขอร้องเลยครับ
รักไม่มีขีดจำกัด (ความรักของผม ปี2) ตอนที่ 4 สงกรานต์จงเจริญ...
ณ สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง วันที่ 13 เมษายน เมื่อหลายปีก่อน...
"นี่แน่ะๆ..พี่เหลียงอย่าหนีนะ!!"
"คิกๆ..พี่เหลียงห้ามหนีพวกหนูนะ..ไม่งั้นโดนหนักแน่!!" เสียงน่ารักๆของเด็กสาววัยแรกแย้ม2คน กำลังตามไล่ล่าเอาปืนฉีดน้ำยิงใส่พี่ชายอย่างสนุกสนาน
"โอ๊ย.น้องหลิน น้องพิม.พี่ยอมแล้วๆ" เสียงเด็กชายผู้ถูกน้องๆของตัวเองกลั่นแกล้ง พูดกับน้องๆพร้อมกับเอามือบังสายน้ำที่น้องๆยิงใส่ เด็กทั้ง3คน ออกมาเล่นสงกรานต์ ณ สวนสาธารณะแถวบ้านอย่างสนุกสนานตามประสาเด็ก ความสดใสน่ารักของเด็กๆทำให้ผู้คนรอบๆอดที่จะอมยิ้มและเอ็นดูพวกเค้าไม่ ได้... พลัน สายตาของเด็กหนุ่มก็เหลือบไปเห็น...
"เธอมานั่งทำอะไรตรงนี้หรอ?..." เด็กหนุ่มเดินเข้าไปหาเด็กสาวคนหนึ่งที่สายตาของเค้าเหลือบไปเห็นเมื่อกี้ นี้ เด็กหนุ่มเห็นเด็กหญิงคนนั้นกำลังนั่งกอดเขาอย่างเดียวดายอยู่ตรงศาลา เขาจึงเดินเข้าไปหาพร้อมกับถามเธออย่างเป็นมิตร
"อย่ามายุ่งกับฉัน.!!.." เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มก่อนที่เธอจะพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา และไร้ความรู้สึก เด็กชายถึงกับชะงักด้วยความคาดไม่ถึงกับคำตอบที่ได้
"ไปเล่นด้วยกันมั๊ย?" เด็กหนุ่มยังถามเด็กสาวต่อด้วยความเป็นมิตร
"ไปให้พ้นได้มั๊ย!!" เด็กหญิงคนนั้นพูดกับเด็กหนุ่มเสียงแข็งกร้าวด้วยความรำคาญใจ เธอเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองเด็กหนุ่มอย่างไม่พอใจ แววตาของเธอทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกได้ถึงความเดียวดายและความเหงาเปล่าเปรี่ยว เด็กหนุ่มรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของเธออย่างปรุโปรง เพราะการที่เค้าเสียแม่ไปเมื่อปีก่อน มันทำให้เขามีความรู้สึกที่ไม่ต่างกับเธอนัก เด็กหนุ่มไม่ตอบอะไรแต่เข้าไปนั่งข้างๆเธอ
"นี่นาย..!!" เด็กสาวตวาดเสียงแข็ง
"เธอคงเหงามากสินะ..?" เด็กหนุ่มพูดกับเด็กสาวคนนั้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เด็กสาวหันมองเด็กหนุ่มด้วยความตกใจกับสิ่งที่เธอได้ยิน เพราะคำพูดเพียงประโยคเดียว แต่มันกลับแทงใจดำเธอเหลือเกิน
"นี่นายรู้..."
"รู้ได้ยังไงใช่มะ.."
"ใช่.."
"เพราะเราก็รู้สึกแบบเดียวกับเธอนั่นแหละ" เด็กหนุ่มตอบด้วยความรู้สึกที่แท้จริงของเขา
"นายก็รู้สึกเหมือนกับชั้นหรอ?" เด็กหญิงถามด้วยความตกใจเพราะคาดไม่ถึงว่า เธอจะได้เจอคนที่มีความรูสึกเช่นเดียวกับเธอ
"อืมๆ..แล้วทำไมเธอถึงมานั่งคนเดียวละ.." เด็กหนุ่มผยักหน้าตอบเธอก่อนที่จะถามด้วยความสงสัย
"พ่อแม่ชั้น..ไม่สนใจชั้นเลย!! วันๆทำแต่งาน ไม่เคยมีเวลาให้ชั้นเลย บังคับให้ชั้นคบแต่เพื่อนระดับเดียวกันไม่ให้คบเพื่อนจนๆ จนแม้แต่เพื่อนชั้นก็ไม่มี..ฮือออๆ" เด็กสาวตอบพร้อมกับเสียงสะอื้นและน้ำตาที่ไหลพรากด้วยความทุกข์ใจ เด็กหนุ่มรู้สึกสะเทือนใจและเศร้าใจกับสิ่งที่ได้ยินยิ่งนัก
"ใครว่าเธอไม่มีเพื่อนล่ะ?..ตั้งแต่นี้ไป เราคือเพื่อนเธอนะ" เด็กหนุ่มพูดกับเธออย่างเป็นมิตนก่อนจะยิ้มให้เธอด้วยความจริงใจ
"นี่นาย..." เด็กสาวถึงอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก เธอไม่คิดมาก่อนเลยว่า เธอจะได้เจอกับคนที่เข้าใจความรู้สึกเธอได้อย่างปรุโปรง เพราะแม้แต่พ่อแม่ของเธอเองก็ไม่เคยเข้าใจความรู้สึกเธอเลยแม้แต่น้อย
"เราเป็นเพื่อนกันแล้วนะ..ต่อไปห้ามพูดว่าไม่มีเพื่อนนะ..สัญญาสิ!" เด็กหนุ่มพูดกับเด็กสาวอย่างยิ้มแย้มพร้อมกับชูนิ้วก้อยขึ้น...
"อื้ม..สัญญา" เด็กสาวพูดพร้อมกับชูนิ้วเกี่ยวก้อยกับเด็กหนุ่ม เด็กสาวรู้สึกอบอุ่นเป็นครั้งแรก เธอได้แต่คิดว่า เธอมีความสุขมากเมื่อได้อยู่ใกล้ๆเค้าคนนี้
"เจอแล้ว!!..หนีมาหลบอยู่นี่เอง..นี่แน่ะๆ" เสียงเด็กสาว2คนดังมาจากด้านหลังของพวกเค้า ก่อนที่สายน้ำจากปืนฉีดน้ำของเด็กทั้ง2คนจะพุ่งเข้าใส่เด็กหนุ่มและเด็กหญิง จนพวกเค้าทั้ง2คนเปียกปอนกันไปตามๆกัน หลังจากนั้น เขาและเธอต่างก็เล่นน้ำด้วยกันอย่างสนุกสนาน เด็กสาวลืมความทุกข์ต่างๆไปจนหมดสิ้น เธอมีความสุขอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในชีวิต...
"คิกๆ..กล้าแกล้งชั้นหรอ..นี่แน่ะ..คิกๆ" เด็กสาวหัวเราะอย่างมีความสุข เธอเล่นน้ำกับเด็กหนุ่มคนนั้นจนแทบจะลืมความทุกข์ต่างๆนาๆที่อยู่ในใจเธอไป จนหมด
“เอ๊ะ!!..นี่นายมีแผลเป็นที่ไหล่แผลเบ่อเริ้มเลย!!” เด็กสาวพูดอย่างอย่างตกใจเมื่อสังเกตุเห็นแผลเป็นขนาดใหญ่ของเด็กชาย
“อ๋อ..แผลไม้เรียวน่ะ..ได้มาจากพ่อไม่กี่วันนี้เอง” เด็กชายตอบ
“คุณหนู!!..คุณหนูค๊ะ...คุณหนู!!” เสียงหญิงสาวหลายคนตะโกนมาแต่ไกล เหมือนว่าพวกเธอกำลังตามหาใครอยู่
“อุ๊ยย!!..โถ่ พ่อแม่ให้คนมาตามชั้นแล้วล่ะ..” เด็กสาวพูดขึ้นด้วยสีหน้าเศร้าหมองลงในทันที
“..เธอจะไปแล้วหรอ..?” เด็กชายถามเด็กสาวอย่างใจหาย
“ชั้นไม่อยากกลับบ้านเลยนะ…นายพาชั้นไปที่อื่นได้มั๊ย..” เด็กสาวพูดกับเด็กชายอย่างจริงจัง คำพูดเว้าวอนของเธอนั้นทำให้เด็กชายรู้สึกเศร้าใจไม่ใช้น้อย ในใจของเขานั้น ก็ยังไม่อยากให้เธอไปเหมือนกัน ทั้งๆที่รู้จักกันไม่ถึงวัน แต่เขากลับรู้สึกผูกพันกับเธอมาก มากซะจนทำให้เขาใจหายเมื่อรู้ว่าเธอต้องจากเขาไปแล้ว…
“เธอกลับบ้านเถอะนะ..พ่อแม่เธอคงจะเป็นห่วงแล้วล่ะ” เด็กชายฝืนใจพูดกับเด็กสาว เขารู้สึกเสียดายไม่น้อย
“แต่ชั้นยังไม่อยากกลับนิ.,.ชั้นยังอยากเล่นกับนายนินา” เด็กสาวพูดพร้อมสีหน้าทุกข์ใจ
“เดี๋ยวไว้วันหลัง..เราค่อยมาเล่นกันอีกก็ได้นิ เราไม่หนีเธอไปไหนหรอก” เด็กชายพูดอย่างยิ้มแย้ม
“สัญญานะ..” เด็กสาวพูดก่อนจะชูนิ้วก้อยขึ้น…
“อื้ม.สาบานเลย” เด็กชายเกี่ยวก้อยเด็กสาวเพื่อเป็นการสัญญา เด็กทั้ง2ต่างยิ้มให้กันอย่างร่าเริง พวกเขาดีใจมากที่จะได้เจอกันอีกวันหลัง
“งั้นชั้นไปก่อนนะ..ไว้เจอกันใหม่นะ” เด็กสาวกล่างคำอำลาก่อนที่เธอจะลุกเดินไปหาพี่เลี้ยงที่กำลังตามหาเธอ…
“นี่เธอ..เดี่ยวก่อน!!” เด็กชายตะโกนเรียกเด็กสาวที่กำลังเดินไกลออกไปก่อนที่เค้าจะรีบวิ่งเข้าไปหา เธออย่างรีบร้อน เพราะเขาพึ่งนึกเรื่องสำคัญอะไรบางอย่างได้…
“มีอะไรหรอ..?” เด็กสาวถามด้วยความสงสัย
“เรายังไม่รู้ชื่อเธอเลยนะ..เธอชื่ออะไรหรอ” เด็กชายพึ่งนึกขึ้นได้ว่า เขายังไม่รุ้ชื่อเด็กสาวคนนี้เลย
“คิกๆ..นายเนี่ยตลกจัง” เด็กสาวยิ้มและหัวเราะอย่างชอบใจ
“ชั้นชื่อ.อิ..ไม่เอาดีกว่า..ชั้นยังไม่บอกนายดีกว่า..ไว้ถ้าเจอกันอีก ชั้นจะบอกนายนะ..” เด็กสาวพูดก่อนจะยิ้มให้เด็กชาย
“อ้าววว!!”
“คิกๆ..งั้น….” เด็กหญิงพูดก่อนที่เธอจะมองซ้ายมองขวา และเมื่อเธอมั่นใจว่าไม่มีใครจะเห็นสิ่งที่เธอกำลังจะทำ เธอจึง…
“นี่เธอ…!!” เด็กชายถึงกับตะลึงจนพูดไม่ออกกับสิ่งที่เด็กสาวทำ เขารู้สึกอายจนหน้าแดง
“ชั้นให้นายเป็นคนแรกนะ..ชั้นไปก่อนล่ะ..บ้ายบาย” เด็กสาวพูดพร้อมกับโบกมือให้เด็กหนุ่มก่อนที่เธอจะเดินไปอย่างรีบเร่ง เพราะเธอเองก็รู้สึกเขิลกับสิ่งที่เธอทำไปไม่น้อยเหมือนกัน
“…” เด็กชายถึงกับยืนตัวแข็งพูดอะไรไม่ออก เขาได้แต่ลูบแก้มของตัวเอง ใจของเขาปั่นป่วนไปหมด เขารู้สึกได้ถึงความสุขมากมายที่ถาโถมใส่เขา เพราะตั้งแต่เกิดมา นอกจากแม่แล้ว ไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับเขาเลย แต่เมื่อกี้ เด็กสาวปริศนาคนนั้นกลับเป็นคนแรกที่ได้ประทับริมฝีปากบนแก้มของเขา เขาได้แต่ยืนมองเด็กสาวที่ให้ความสุขนี้แก่เขาเดินจากไปพร้อมกับพี่เลี้ยง…
“คุณหนูค๊ะ..พวกเราตามหาแทบแย่แน่ะ..คุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงเป็นห่วงมาก นะค๊ะ!!” พี่เลี้ยงถอนใจอย่างโล่งอกเมื่อได้พบเด็กสาวที่พวกเธอตามหา
“แค่ออกมาเดินเล่นเอง..พี่เจนไม่ต้องห่วงหรอก” เด็กสาวพูด
“งั้นก็กลับบ้านกันเถอะค่ะ..เดี๋ยวคุณผู้หญิงจะโกรธนะค๊ะ” พี่เลี้ยงพูดพร้อมกับจูงมือเด็กสาวไปที่รถเบนซ์สีดำ คันหรูที่จอดรออยู่ ระหว่างทางกลับบ้าน เด็กสาวได้แต่พูดกับตัวเองในใจกับสิ่งที่เธอทำลงไป เธอรู้สึกอายตัวเองอยู่ไม่น้อย เพราะเธอไม่คอยหอมแก้มใครเลย แม้แต่พ่อหรือแม่ของตัวเอง เธอได้แต่ถามใจตัวเองว่า นี่เรา..ชอบเค้าแล้วหรอนี่? เด็กสาวได้แต่นึกถึงเด็กหนุ่มที่ทำให้เธอมีความสุขมากขนาดนี้เป็นครั้งแรกใน ชีวิต เธอได้แต่ยิ้มกับตัวเอง เธอได้แต่คิดว่า ทำไมเด็กชายคนนั้นถึงทำให้เธอยิ้มได้ขนาดนี้นะ ทั้งๆที่พ่อแม่ก็ทำให้เธอยิ้มแบบนี้ไม่ได้เลย เธอรับรู้ได้ถึงความรู้สึกแปลกๆที่เกิดขึ้นในใจของเธอ เธอทั้งรู้สึกอบอุ่นและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก หรือว่า ความรู้สึกแบบนี้หรอ ที่เขาเรียกกันว่า “ความรัก”
“คุณหนูค๊ะ..เด็กผู้ชายคนเมื่อกี้.ถ้าคุณผู้ชายรู้ ท่านคงไม่พอใจนะค๊ะ” พี่เลี้ยงพูดกับเด็กสาวอย่างจริงจัง
“อย่ายุ่งเรื่องของชั้น!!..” เด็กสาวตวาดพี่เลี้ยงด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว
“ขออภัยค่ะ.คุณหนูอิง..!!”
………………………..
วันที่ 13 เมษายน ปัจจุบัน…
ณ ถนนใจกลางเมือง
“โอ้โห!!…คนเยอะจังนะเหลียง” แพ็ทถึงกับอุทานออกมาอย่างลืมตัว เมื่อเธอได้เห็นผู้คนที่กำลังเล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างสนุกสนาน
“อืม..คนเยอะมากเลยอ่ะ” ผมตอบอย่างเห็นด้วยครับ ปีนี้คนออกมาเล่นน้ำกันเยอะมากเลยครับ ไม่รู้เพราะว่าเบื่อการเมืองกันรึป่าว555 ทุกปีจะมีคนมาเล่นน้ำเยอะมากครับ จนต้องปิดถนนเป็นถนนคนเดินเล่นน้ำกันเลยละครับ
“คนเยอะสิดี..ไม่งั้นก็ไม่สนุกสิ..จริงมั๊ยทุกคน” พี่พลอยพูดกับพวกเราอย่างตื่นเต้นครับ
“นั่นสิค๊ะ..คนเยอะสนุกดีออก” น้องหลินพูดสนับสนุนพี่พลอยน้ำเสียงสดใสครับ
“งั้นพวกเราก็ไปเล่นน้ำกันเถอะค่ะ..น่าสนุกออกนะค๊ะ” น้องพิมพูดขึ้นบ้างครับ ดูเหมือนว่าพวกเธอคงอยากจะเล่นน้ำจนห้ามใจไม่อยู่แล้วละครับ พวกเธอเดินเล่นน้ำกันอย่างสนุกครับ แต่ผมน่ะสิครับ ไม่ค่อยสนใจเล่นเลยครับ ถ้าจะถามว่าทำไม ผมก็ต้องตอบว่า เพราะผมต้องคอยระวังไอ้พวกหื่นกาม ที่ชอบฉวยโอกาสทำเป็นมาปะแป้ง แล้วก็แอบลวนลามจับนู่นโดนนี่ แล้วยิ่งพี่พลอยกับยัยแพ็ทแต่งตัวอย่างนี้ด้วยแล้ว อย่าว่าแต่พวกมันเลยครับผมเองก็เกือบจะห้ามใจไม่อยู่เหมือนกันล่ะครับ ก็พวกเธอน่ะ ใส่เสื้อกล้ามตามสไตล์วัยรุ่นจนเห็นสายเสื้อใน แล้วพวกเธอก็ใส่กางเกงขาสั้น โชว์สัดส่วนดีเหลือเกิน แล้วทุกท่านน่าจะรู้นะครับว่า เวลาเสื้อมันโดนน้ำเนี่ย มันจะเห็นไปถึงข้างใน เห้อออ พวกเธอ2พี่น้องตั้งใจใส่เพื่อยั่วผมรึเปล่าเนี่ย…
“อ้าวเหลียง!!...” เสียงหญิงสาวคนนึงเรียกผมจากข้างหลังครับ เสียงคุ้นๆหูผมด้วยครับ
“อ้าวน้ำ!!..มาเล่นกะเค้าด้วยหรอ” ผมรีบหันไปก็เห็นน้ำที่เป็นคนเรียกผมครับ คือ น้ำเค้าเป็นเพื่อนร่วมห้องผมครับ ซึ่งเธอก็เป็นเพื่อนสนิทดรีมครับ
“อืมๆ..สงกรานต์ทั้งที..ก็ต้องเล่นน้ำสิ” น้ำตอบผมอย่างยิ้มแย้มครับ น้ำจัดว่าเป็นผู้หญิงที่หน้าตาสะสวยคนนึงครับด้วยความที่เธอขาวและออกจะ หมวยๆด้วยละมั้ง แต่ทุกท่านไม่ต้องคิดลึกนะครับ ผมไม่ได้สนใจเธอหรอกครับ เพราะว่าตอนนี้ ผมสนใจเพื่อนสนิทของเธออยู่ต่างหากละครับ… ผมยืนคุยกับน้ำอยู่ได้ไม่นาน ผมก็รู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่มายังผมกับน้ำครับ ผมรู้สึกเสียววูบวาบที่สันหลังขึ้นมาทันใด…
“เหลียงทำอะไรอยู่หรอ?” เสียงหญิงสาวที่ทำให้ผมถึงกับหนาววาบจนขนลุกดังมาจากด้านหลังครับ เจ้าของเสียงเดินมาข้างกายผมพร้อมกับควงแขนผมไว้แน่น..
“มีอะไรกันหรอ?” แพ็ทถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้อารมณ์สุดๆ ครั้งสุดท้ายที่ยัยแพ็ทพูดแบบนี้ คือตอนที่มีคนมาขอเบอร์ผมก่อนปิดเทอมครับ ก่อนที่ยัยแพ็ทจะพาพวกเพื่อนๆเธอไปเอาเรื่องผู้หญิงคนนั้นซะไม่มีชิ้นดี T_T เห้ออ รักแรงจริงๆเลยแม่คนนี้…
“น.นี่น้ำเพื่อนเหลียงเอง…” ผมตอบยัยแพ็ทเสียงสั่นๆครับ
“น้ำ..นี่แพ็ท..เธอเป็น…”
“เป็นแฟนเหลียงจ้ะ!!...” ยัยแพ็ทไม่รอให้ผมพูดจบ เธอพูดตัดบทผมก่อนทันที น้ำเสียงของเธออาจจะฟังดูปกติ แต่มันก็แฝงไปด้วยความโหดร้ายทารุณจริงๆครับ
“หรอ!!..แหม.เหลียงมีแฟนไม่เห็นบอกเพื่อนบ้างเลยนะ..งั้นเราไปก่อนนะ เหลียง ไว้เจอกัน..” น้ำยิ้มให้ผมก่อนที่จะเดินจากไปครับ ผมก็ยิ้มให้เธอเช่นกัน แล้วก็ดูเธอเดินจากไป..
“โอ๊ยยย!!..แพ็ท ..เหลียงเจ็บนะ.” ผมรู้สึกเจ็บแปล๊บที่แขนขึ้นมาทันทีครับ
“เจ็บสิดี..ถ้าแพ็ทไม่เห็นว่าเป็นเพื่อนเหลียงนะ..ยัยน้ำอะไรนั่นได้เจอ ดีแน่!!” ยัยแพ็ทยิกผมเธอพูดกับผมเสียงเขียวเลยครับ ผมละกลั๊วกลัวว่าเธอจะตามไปหาเรื่องน้ำ นี่ขนาดแค่คุยกันเฉยๆนะเนี่ย...
“โอ๋ๆ..อย่างงอนนะคนดี..” ผมก็เลยต้องง้อเธอไปตามระเบียบครับ ไม่งั้นมีหวัง….ตาย!! (แฟนหรือแม่วะเนี่ย)
หลังจากนั้นพวกเราก็เดินเล่นน้ำปะแป้งกันไปเรื่อยๆครับ พวกเธอดูท่าทางจะตื่นเต้นสนุกสนานกันใหญ่ ผมเองก็เริ่มจะสนุกขึ้นมาบ้างแล้วสิครับ แต่ไม่ใช่เพราะเล่นน้ำหรอกนะครับ แต่เพราะบรรดาสาวๆที่มาเล่นน้ำ ต่างปล่อยเนื้อปล่อยตัว แต่งตัวได้ยั่วกิเลศผู้ชายเราสุดๆ จนผมอดมองไม่ได้เลยครับ โอ้โห่!!..คนนี้ก็น่ารัก.คนนี้ก็เซ็กซี่ เรียกได้ว่าอาหารตาเพียบเลยละครับ ผมมั่วแต่ยืนมองสาวๆจนเพลินครับ โดยที่ผมไม่ได้ทันคิดว่าคนเยอะแบบนี้ถ้ามัวแต่ชักช้า ก็อาจจะ…
“อ้าวทุกคน!!..” ผมหันมาอีกที ทุกคนก็ไม่อยู่ตรงนี้แล้วครับ
“โถ่ไอ้เหลียง!!..หลงกันจนได้!!!” ผมพูดกับตัวเองก่อนที่จะรีบเดินตามหาทุกคนอย่างไม่รอช้าครับ ถ้าพวกเธอเกิดไปเจอไอ้พวกลามกฉวยโอกาสลวนลามเข้า ผมจะไม่มีวันให้อภัยตัวเองเลยครับ แต่ทว่า เหมือนสวรรค์กลั่นแกล้งผม ไม่ว่าผมจะมองไปทางไหน ก็เจอแต่ผู้คนที่เดินไปเดินมาเล่นน้ำอย่างครึกครื้น แล้วด้วยความที่ผู้คนแออัดยัดเยียดกันมาก ผมจึงไม่สามารถเดินได้เร็วนัก จนในที่สุด….
“เห้ออ..หลงกันจนได้!!...” ผมได้แต่ถอนใจและพูดกับตัวเองด้วยความวิตกครับ ป่านนี้พวกเธอก็คงจะเป็นห่วงผมเหมือนกันแน่ๆ แต่ขอแค่ให้พวกเธอไม่เจออย่างที่ผมวิตกก็พอแล้วละครับ ผมนี่มันแย่จริงๆเล้ย ให้ตายสิ!!
ครั้นผมจะโทรถามพวกเธอ ผมก็ไม่ได้เอาโทรศัพมา แล้วพวกเธอก็คงไม่พกมันมาเล่นน้ำหรอกครับ ผมเหมือนไม่มีทางเลือกครับ นอกจาก เดินหาพวกเธอต่อไปเรื่อยๆ… เห้ออ ไอ้เหลียงนะไอ้เหลียง!! ผมเดินวนไปวนมาสักพักผมก็เริ่มเหนื่อยครับ ก็แหม แดดร้อนเปรี๊ยงขนาดนี้ ไม่เหนื่อยก็แปลกละครับ
“นี่ๆเธอ..ตรงนั้นมีพวกอันตพาลลวนลามผู้หญิงด้วยแหละ!!” เสียงหญิงสาวข้างๆผมพูดกับเพื่อนของเธอครับ หรือว่า ผู้หญิงที่เธอถึงพูดจะเป็น… ไม่นะ!! ผมคิดได้ดังนั้นก็รีบวิ่งไปทางนั้นทันทีครับ ใจของผมตื้นแรงกลัวว่าจะเป็นพวกเธอ…
“นี่พวกแก!!..ไอ้พวกหน้าด้าน!!” เสียงหญิงสาวซึ่งกำลังด่าทอใครบางคนดังออกมาแต่ไกลครับ ผมรู้สึกว่า เสียงนี้มัน..ไม่ใช่เสียงพี่พลอย หรือเสียงแพ็ท หรือแม้แต่เสียงน้องๆครับ แต่ว่า เสียงนี้มันก็คุ้นๆหูผมจังเลย.. ไหนๆก็วิ่งมาถึงขนาดนี้แล้ว เดินเข้าไปหูสักหน่อยก็ไม่เห็นจะเสียหายนิครับ… แล้วทันใดนั้น สายตาของผมก็ต้องเปิดกว้างอย่างตกใจ เมื่อผมได้เห็น…
“ยัยอิง..!!” ได้พูดกับตัวเองอย่างลืมตัวครับ ใช่แล้วครับ เธอคนที่กำลังเดินด่าทอผู้ชายกลุ่มหนึ่ง เธอคนนั้นก็คือ..ยัยอิงนั่นเองครับ
“อ้าวน้องสาว..ไม่เห็นต้องพูดหยาบๆนิจ้ะ..” เสียงผู้ชายร่างใหญ่มีรอยสักเต็มตัวพูดกับยัยอิงด้วยสีหน้าสื่อถึงความลามกของมันครับ
“ใช่แล้วน้องสาว..พวกพี่ไม่ได้ตั้งใจไปโดนของน้องซะหน่อยนิ” เสียงผู้ชายอีกคนซึ่งยืนข้างๆผู้ชายคนแรกพูดขึ้นบ้างครับ ผมยังยืนดูสถาณการณ์อยู่ไม่ไกล
“ไม่ได้ตั้งใจหรอ..พูดออกมาได้นะ..ไอ้พวกลามกหน้าด้าน!!” ยัยอิงยังไม่ยอมลดละครับ เธอยังด่าทอชายกลุ่มนั้นด้วยถ้อยคำที่รุนแรง
“อ้าวอีนี่!!...กูพูดไม่รู้ฟังใช่มั๊ย!!” ชายคนแรกพูดตะคอกเธอด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวครับตามฉบับอันตพาล พวกมันเดินเดินเข้ามาหายัยอิงเหมือนกับจะทำอะไรบางอย่างครับ
“นี่พวกแก!!..จ.จะทำอะไรน่ะ..” ยัยอิงถึงกับยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูกเลยครับ ผมเห็นแล้ว ก็อดสะใจไม่ได้ครับ สมน้ำหน้า ถูกสั่งสอนซะบ้างจะได้รู้สำนึก… แต่ ในใจของผม มันกลับรู้สึกแปล๊บๆขึ้นมาครับ เหมือนกับว่า มันมีความรู้สึกแปลกๆครับ…. ทำไมผมถึง ไม่สบายใจที่เห็นเธอตกอยู่ในอันตรายด้วยนะ!!...
“ต้องสั่งสอนมารยาทกันซะหน่อยแล้วมั้งน้องสาว…” ชายคนแรกเดินเข้าหาเธอพร้อมกับสีหน้าหื่นกามโดยไม่ต้องบอกก็รู้ครับ ยัยอิงได้แต่ยื่นตัวแข็งเพราะความกลัว…
“ไปเร็ว!!..” ผมวิ่งไปขว้ามือเธอแล้วก็รีบพาเธอวิ่งออกไปให้ไกลที่สุดครับ ผมกับเธอวิ่งหนีออกมาอย่างสุดชีวิต จนเราทั้งคู่มาหยุดพักอย่างเหนื่อยหอบอยู่ตรงริมถนน…
“เห้อ..เห้อออ..หนีพ้นแล้วละ” ผมพูดกับเธอพร้อมกับเอามือยันเข่าอย่างเหนื่อยหอบครับ
“..เห้อออ..เอ๊ะ!!..นี่นาย..!!”
“นายเองหรอ..นายเหลียง..!!” ยัยอิงพูดอย่างแปลกใจครับ เธอคงไม่คิดว่าจะเป็นผม
“นี่ชั้นช่วยเธอไว้นะ..ขอบใจสักคำก็ไม่มี” ผมพูดกับเธอแบบเซ็งๆครับ
“ชั้นไม่ได้ขอให้นายช่วยซะหน่อย..ทำไมต้องขอบใจ” ยัยอิงพูดอย่างหยิ่งทะนงครับ ผมล่ะไม่น่าเข้าช่วยเธอเล้ยยย ให้ตายดิ รู้งี้ให้เธอโดนสั่งสอนซะบ้างน่าจะดี…
“ถ้ารู้งี้ชั้นไม่ช่วยเธอไว้หรอก..ให้ไอ้พวกนั้นมันข่มขืนเธอไปเลยก็ดี”
“นี่นาย!!...พูดให้ดีๆนะ..” ยัยอิงเริ่มขึ้นเสียงกับผมครับ ผมไม่น่าช่วยเธอไว้จริงเลยนะเนี่ย ทำบุญได้บาปแท้ๆ
“เอาเหอะๆ..ตอนนี้เธอก็หนีมาได้แล้วนิ..ชั้นไม่อยู่เถียงด้วยหรอก.ไป ล่ะ” ผมพูดกับยัยอิงแบบเซ็งสุดๆครับ ขนาดขอบคุณสักคำเธอก็ไม่ดี เธอเนี่ย เป็นคนประเภทไหนกันแน่นะ?
“เดี๋ยวก่อน!!..นายหิวมั๊ยล่ะ..ชั้นไม่ยอมเป็นหนี้บุญคุณนายหรอกนะ..!!” ยัยอิงถามผม
“จะเลี้ยงข้าวตอบแทนชั้นหรอ..ก็ได้…แต่ชั้นเตือนไว้ก่อนนะว่าชั้นกินจุ” ผมพูดกับเธอครับ ก็ดีเหมือนกันครับ ตอนนี้ก็จะเที่ยงแล้ว ผมก็หิวเหมือนกัน กินอะไรซะก่อน แล้วค่อยตามทุกคนต่อดีกว่า..
ณ ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง ย่านใจกลางเมือง…
“เปนไงบ้างล่ะ…” ยัยอิงถามผมขณะทานข้าวครับ
“ก็อร่อยดี..สลัดนี่ก็อร่อย..สปาเก็ตตี้นี่ก็อร่อย...อื้มม” ผมตอบขณะทานอาหาร(ฟรี)อย่างเพลิดเพลินครับ
“ชั้นไม่ได้หมายถึงพวกนี้..ชั้นหมายถึงนายน่ะเป็นยังไงบ้าง?” ยัยอิงถามผมด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่ผิดกับทุกครั้งครับ ผมล่ะอดแปลกใจไม่ได้ครับ
“ยังไม่ตายหรอก.ไม่ต้องห่วง” ผมตอบแบบยิ้มก่วนๆครับ
“ชั้นไม่ได้ห่วงนายหรอกนะ..อย่าเข้าใจผิด.ชั้นแค่ถามตามมารยาท” ยัยอิงตอบ
“ขอบใจที่เป็นห่วงแล้วกัน..” ผมตอบ
“ชั้นบอกว่าไม่ได้เป็นห่วงไง…!!” ยัยอิงตอบย้ำอีกครั้ง
“ก็ชั้นถือว่าเธอเป็นห่วงนิ” ผมตอบอย่างกวนๆครับ แต่คราวนี้ยัยอิงไม่ได้ตอบอะไรกลับครับ แต่ผมเห็นยัยอิงแอบยิ้มนิดๆครับ
“เธอเนี่ย..ถ้าเปลี่ยนนิสัยสักนิด..ชั้นว่าคงมีคนมาชอบเธอมากกว่านี้อีก” ผมพูด
“เรื่องของชั้น!!..นายรีบๆกินเหอะ” ยัยอิงพูดเสียงแข็งทันทีครับ ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรเธอครับ เพราะผมสนแต่กินอย่างเดียวแล้วครับ เพราะหิวมาก
“นี่เธอหยิบพริกไทยให้หน่อยดิ..” ผมพูดกับเธอ
“นายก็มาหยิบเองสิ..ชั้นเลี้ยงนายแล้ว.เราก็ไม่มีอะไรติดข้างกันนิ…ชั้น ก็ไม่จำเป็นต้องหยิบให้นาย” ยัยอิงตอบแบบกวนประสาทครับ… ผมล่ะเซ็งกับเธอจริงๆ
“ชั้นหยิบเองก็ได้..” ผมจึงลุกขึ้นเอื้อมมือไปหยิบขวนพริกไทยซึ่วางอยู่ตรงหน้าเธอครับ แล้วทันใดนั้น…
“นี่นาย!!...แผลนั่นมัน!!..” ยัยอิงพูดด้วยน้ำเสียงตะลึงตกใจสุดขีด สายตาของเธอจ้องมองแขนของผมไม่ละสายตา เหมือนกับว่า เธอรู้สึกตกใจมากที่ได้เห็นแผลเป็นของผม…
“ท..ทำไมหรอ..แผลเป็นชั้นตั้งแต่เด็กแล้ว..” ผมตอบเธอแบบงงๆครับ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันครับว่าเธอตกใจอะไรนักหนากับอีแค่แผลเป็นธรรมดาๆ
“นายว่าอะไรนะ!!.ไม่จริง..นายโกหก!!”ยัยอิงลุกพรวดขึ้นพร้อมกับถามผมซ้ำ อีกครั้งทันที สายตาของเธอเหมือนกับว่า เธอไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ผมพูด…
“ธ.เธอเป็นอะไรของเธอเนี่ย?” ผมถามด้วยความงุนงง
“ป.ปล่าว..ไม่มีอะไร..ชั้นกลับก่อนนะ..” ยัยอิงพูดพร้อมกับเปิดกระเป๋า Louis Vuitton หยิบธนบัตรจำนวน1000บาทวางไว้ที่โต๊ะ ก่อนที่เธอจะเดินออกจากร้านไปอย่างรีบเร่ง.
“ด..เดี๋ยวก่อนสิ” ผมรีบวิ่งตามเธอออกไป แต่ก็ไม่ทันครับ ผมเห็นเธอขึ้นรถแท็กซี่ไปอย่างรีบร้อน ผมไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากได้แต่ยืนมองเธอจากไปจนสุดสายตา…ผมรู้สึกสับสนไป หมดแล้วครับ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ตั้งแต่เธอเห็นแผลเป็นของผม เธอก็ทำเหมือนกับไม่เชื่อสายตาตัวเองอย่างนั้นแหละ ผมรู้สึกได้ถึงความสับสนปนตกใจที่อยู่ในแววตาของเธอตอนมองแขนของผมครับ นี่มัน…เรื่องอะไรกันแน่นะเนี่ย..?
…………
ณ ที่บ้าน…
“เหลียงไปไหนมา!!..รู้มั๊ยว่าพวกเราเป็นห่วงแค่ไหน?” เสียงหญิงสาวสุดที่รักต่อว่าผมด้วยความเป็นห่วง
“ขอโทษครับพี่พลอย” ผมได้แต่ยอมรับผิดโดยดุสดี พอผมก้าวเท้าเข้าบ้าน แฟนสาวของผมทั้ง2คนก็ต่อว่าผมยกใหญ่เลยครับ…
“ไม่ใช่ว่าไปเล่นน้ำกับยัยน้ำอะไรนั่นหรอกนะยะ..อย่าให้รู้นะ” เสียงอันเย็นชาและเฉียบขาดของยัยแพ็ทเข้าหูผมเต็มๆเลยครับ ผมร้อนๆหนาวๆยังไงชอบกล เพราะถึงแม้ผมจะไม่ได้ไปกับน้ำอย่างที่แพ็ทคิด แต่ผมก็ไปกินข้าวกับยัยอิงไงครับ เพราะฉะนั้น ยัยแพ็ทก็พูดไม่ผิดหรอกครับ…
“ป.ป่าวน้า..คือ..คนมันเยอะเหลียงก็เลยตามทุกคนไม่ทันไง” ผมได้แต่ตอบแบบหนาวๆร้อนๆครับ
“แล้วน้องหลินกับน้องพิมล่ะครับ” ผมถามพี่พลอยด้วยความสงสัย เพราะตั้งแต่ผมกลับมา ผมยังไม่เจอ2สาวน้อยของผมเลยครับ
“2คนนั่นเห็นบอกว่าปวดหัว.ไม่ค่อยสบาย..พี่ก็เลยให้กินยาแล้วก็ให้ไปนอน พักตั้งนานแล้ว..สงสัยจะตากแดดจนไม่สบาย” พี่พลอยพูดด้วยความเป็นห่วงน้องๆครับ สีหน้าของเธอดูกังวลไม่น้อยทีเดียว เธอสมกับเป็นพี่ใหญ่จริงๆ “เหลียงก็ไปอาบน้ำแล้วก็พักผ่อนเถอะนะ..เหนื่อยมาทั้งวันแล้วนิ..เดี๋ยวจะ ไม่สบายเอานะ” พี่พลอยพูดกับผมอย่างน่ารักครับ น้ำเสียงและแววตาของเธอแสดงถึงความเป็นห่วงเป็นใยคนรักมากทีเดียว
“อืม.นั่นสิ..เดี๋ยวคืนนี้ก็ไม่มีแรงหรอก..คงหลายรอบอยู่นะ” ยัยแพ็ทพูดกับผมจนผมรู้สึกขนลุกเกรียวเลยครับ ของขวัญที่พวกเธอบอกไว้นั้น หรือว่าจะเป็น… โอ้ไม่นะ
หลังจากนั้นผมก็อาบน้ำและขึ้นไปนอนรออยู่บนห้องครับ วันนี้แม่ฝ้ายไปหาคุณพ่อของผมที่กรุงเทพครับ เพราะฉะนั้น พวกเราก็ทำอะไรต่อนิอะไรได้อย่างไม่ต้องกลัวใครเลยครับ ผมนอนรอเวลาแห่งความสุขสมอยู่สักพัก…แล้วประตูก็ค่อยๆเปิดออกครับ… ปรากฏร่างหญิงสาว2นางในครุมบางๆจนเห็นถึงข้างใน ผมได้เห็นแค่นั้น น้องชายของผมมันก็มีอาการตอบสนองขึ้นมาในทันที..
“แหม..แค่นี้ก็ตุงซะแล้ว” ยัยแพ็ทพูดกับผมก่อนที่เธอจะเข้ามานอนซบผมบนเตียงครับ
“ก็แหม…มันคงจะอยากมุดเข้าถ้ำมืดๆฟิตๆของใครบางคนนั่นแหละจ้ะ” ผมตอบยั่วเธอครับ
“คนบ้า!!...พูดอะไรก็ไม่รู้” ยัยแพ็ทเขิลจนเบี่ยงหน้าลบสายตาผมเลยครับ เธอน่ารักจริงๆเล้ยยย
“งั้น..เชิญทั้ง2คนทำกันตามสบายเลยนะ…เดี๋ยวพี่จะนั่งเอาใจช่วยแล้วกัน” พี่พลอยยิ้มอย่างชอบใจครับ แล้วเธอไปนั่งสังเกตุการที่โต๊ะทำงานผมครับ
“พี่เนี่ยละก็..แพ็ทก็อายเป็นนะ..อยู่ๆมีคนมานั่งดูแพ็ทเย็ดกับแฟนเนี่ย”
“ไม่เป็นไรหรอกแพ็ท…เพราะถึงยังไงก็แฟนเหลียงทั้ง2คนนิ..55+” ผมพูดพร้อมกับหัวเราะอย่างภูมิใจครับ
“เหลียงบ้า!!..พูดอะไรก็ไม่รู้” แพ็ทตีแขนผมอย่างเขินอายครับ ผมค่อยๆประคองหน้าเธอขึ้นมา เราสองคนสบตากันอย่างหวานซึ้ง เราค่อยๆประกบปากกันอย่างหวานชื่อ แพ็ทค่อยๆสอดลิ้นของเธอเข้ามาสัมผัสกับลิ้นของผมจนผมรู้สึกถึงความนุ่มลื่น ของลื้นเธอและรสสัมผัสอันหวานหอม แพ็ทดูดปากแลกลิ้นกับผมจนพอใจ เธอจึงถอนปากออกจากปากผมจนน้ำลายของเราสองคนไหลเป็นยางยืด รสจูบของเธอช่างชุ่มช่ำอะไรเช่นนี้ แพ็ทพลิกตัวขึ้นมาเป็นฝ่ายคร่อมผมบ้างครับ ผมรีบถอดเสื้อครุมของเธอออกโดยไว แพ็ทให้ความร่วมมือแต่โดยดีครับ ทำให้ผมได้เห็นเต้าคู่งาม หํวนมสีชมพูอ่อน เพราะแพ็ทเธอไม่ค่อยให้ผมดูดนมหรือเลียหัวนมของเธอเท่าไหร่หรอกครับ นานๆเธอถึงจะยอมสักครั้ง คือ เธอกลัวมันจะดำน่ะครับ เธอบอกว่าต้องดูแลรักษามันไว้เธอกลัวว่าผมจะเบื่อ แพ็ทส่งสายตาแหวนซึ้งปนเซ็กซี่นิดๆให้ผม ก่อนที่เธอจะขยับเปลี่ยนท่าเป็นหันหลังให้ผมและหันหน้าไปทางปลายเท้าของผม ผมรู้ได้ทันทีว่าเธอต้องการจะทำอะไร? แพ็ทค่อยๆขยับตัวให้หน้าของผมพอดีกับเนินสวาทและแคมหีคู่งามของเธอ ยัยแพ็ทถอดกางเกงของผมออกจนท่อนเอ็นของผมเด้งผงกขึ้นมาชี้หน้าเธอเต็มๆ
“แหม..เตรียมพร้อมเชียวนะยะ..แข็งปั๋งเชียว” แพ็ทพูดอย่างยั่วยวนก่อนที่เธอจะใช้มือกระทุกท่อนควยของผมจนหนังหุ้มปลาย เปิดออก แล้วเธอก็ค่อยๆแลบลิ้นใช้ปลายลิ้นแตะๆบริเวณหัวหยัก2-3ครั้ง ท่อนควยของผมถึงกับกระตุกผงกไปมาเพราะความเสียว
“อื้อหือ..เห็นแล้วเปรี๊ยวปากจัง..แพ็ทขอล่ะนะ..” ยัยแพ็ทไม่รอช้ารีบอ้าปากรับท่อนเอ็นแข็งปั๋งของผมเข้าไปในปากของเธอในทันใด ผมเองก็เอามือจับก้นเธอแน่นกดมันลงจนอวัยวะเพศหญิงอูมสวยของเธอประชิดกับ หน้าผม ผมไม่รอช้า รีบลงลิ้นใช้ปลายลิ้นเขี่ยๆตรงบริเวณรอบๆแคมหีของเธอก่อนที่จะเลียวนไปรอบๆ ร่องรักซึ่งเปรียบได้กับกลีบดอกไม้แรกแย้ม
“อุ๊ยยย!...อื้มม....อื้ออออ” แพ็ทครางในลำคอ อย่างเสียวกระสัน ขณะที่เธอก็อดแล้วดูดแท่งไอติม(ควย)ของเธออย่างสนุกปาก เธอใช้มืออันนุ่มนิ่มของเธอค่อยๆนวดครึงพวงสวรรค์ของผม จนผมรู้สึกเสียววาบไปถึงสันหลัง
“อุ้วว..แพ็ทจ๋าาา…อื้มมม..ดูดควยเก่งจัง..พี่พลอยสอนดีละสิท่า..อื้ม มม” ผมเองก็ลงลิ้นดูดแคมหีสู้เธอไม่ถอยครับ ผมใช้นิ้วแหวกแคมหีที่ปิดปากสนิทของเธอทั้งสองข้างออกจนผมเห็นเนื้อในโพรงหี สีแดงสดใหม่ ผมไม่รอช้า รีบสอดลิ้นเข้าไปก่อนที่จะตวัดมันขึ้นลงเร็วเป็นงู ผมรับรู้ได้ถึงกลิ่นหอมหวานของน้ำรักภายในรูหีที่กำลังขมิบตอดลิ้นของผม ไม่นานลิ้นของผมก็เปียกชุ่มไปด้วยน้ำหล่อลื่นที่โพรงหีของเธอขับออกมาตอบ สนองความต้องการทางเพศของเธอ ผมดูดเลียมันอย่างสมใจอยาก เสียงดูดจัง จ๊วบ!! จ๊วบ!! ดังกังวาลชัดเจน
“อ๊ายยยย..อย่าดูดตรงนั้นสิ..อื้ออออ…อื้มมมม” แพ็ทถอนปากขึ้นมาระบายความเสียวสยิวก่อนที่เธอจะก้มลงไปดูดเลียไอติมแท่ง โปรดของเธอต่อครับ เธอเร่งผงกหัวขึ้นๆลงๆเหมือนอยากจะระบายความเสียวกระสันที่เธอได้รับใส่ควย ของครับ เธอใช้ลิ้นตวัดเลียปลายหัวควยผมอย่างรู้ใจ ทั้งพี่พลอย แพ็ทแล้วก็น้องๆ ต่างก็รู้กันครับว่าผมชอบให้เลียตรงบริเวณหัวควย มันเสียวจี๊ดดีเหลือเกินครับ ถ้าใครเคยลองกับแฟน น่าจะรู้นะครับ แพ็ทใช้มือกำและรูดท่อนควยผมขึ้นๆลงๆอย่างรวดเร็ว มืออีกข้างของเธอก็นวดครึงพวงกระโปกของผมอย่างต่อเนื่อง ผมเสียวจนไม่รู้จะหาคำไหนมาอธิบายเลยละครับ ผมบอกได้แค่ว่า มันเสียวมากจริงๆ ขณะที่ผมเอง ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นใช้นิ้วกลาง แหยเข้าไปในโพรงหีอันคับแน่นของเธอ ผมค่อยกดนิ้วเข้าไป แล้วพอส่วนปลายนิ้วมันเข้าไปได้แล้ว ผมก็ยัดนิ้วเข้าไปพรวดเดียวมิดนิ้วเลยครับ
“อื้อออ…เห้อ..อ๊อยยย..เหลียงเล่นอะไรแบบนี้…อ๊อยยยเหลียงง…อื้มมม” แพ็ทถึงกับตาข้างถอนปากคายท่อนควยของผมขึ้นมาครางอย่างเสียวกระสันครับ ก่อนที่เธอจะลงไปทำหน้าที่ต่อ แต่คราวนี้ พอเธออมควยของผมเข้าไปใหม่แล้ว เธอก็แกล้งเอาฟังมาขบท่อนควยของผมเบาๆครับ ผมรู้สึกเจ็บนิดๆ แล้วเธอก็โม๊คควยของต่อไปอย่างเมาส์มัน ผมเองก็หลงใหลในฝีปากเธอไม่น้อยทีเดียว นับวันจะยิ่งเก่งเหมือนพี่พลอยแล้วสิ
“เหลียงจ๋าาา..โอ๊ยยยยส…เราเย็ดกันเลยเถอะ…แพ็ทไม่ไหวแล้ว” แพ็ทคายท่อนควยของผมออกเงยหน้าหันมาบอกผมอย่างยั่วยวนครับ
“อยากได้..เหลียงจัดให้เลยจ้ะ” ผมรีบจับแพ็ทให้เธอหันไปทางพี่พลอยเพราะผมอยากให้พี่พลอยเห็นแฟนสุดที่รัก ของเธอกำลังเย็ดกับน้องสาวของเธออย่างเต็มๆตา แพ็ทเธอเอามือยันพื้น และหันตูดมาทางผมในท่าหมา ผมเงยหน้าขึ้นมองไปทางพี่พลอย สายตาของเธอจับจ้องดูการร่วมเพศระหว่างแฟนหนุ่มกับน้องสาวอย่างไม่ละสายตา ผมแกล้งจ่อท่อนควยแข็งปั๋งของผมกับรูก้นของแพ็ทแทนที่จะเป็นรูหี…
“นี่..รู้นะว่าคิดอะไรอยู่..เหลียงอยากเย็ดตูดแพ็ทหรอ?” แพ็ทหันมาถามผม
“ก็อยากอยู่จ้ะ..แต่ถ้าแพ็ทไม่ชอบกลัวเจ็บก็ไม่เป็นไรนะ..เหลียงเย็ดหี ก็ได้” ผมตอบอย่างเกรงใจ ที่จริงนอกจากพี่พลอยแล้ว ผมก็ไม่เคยได้เย็ดตูดใครอีกเลยครับ แต่ไม่ใช่ว่าผมจะไม่อยากนะครับ ผมน่ะอยากจะตายแต่กลัวพวกเธอเจ็บ ผมก็เลยไม่ทำ
“ถ้าเหลียงอยากเย็ดตูดแพ็ท..แพ็ทให้ก็ได้นะ” แพ็ทตอบผมแบบจริงจังครับ ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเอง พี่พลอยถึงกับอึ้งเลยครับ
“แต่มันเจ็บหน่อยนะแพ็ท..” ผมบอกเธอด้วยความเป็นห่วงครับ
“ไม่เป็นนไรหรอกจ้ะ..ไม่ว่าเหลียงต้องการอะไร.แพ็ทให้เหลียงได้ทั้งนั้น แหละ” แพ็ทพูดกับผมอย่างจริงจังผม ผมซึ้งกับคำพูดของเธอมากครับ แพ็ทเธอรักผมขนาดนี้เลยหรอเนี่ย ผมตื้นตันจนพูดอะไรไม่ออกเลยครับ
“ถ้าแพ็ทเค้าให้..เหลียงก็ทำเถอะนะ..เดี๋ยวแพ็ทเค้าก็รู้เองว่ามันเป็นยังไง” พี่พลอยพูดกับพวกเราครับ
ผมพยักหน้าตอบพี่พลอย ก่อนที่ผมจะค่อยๆกดท่อนควยที่กำลังผองตัวเต็มที่เข้าไปในรูทวารของเธอ ผมออกแรงดันมันเข้าไปช้าๆ จนส่วนหัวผ่านเข้าไปได้
“โอ๊ยยย!!...อื้ออ..เจ็บ..โอ๊ยยย..เหลียง.อ๊ายยย” แพ็ทกรีดร้องลั่นห้องด้วยความเจ็บปวด เธอซบหน้าลงกับที่นอนอย่างเจ็บปวด มือกำผ้าปูที่นอนแน่น
“ทนหน่อยนะแพ็ท…เดี๋ยวก็สุดลำแล้ว..อู้ยยย” ผมพูดกับเธอพร้อมกับดันท่อนเอ็นใหญ่เข้ารูก้นของแพ็ทต่ออย่างยากลำบาก ภายในรูตูดของแพ็ทมันแน่นมากเลยครับ มันบีบรัดท่อนควยของผมจนผมแทบดันควยเข้าต่อไปไม่ได้ มันเหมือนมีใครเอามือมาบีบควยผมยังไงยังงั้นเลยครับ ผมดันจนมันเหลือไม่มากครับ ผมจึงออกแรงครั้งสุดท้ายดันมันเข้าไปจนมิดลำ…
“โอ๊ยยยย…กรี๊ดดดด…เจ็บ..โอ๊ยยย” แพ็ทกรีดร้องสุดเสียงก่อนที่เธอจะนอนซบกับที่นอนอย่างหมดแรง ผมแช่คารูตูดของแพ็ทไว้ซักพัก ขณะเดียวกัน มือของผมก็ช่วยขยำบี้เต้านมคู่งามของเธอไปด้วยเพื่อช่วยคลายความเจ็บปวดของ เธอ ผมมองไปทางพี่พลอย ผมก็เห็นเธอนั่งหนีบขาเข้ามากันแน่นครับ เธอกัดริมฝีปากอย่างเซ็กซี่ครับ เธอคงอยากจะเป็นฝ่ายโดนผมเย็ดบ้างแล้ว..
“หายเจ็บบ้างรึยังแพ็ท..” ผมถามด้วยความเป็นห่วงครับ
“ก็ดีขึ้นนิดๆแล้วล่ะ..แต่เมื่อกี้เหมือนรู้ตูดมันจะฉีดยังไงไม่รู้สิ” แพ็ทตอบผมเสียงอ่อนครับ ผมรออีกสักพักก็เริ่มขยับเอวช้าๆซอยเนิบๆครับ รูตูดของแพ็ทคับมากๆครับ คับกว่าของพี่พลอยซะอีก กว่าผมจะซอยควยเข้าออกได้ซักรอบนึง เล่นเอาปวดควยเลยละครับ
“โอ๊ยย..เหลียง..ช้าๆก่อนนะ..อื้อออ..แพ็ทยังไม่คุ้น..” แพ็ทพูดกับผมเสียงแหบแห้งครับ ผมยังคงขยับเอวช้าๆให้รูก้นของเธอคุ้นกับท่อนควยของผมก่อน
“อู้วว..เป็นยังไงบ้างแพ็ท..เจ็บอยู่มั๊ย..อ้าาา..รัดควยมากเลยอ่ะ”
“อื้มมม..ก็ดีขึ้นบ้างแล้วล่ะ…โอ๊ยยย..ไม่ค่อยเจ็บแล้ว..อ๊อยยย..อ๊อย” แพ็ทเริ่มครางบ้างแล้วครับ ผมก็เริ่มขยับเอวเร็วขึ้นตามจังหวะ เพราะรูตูดของเธอก็เริ่มขยายตัวรับท่อนควยผมแล้วครับ ทำให้ผมซอยเอวสาวควยได้ง่ายขึ้นมาก มือของผมยังขยำบีบเข้นเต้านมเธอไม่ขาดครับ ผมเริ่มกระแทกท่อนควยเข้าๆออกๆรูตูดของแพ็ทอย่างเมามันส์ จากเบาไปหาหนักครับ แพ็ทก็เริ่มครางหนักขึ้นจนเรียกได้ว่าลืมความเจ็บปวดไปเลยครับ
“อ๊อยยย…เย็ดอีก..อ๊อยยย..แรงอีกก็ได้นะเหลียง..โอ๊ยยย.แพ็ทไม่ค่อยเจ็บ แล้ว” แพ็ทเริ่มโยกเอวไปมาตามแรงกระแทกของผมครับ หน้าขาของผมกระแทกับบั้นท้ายของเธอจนเสียงดัง ป๊าบๆ!! กลิ่นกายของเราสองคนคละคลุ้งไปทั่วห้อง ถึงผมจะเปิดแอร์ แต่มันก็ไม่สามารถจะดับเพลิงแหล่งกามราคะของเราสองคนลงได้ ผมยังคงเห็นพี่พลอยจับจ้องดูการร่วมเพศของเราสองคนไม่ละสายตา พี่พลอยแลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างกระหายใคร่เสพสมกับแฟนหนุ่มของเธอ
“อู้ยยย…รูตูดฟิตชิบเป๋ง…อ้าาา..ควยจะหักอยู่แล้ว..อุ้ววว” ผมครางอย่างได้อารมณ์ ผมยังคงเร่งกระหน่ำรูตูดของเธออย่างต่อเนื่อง รูตูดของแพ็ทออกจะเย็ดมันกว่ารูตูดของพี่พลอยเล็กน้อย ผมได้แต่ซอยยิก เร่งกระแทกรูตูดแพ็ทไม่คิดชีวิต ผมใช้มือตบก้นแพ็ทอย่างได้อารมณ์
“โอ๊ยยยย..ไม่ไหวแล้ว..แพ็ทน้ำหีจะแตกแล้ว..อ๊อยย..จะออกแล้ว..” แพ็ทครางสุดเสียง
“ด..เดี๋ยวก่อน.อู้ยยย..รอผัวด้วย..อื้ออ..ฟิตชิบหาย.โอ้” ผมเร่งกระแทกตะบันควยเข้าออกรูตูดอันคับแน่นของเธอเป็นรอบสุดท้ายก่อนที่ผม จะกลั้นน้ำควยขาวขุ่นไว้ไม่ไหวอีกต่อไป…
“อ๊อยยย…อื้อออ..สุดยอดเลยอ่ะ..อ๊อยย..ม..ไม่ไหวแล้วนะ…อ๊อยยย..เหลียง ช่วยแพ็ทด้วย!!...อียยยย” สิ้นเสียง แพ็ทก็ฝุบลงกับที่นอนอย่างอ่อนแรง แขนขาของเธอสั่นอย่างหมดแรง
“อู้ยยย…แตกแล้ว..อื้มมม…น้ำควยแตกแล้ว..อ้าาา..ซี๊สสสส” ผมกระแทกแพ็ทเน้นๆเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ประโปกผมจะบีบตัว ท่อนควยผมกระตุก2-3ครั้งก่อนที่มันจะระเบิดน้ำควยขาวข้นหวานมันจำนวนมาก มายกระฉูดเข้าไปในรูก้นของแพ็ท ผมล้มลงนอนทับอยู่บนตัวแพ็ทอย่างเหนื่อยอ่อน แพ็ทได้แต่นอนหอบอย่างอ่อนแรงกับการร่วมรักในครั้งนี้ ผมนอนกอดแพ็ทอย่างอบอุ่นอยู่พักใหญ่ ก่อนที่ผมจะค่อยๆถอนท่อนควยออกจากรูก้อนของเธอ แพ็ทถึงกับแอ่นตูดตามเหมือนกับไม่อยากให้ไม่ออกไป
“อุ๊ยยย..ซี๊สสสส” แพ็ทเผลอครางออกมาเบาๆ เมื่อผมถอนควยหลุดออกจารูตูดของเธอ น้ำหีของเธอกับน้ำควยของผมไหลเปรอะเปื้อนที่นอนเป็นคราบขาวๆ ผมค่อยๆอุ้มแพ็ทให้มานอนพักข้างๆเตียงหลังจากที่เธอต้องรับศึกหนักจากการที่ โดนผมเปิดซึงรูตูดครั้งแรก
“งั้นถึงตาพี่บ้างแล้วนะ..” พี่พลอยพูดกับผมก่อนที่จะลุกขึ้นที่โต๊ะ เธอค่อยๆถอดเสื้อครุมอาบน้ำของเธอออกจนมันกองลงอยู่กับพื้น เผยให้เห็นหุ่นอันเซ็กซี่ของเธอ เอวที่คอดกิ่วเป็นนาฬิกาทราย เต้านมคู่งามที่ขนาดใหญ่ขึ้นทุกวัน และที่ขาดไม่ได้ คือกระเปาะหีที่อูมสวยได้รูปถูกอกถูกใจผมเป็นยิ่งนัก เธอเดินเข้ามาหาผมใกล้
“ไปที่ระเบียงรักของเราสองคนกันเถอะค่ะ…” พี่พลอยโอบคอผมก่อนจะกระซิบที่ข้างหูผมเบาๆ ผมยิ้มแทนคำตอบ ก่อนที่เราสองคนจะเปิดประตูระเบียงห้องออกไป เกมส์รักท่ามกลางธรรมชาติของเราสองคนเริ่มต้นขึ้น…อีกครั้ง…
ณ เวลาเดียวกันนี้
“เป็นเค้าเองหรอ..ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเค้า..!!” หญิงสาววัย16 พูดกับตัวเองอย่างกระวนกระวาย ในใจของเธอสับสน อลม่านไปหมด เธอไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นและดีใจได้ถึงขนาดนี้มาก่อนเลยตั้งแต่วันนั้น วันที่เธอได้มอบจูบแรกของเธอให้กับเด็กชายคนหนึ่ง เพราะหลังจากวันนั้น เธอก็ไม่ได้เจอกับเค้าอีกเลย ไม่น่าเชื่อว่า เมื่อเธอได้มาเจอกับเขาอีกครั้ง เธอถึงกับตื่นเต้นดีใจจนทำอะไรไม่ถูกถึงกับต้องหนีเขาออกมา เธอค่อยๆนั่งลงบนเตียงนอนหรูในห้องนอนสไตล์ยุโรปของเธอ เด็กสาวได้แต่ทอดถอนใจกับตัวเองว่า ที่ผ่านมา เค้าอยู่ใกล้แค่ปลายมือ แต่เธอกลับไม่รู้ตัวว่าเขาคือเด็กชายคนนั้น เธออยากจะเจอกับเขาอีกครั้ง หัวใจของเธอตื้นแรงเมื่อคิดว่าเขาคือเด็กชายคนั้น ในใจของเธอรู้ว่า การจะได้เจอกับเขาอีกครั้งนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเปิดเทอมก็ต้องได้เจอกันแน่นอน แต่ทว่า นั่นมันนานเกินไปสำหรับเธอ เธอจะต้องเจอเขาอีกให้ได้… ใช่แล้ว!!..ต้นเป็นเพื่อนสนิทกับเขานี่นา…เธอคิดอะไรบางอย่างได้แล้ว…ไม่ว่า จะเป็นผู้ชายคนไหนที่เธอควงอยู่ตอนนี้ มันเป็นเพียงแค่ความสนุกชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ตอนนี้เธอได้เจอผู้ชายที่ต้องการแล้ว….
“คุณหนูค๊ะ…อาหางว่างค่ะ!!” เสียงเด็กรับใช้พูดพร้อมกับยกอาหารว่างของโปรดของเด็กสาวเข้ามาเสิร์ฟ
“วางไว้ตรงนั้นแหละ” เด็กสาวพูดพร้อมกับรอยยิ้มปริศนา เธอคิดอะไรอยู่กันแน่…?
“ค่ะ..คุณหนูอิง”
โปรดติดตามตอนต่อไป (ขอกำลังใจอย่างแรงเลยครับ อ่านแล้วก็เม้นตอบหน่อยนะครับ จะหมดแรงเขียนแล้วจริงๆครับ)
ขอบคุณครับ
*****************************************************
รักไม่มีขีดจำกัด (ความรักของผม ปี2) ตอนที่ 5 เพื่อนสนิท...คิดไม่ซื่อ
เปิดเทอมวันแรก...ห้องเรียน 341 วิชาคณิตศาสตร์
"ไอ้เหลียง..กูได้ข่าวว่าห้องเราจะมีเด็กใหม่เข้ามาวะ" เสียงไอ้กายพูดกับผมขณะอาจารย์กำลังสอนอยู่หน้าห้อง
"จริงดิ...กูยังไม่ได้ข่าวเลยวะ" ผมพูดตอบมันเบาๆ
"เห้ยจริงดิ..เด็กใหม่ของมึงเนี่ยผู้ชาย ผู้หญิงวะ" เสียงไอ้ต้นซึ่งนั่งอยู่ข้างหน้าหันมาถามอย่างสนอกสนใจ
"ไม่รู้วะ.. ไอ้เหลียง มึงลองไปถามแม่เลี้ยงมึงดิ" ไอ้กายพูดกับผมด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"เออๆ..มึงไปถามเลยไอ้เหลียงแล้วมาบอกพวกกูด้วย " ไอ้ต้นก็สนับสนุนไอ้กายอย่างเต็มที่เลยครับ
"ถ้า เป็นผู้หญิงแล้วถูกสเป็คกูนะ..กูจองนะเว้ย" ไอ้ต้นพูดหน้าตาหื่นกามมากครับ ไอ้นี่ ขนาดมียัยอิงจอมแสบเป็นแฟนแล้วทั้งคน มันยังจะมีหน้าไปเหล่ผู้หญิงอื่นอีกนะเนี่ย - -
พวกเราสุมหัวกันกระซิบกระซาบคุยกันเรื่องเด็กใหม่ซะจน...ลืมสังเกตุอะไรบางอย่าง....แล้วในที่สุด....
"ไอ้สามคนนั้นน่ะ..ลุกขึ้น!!"
"ซวยแล้วมึง" ไอ้กายสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงอาจารย์
"ไงละมึง..เสียกอยากรู้นัก..ไอ้เวร" ผมด่ามันอย่างเซ็งๆครับ - -
"อธิบายเลขทั้งหมดที่ครูสอนมาซิ" เสียงอาจารย์พูดกับเราฟังดูแล้วเหมือนเสียงพยายมจริงๆ หรือผมคิดไปเอง
"มึงทำก่อนเลยไอ้กาย..." ไอ้ต้นโยนให้ไอ้กายคนแรกเลยครับ ไอ้พวกนี้ มันรักเพื่อนกันจริงๆ
"ไอ้สัดต้น...งั้น..กูสละสิทธิ์ให้มึงก่อนเลยไอ้เหลียง" ไอ้กายโบ้ยมาให้ผมอีกต่อหนึ่ง
"ไอ้ เหี้ย..." ผมแอบด่ามันเบาๆ ไอ้พวกนี้มันรักเพื่อนกันจริงๆเลยครับ ไอ้พวกเวรนี่ แต่ผมคิดว่า ยังไงๆ ผมก็ทำได้ครับ เพราะข้างหลังผม..มีเธอคนนั้นนั่งอยู่ด้วยนี่นา…
"พูดตามเรานะเหลียง..." เสียงที่ผมรอคอยก็ดังขึ้นจากข้างหลังผมเบาๆครับ เสียงของเธอคนนั้นนั่นเอง
"เอ้า..นาย เหลียงจะอธิบายได้รึยัง..หรือจะให้ครูหักคะแนนแล้วไปบอกแม่เธอ " โอยยย หักคะแนนยังไม่เท่าไหร่ แต่บอกแม่ฝ้ายนี่รับไม่ได้จริงๆ
"พูดตามเรานะ...aเท่ากับ......" ผมพูดตามที่เธอบอกทุกถ้อยคำแบบไม่ให้อาจารย์จับได้ว่ามีใครบางคนแอบบอกผมจากข้างหลัง จนในที่สุด...
.....เสียงกริ่งหมดคาบเรียนก็ดังขึ้น
"เอาแหละนักเรียน อย่าลืมอ่านหนังสือนะ ไปทานข้าวได้" และแล้วอาจารย์ก็ปล่อยเราไปพักตามเวลาครับ
"ไอ้เหลียงแดกข้าวเหอะ" เสียงไอ้กายแหกปากพูดกับผมครับ
"เออๆ..เดี๋ยวตามไป" ผมตอบก่อนที่จะเดินไปหาเพื่อนสาวที่ช่วยชีวิตผมไว้
"ดรีม..ขอบใจนะที่ช่วยอ่ะ" ผมรีบเดินตามเธอออกมานอกห้องครับ เป็นดรีมเพื่อนสาวแสนน่ารักของผมนั่นเองครับ
"ไม่ เปนไรหรอกจ้ะ...ทีหลังก็อย่าคุยตอนเรียนสิ" ดรีมยิ้มก่อนจะพูดกับผมอย่างน่ารักครับ ผมเห็นรอยยิ้มของเธอทีไร ใจมันจะละลายลงไปกองกับพื้นทุกที ดรีมยิ้มได้น่ารักสุดๆเลยครับ อาจเทียบได้กับพี่พลอยแฟนสาวของผมเลย ผมก็อธิบายไม่ถูกอ่ะนะครับ คือ ดรีมหน้าตาเธอออกหมวยๆจีนๆอ่ะครับ แล้วก็มีลักยิ้มที่มุมปากด้วย เวลาเธอยิ้มหรือหัวเราะ โลกทั้งโลกมันดู สดใสขึ้นมาในพริบตา ให้ผมมองดรีมยิ้มทั้งวัน ผมก็ไม่เบื่อ ^^
"...." ผมได้แต่มองดรีมยิ้มจนใจลอยเคลิ้มไปกับรอยยิ้มพิมใจของเธอซะจนลืมตัว
"เหลียง...เหลียง!!"
"ฮะ...ว่าไงนะดรีม" ผมสะดุ้งทันทีเมื่อดรีมเรียกผมครับ
"คิกๆ..เหลียง เป็นอะไรอ่ะ" ดรีมหัวเราะเมื่อเห็นท่าทางผมครับ ให้ตายเหอะ ทำไมดรีมเธอน่ารักขนาดนี้นะ ผมชักปล่อยใจให้เตลิดไปกับความน่ารักสดใสของดรีมซะจน..มันคงยากที่จะตัดใจ
"ดรีมไปกินข้าวกับเราป่าว" ผมชวนดรีมด้วยความเต็มใจอย่างยิ่ง
" เอ่อ..แล้ว.พี่พลอยละ" ดรีมสีหน้าเปลี่ยนไปทันทีเมื่อพูดถึงพี่พลอย เหมือนกับว่าเธอ..เสียใจ ไม่หรอกน่า ผมคงคิดมากไปเอง ดรีมจะมาเสียใจทำไม
"พี่พลอยไปเค้าทำโครงงานกับเพื่อนน่ะ เค้าก็เลยให้เราไปกินข้าวก่อนเลย"
"หรอ...งั้น ก็ไปสิ" ดรีมตอบผมอย่างร่าเริง สีหน้าเธอกลับมาสดใสอีกครั้ง ผมอดแปลกใจไม่ได้ แต่ผมก็ไม่สนใจอะไรแล้วละครับ ตอนนี้ ผมขอแค่ได้อยู่กับเพื่อนสาวของผม ได้นั่งมองเธอยิ้ม ได้มองเธอหัวเราะ ผมก็ดีใจสุดๆแล้วครับ...
"เหลียงมองดรีมทำไมอ่ะ..มีอะไรหรอ" เสียงดรีมพูดกับผมขณะเรากำลังนั่งทานข้าวด้วยกันสองคนครับ
"ป..ป่าว หรอก...ทำไมหรอ..เรามองคนสวยไม่ได้หรอ" ผมตอบแบบทีเล่นทีจริง ดรีมหลบสายตาก้มลงตักอาหารทานต่อ ผมเห็นดรีมเป็นแบบนี้แล้ว ผมชอบมากๆเลยละ
"จะบ้าหรอเหลียง.." ดรีมพูดกับผมแบบเอียงอาย
"จริงๆไม่ได้โกหก..นี่ดรีม เราถามไรอย่างดิ"
"อะไรหรอ"
"ดรีมไม่มีแฟนหรอ..?" ผมถาม
"จะบ้าหรอเหลียง แฟนที่ไหนละ" ดรีมรีบตอบปฏิเสธแทบจะในทันที
"อ้าว..ดรีม ยังไม่มีแฟนจริงดิ" ผมถามต่อด้วยความตื่นเต้น เพราะผมแทบไม่เคยถามเธอในเรื่องนี้เลย แต่ผมก็เคยคิดว่า ผู้หญิงน่ารักใสๆอย่างดรีม ก็น่าจะมีแฟนเหมือนคนอื่นเค้านะ
"ใครจะไปชอบผู้หญิงอย่างเราละ.." ดรีมตอบแบบถอนใจ
"โห่..ต้องมีคนมาชอบดรีมบ้างแหละ " ผมพูดต่อ
"เหลียง ว่าแปลกมั๊ยละ...คนที่มาชอบเรา..เรากลับไม่เคยสนใจ แต่คนที่เราหลงรัก เค้ากลับไม่เคยรู้ว่ามีใครบางคน..รักเค้าหมดหัวใจ" ดรีมสบตาผมก่อนจะพูด ประโยคนี้กับผม ผมสบตาดรีมถึงแม้มันจะถูกบดบังด้วยแว่นคู่ใจอันเดิม แต่ผมรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของเธอ สายตาของเธอบ่งบอกถึงความเจ็บปวดลึกๆที่อยู่ในใจ สีหน้าของดรีมเต็มไปด้วยความเศร้า ผมได้แต่อึ้งกับสิ่งที่เธอพูด นี่ดรีมมีคนที่เธอหลงรักอยู่แล้วงั้นหรอ?
“…” ไม่ช้าเราทั้งสองคนก็มีแต่ความเงียบ ผมกับดรีมต่างคนต่างไม่พูดอะไรอีก ถึงแม้โรงอาหารจะมีแต่เสียงดังกึกก้อง แต่ความรู้สึกของผมมันเหมือนกับว่า ทุกอย่างมีแต่ความเงียบงันไร้เสียงใดๆทั้งสิ้น ดรีมมีคนที่เธอรักอยู่แล้วหรอ… แล้วทำไม ผมถึงได้รู้สึกใจหายแบบนี้น่ะ ความรู้สึกแบบนี้…มันหมายถึงอะไรกันแน่…?
“เราอิ่มแล้วแหละเหลียง…” ดรีมพูดกับผมเบาๆ น้ำเสียงของเธอฟังดูเยือกเย็น
“ดรีมรักใครหรอ?” ผมเผลอถามดรีมออกไปตรงๆอย่างที่ไม่ควรจะทำ โถ่ไอ้เหลียง นี่มึงทำอะไรอยู่เนี่ย
“ขนาด นี้แล้ว เหลียงยังไม่รู้อีกหรอ?” ดรีมเงยหน้ามองตาผม น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความผิดหวัง ราวกับว่าเธอกำลังผิดหวังในตัวผมอย่างงั้นแหละ ผมไม่เข้าใจจริงๆ
“ดรีมหมายความว่าไง…”
“ก็เราบอกแล้วไงว่าคนที่เรารัก..เค้าไม่เคยรู้ตัวหรอก” ดรีมพูดกับผมเบาๆ น้ำเสียงฟังดูเศร้าหมอง
“แล้ว ดรีมเคยบอกเค้ามั๊ย ว่าดรีมรักเค้า” ผมถามดรีมตรงๆอีกครั้ง ผมไม่เข้าใจตัวเองเลยว่า ทำไมผมถึงต้องเป็นเดือดเป็นร้อนเมื่อรู้ว่าดรีมว่าคนที่เธอรักอยู่แล้ว ผมไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมผมถึงต้องซักไซ้ถามเรื่องส่วนตัวของเธอขนาดนี้ นี่ผม ผมเป็นอะไรไปเนี่ย
“เหลียงอย่าถามดรีมอีกเลยนะ..เราขอร้อง!!” ดรีมขึ้นเสียงพูดกับผมเสียงดัง ผมถึงกับชะงัก อ้าปากค้าง กับการท่าทางของดรีมที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน นี่เป็นครั้งแรก ที่ดรีมขึ้นเสียงกับผม ผมได้แต่นั่งอึ้ง แววตาของเธอดูน่ากลัวอย่างที่ผมไม่เคยเจอ นี่มันอะไรกันแน่
“ดรีม…” ดวงตาของผมเปิดกว้าง อ้าปากค้าง ผมเรียกดรีมเบาๆ ด้วยความตกใจ เหมือนเธอจะได้สติกลับมาอีกครั้ง สีหน้าของเธอเหมือนจะตกใจมากกับการกระทำของเธอเอง
“ล..เหลียง..คือเราไม่ได้ตั้งใจ..เราขอโทษ..เรา…”
“เรา ขอโทษนะดรีม…เราก็แค่..เอ่อไม่อะอะไรหรอก..งั้นเราไปก่อนนะ เจอกันบนห้องนะ” ผมรีบชิงพูดตัดหน้าเธอด้วยความละอายใจ เรื่องนี้ผมผิดเองทั้งหมด ดรีมก็คงจะรำคาญผมแน่ๆ ผมอายจริงๆ อับอายๆ ผมรีบลุกจากโต๊ะและเดินออกจากโรงอาหารไป ทั้งๆที่ผมก็ยังไม่รู้เลยว่ากำลังจะเดินไปไหน แต่เท้าของผมมันพาผมเดินไปเอง ผมคงมองหน้าดรีมไม่ติดแน่ ดรีมเธอไม่เคยขึ้นเสียงกับผมเลยด้วยซ้ำ ผมทิ้งดรีมให้เธอนั่งอยู่คนเดียว ผมสับสนไปหมด ความรู้สึกของผมมันสับสน จิตใจของผมมันปั่นป่วนไปหมด ผมยังอึ้งไม่หายกับสิ่งที่ดรีมทำ แต่มันก็ไม่ แปลกหรอกครับ ผมไม่ควรจะไปยุ่งย่ามเรื่องคนรักของเธอตั้งแต่แรก ผมไม่น่าทำแบบนั้นตั้งแต่แรก ทำไมผมต้องทำอย่างนั้นด้วย ผมก็ไม่เข้าใจ ทั้งๆที่ดรีมกับผมเป็นเพื่อนกันมาหลายปี แต่ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับเธอมาก่อนเลย ทันทีที่เธอบอกว่าเธอมีคนที่เธอรักอยู่แล้ว ใจผมมันก็รู้สึกแปลกๆอย่างบอกไม่ถูก ทำไมกันนะ…?
“อ้าวเหลียง!!...เข้ามาหาครูหน่อยสิ” เสียงคุณครูยังสาวเรียกผม ขณะที่ผมกำลังเดินเหม่อไปเรื่อยอย่างไร้จุดหมาย
“ค.ครับ ผ.อ.”
“นั่งสิเหลียง…”
“ผ.อ.มีอะไรกับผมหรอครับ”
“แหม..เรียกเหมือนอยู่บ้านก็ได้จ้ะ” เสียงหญิงสาววัยใกล้40 พูดกับผมอย่างเป็นกันเอง
“ก็เห็นแม่ฝ้ายเคยบอกว่าอยู่โรงเรียนอย่าเรียกเหมือนอยู่บ้านนิครับ..มันดูไม่ดี”
“คิกๆ..ก็เมื่อกี้มีคนอยู่ตั้งเยอะนิ แต่ในนี้ก็ไม่มีใครแล้ว เรียกเหมือนอยู่บ้านก็ได้” แม่ฝ้ายพูดกับผมอย่างอารมณ์ดี
“ครับแม่ฝ้าย”
“เออนี่เหลียง..แม่มีเรื่องสำคัญจะบอกเหลียงนะ” แม่ฝ้ายพูดกับผมพร้อมกับเปิดลิ้นชักและหยิบแฟ้มเล่มหนึ่งก่อนที่แม่ฝ้ายจะส่งให้ผม
“นี่อะไรหรอครับ..?” ผมถามพร้อมกับเปิดแฟ้มออกดู
“เหลียงคงได้ข่าวบ้างแล้วสินะที่ว่า ห้องของเหลียงจะมีนักเรียนย้ายมาใหม่เทอมนี้” แม่ฝ้ายพูดกับผมด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ครับ..ก็ได้ข่าวเหมือนกัน” ผมตอบ ที่ไอ้กายบอกผม สงสัยจะจริงครับ
“จ้ะ..เหลียงลองดูในแฟ้มประวัติเค้าสิ” ผมก้มดูเอกสารให้แฟ้มประวัติการเรียนทันที
“อืม..หน้าตาก็ดีนิครับ..ชื่อเป้งั้นหรอครับ..เอ๊ะ!!..นามสกุลคุ้นๆนะครับ” ผมพูดกับแม่ฝ้ายด้วยความแปลกใจ
“ใช่ มั๊ยละ..เค้าเป็นลูกขชายของข้าราชการผู้ใหญ่คนนึงในกระทรวง..แล้วครอบ ครัวเค้าพึ่งจะย้ายมาอยู่จังหวัดเรา พ่อของเราก็เลยช่วยทำเรื่องมาให้แม่รับเค้าเข้าเรียนที่นี่”
“ อ๋อ..ใช้เส้นว่างั้น..” ผมถึงบางอ้อในทันที
“จุ๊ๆ..เบา สิจ้ะ..ก็ประมาณนั้นแหละ..แวดวงข้าราชการน่ะ..เค้าต้องเห็นแก่ ผู้ใหญ่.ในเมื่อพ่อของเค้าเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ พ่อเราก็ต้องเอาใจสิ..”
“ครับ..ผมเข้าใจ” ผมพูดกับแม่ฝ้ายไปก็เปิดดูแฟ้มประวัติการเรียนของเด็กใหม่ไป
“แล้วพ่อเค้าอยากจะให้ผมทำอะไรอีกละครับ” ผมถามแม่ฝ้ายตรงๆ
“แม่ก็คิดอยู่แล้วว่าเหลียงต้องรู้..”
“บอกมาเถอะครับ..”
“จ้ะๆ..พ่อ เค้าบอกว่าให้เหลียงตีสนิทนักเรียนคนนี้ แล้วก็รับเค้าเข้ากลุ่มให้ได้ ให้เค้าเห็นเหลียงเป็นเพื่อนรักคนนึงให้ได้ เพราะมันจะเป็นประโยชน์ต่อการเลื่อนตำแหน่งของพ่อเค้า” แม่ฝ้ายพูดกับผมอย่างจริงจัง
“ครั้งที่แล้วให้ผมตีสนิทไอ้เจ..มาครั้งนี้ให้ผมตีสนิทเด็กใหม่อีก..พ่อเค้าเห็นผมเป็นสายลับหรือไงครับ”
“อย่าพูดแบบนั้นสิ..พ่อเค้าก็มีเหตุผลของเค้า” แม่ฝ้ายพูดปกป้องสามีของเธอทันที ถ้าผมเป็นคุณพ่อนะ ผมดีใจตายเลยละ
“ก็ได้ครับแม่ฝ้าย..แต่คงต้องผ่านด่านไอ้กาย ไอ้ต้นก่อนละครับ พวกมันคงไม่ยอมรับเด็กใหม่เข้ากลุ่มง่ายๆถ้าไม่ถูกใจมัน”
“ไม่ต้องคิดมากหรอกจ้ะ..แม่เชื่อว่าเหลียงทำได้” แม่ฝ้ายพูดกับผมอย่างเชื่อใจ
“ขอบคุณครับแม่ฝ้าย…” ผมพูดกับแม่ฝ้ายด้วยความเคารพ
“เหลียง ไปเรียนเถอะจ้ะ..จะหมดเวลาพักแล้ว” แม่ฝ้ายพูดกับผมอย่างยิ้มแย้ม สาวใหญ่วัยใกล้40 แต่ทั้งหุ่นทั้งรูปร่างไม่แตกต่างกับครูสาววัยเอ๊าะๆเลยละครับ ทั้งท่าทาง กิริยามารยาทของเธอก็งดงามเป็นกุลสตี ผมไม่แปลกใจเลยที่คุณแม่ของผมรักแม่ฝ้ายเหมือนเป็นน้องสาวแท้ๆ…
ไม่นาน ผมก็ขึ้นเรียน แล้วผมก็ได้เจอกับดรีมอีกครั้ง แต่ว่าครั้งนี้ เรากลับแทบไม่มองหน้ากัน ไม่มีคำพูดใดๆออกจากปากเราสองคน ผมก็ไม่กล้าจะพูดกับเธอ เพราะผมละอายใจเกินไป ผมไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าเธอด้วยซ้ำ ผมรู้สึกได้ถึงความเงียบงันในใจของเรา สองคน เราสองคนไม่ต่างอะไรกับคนแปลกหน้า เหมือนความสัมพันของเราที่มีมานานหลายปี ถูกตัดขาดไปดื้อๆ ตลอดครึ่งวันนั้น ไม่มีคำพูดแม้สักคำออกจากปากของผมหรือดรีม…
“เอาแหละนักเรียน..กลับ บ้านได้.อย่าลืมทำการบ้านนะ” และแล้วก็หมดเวลาเรียนในช่วงบ่าย ซึ่งมันก็แค่3-4ชั่วโมง แต่สำหรับผม มันช่างนานแสนนานเหลือเกิน ผมหันไปข้างหลัง ผมกลับเห็นแต่โต๊ะว่างๆ ไม่มีเธอคนนั้นนั่งอยู่ ผมรีบเก็บกระเป๋าและวิ่งตามเธอออกมาอย่างรีบร้อนจนผมไม่ทันมองโต๊ะตัวนึงที่ อยู่ข้างประตู…
“โอ๊ย!!..เจ็บ” ผมร้องลั่นเมื่อรู้สึกว่าเท้าของผมไปกระแทกกับโต๊ะตัวนั้น ขาผมถึงกับกระเผกด้วยความเจ็บปวด แต่ผมก็ไม่สนใจ ฝืนเดินลงบันไดตามเธอลงไป ผมเพียงแค่จะขอโทษเธออีกครั้ง ผมคงทนไม่ได้ถ้าหากผมกับดรีมต้องเป็นแบบนี้กันทุกวัน ผมไม่ยอมเด็กขาด เพราะ…ดรีมสำคัญสำหรับผมมาก!!
“ดรีม..เดี๋ยวสิ” ผมรีบวิ่งมาจนทันเธอที่ชั้นล่าง
“มีอะไรหรอเหลียง..?” ดรีมถามผมด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยจนฟังดูเยือกเย็นจนบอกไม่ถูก
“ดรีม..เหลียง ขอโทษเรื่องตอนกลางวัน..เราจะไม่ถามดรีมเรื่องนั้นอีกแล้ว.เรา สัญญา” ผมพูดกับดรีมแบบจริงจัง เพราะดรีมสำคัญสำหรับผมมาก ผมยอมทำทุกอย่าง แต่จะไม่ยอมเสียดรีมไปเด็ดขาด!!
“ช่างมันเถอะเหลียง..อย่าพูดเรื่องนี้ อีกเลยนะ” ดรีมพยายามฝืนยิ้มก่อนจะพูดกับผม แต่น้ำเสียงของเธอผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความโศก เศร้าเสียใจ
“ก็ได้.เราจะไม่พูดเรื่องนี้อีกแล้วนะ..เราขอโทษ” ผมพูดกับดรีมอย่างเหนื่อยหอบ
“แล้วเท้าไปโดนอะไรมาน่ะเหลียง..?” ดรีมถามผมด้วยความเป็นห่วงเมื่อสังเกตเห็นผมเดินกะเผก
“อ๋อ..ก็เมื่อกี้ตอนวิ่งลงมาเราไปเตะโต๊ะอ่ะ” ผมตอบ
“แล้ว ทำไมไม่ระวังละเหลียง..ถ้าเป็นมากจะทำยังไง” ดรีมต่อว่าผมทันที เธอรีบพาผมมานั่งพักที่ศาลา แล้วเธอก็มานั่งเก้าอี้ตรงข้ามกับผม
“ไหน ขอเราดูแผลหน่อย..” ดรีมพูดกับผมอย่างเป็นห่วงเป็นใย ผมดีใจมากจริงๆ แค่ได้อยู่ใกล้ๆเธอผมก็มีความสุขไม่ต่างอะไรกับได้อยู่ใกล้ๆพี่ พลอย เอ๊ะ!!...ความรู้สึกแบบนี้ มันเหมือนกับตอนที่ผมได้อยู่กับพี่พลอย มันเหมือนกับวันที่ผมกับพี่พลอยรักกันวันแรก ความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไรกันแน่….หรือว่า….
“โหยย..แผลถลอกเลือดซิบ เลย” ดรีมดูแผลของผมก่อนที่เธอจะเปิดกระเป๋าหยิบพลาสเตอร์มาหนึ่งแผ่น ดรีมค่อยๆโน้มตัวก้มลงมาขาผม ทำให้เสื้อนักเรียนของเธอห้อยลงตามกฎแรงโน้มถ่วง ผมถึงกับตาโต อ้าปากค้าง เสื้อนักเรียนของดรีมที่ห้อยลงเผยให้ผมเห็นถึงเนินออกขาวเนียนสีขาวอมชมพู เสื้อในของดรีมเป็นสีครีมคล้ายๆของพี่พลอย ผมอยากจะถอนสายตาออก แต่มันเหมือนมีพลังบางอย่างที่ดึงดูดสายตาของผมไว้เหมือนต้องมนต์สะกด ผมยิ่งมองลึกลงไป จนในที่สุดผมก็เห็นร่องอกของดรีม ผมเห็นก็ถึงกับตาโต ตัวเกร็งไปทั้งตัว มันช่างสวยงามอะไรเช่นนี้ สวยกว่าของยัยแพทซะด้วยซ้ำ อะไรกันนี่ ทำไมดรีมถึงได้sexyขนาด นี้นะ หน้าอกของเธอก็เรียกได้ว่าใหญ่กำลังพอมือ ขณะที่ผมกำลังลวนลามเพื่อนสาวของ ผมด้วยสายตาอยู่นั้นเอง สายลมเบาๆก็พัดผ่านส่วนย่อมไป พาให้กลิ่นกายของดรีมโชยมาเข้าจมูกผม ผมต้องตะลึงอีกครั้ง กลิ่นกายของเธอช่างหอมเย้ายวนกิเลศตัณหาอะไรเช่นนี้ ผมเกร็งมือกำหมั่นแน่น ในหัวของผมคิดตะเลิดไปถึงไหนต่อไหน ผมมองต้นคอขาวเนียนของเธอ มันช่าง น่าดอมดมอะไรเช่นนี้ ผมแทบทนไม่ไหวอีกแต่ไป ท่อนเนื้อของผมมันก็ทำตามสัญชาตญานของมันเอง มันเริ่มตื่นตัวต่อสิ่งเร้าทั้งหลายที่ผมได้เห็น…
“เรียบร้อยแล้ว ละ..ดรีมติดพลาสเตอร์ให้แล้วนะ..” ดรีมพูดกับผมอย่างน่ารัก ผมมองดรีมไม่ละสายตา สายลมพัดมาอีกครั้ง พัดพาผมของดรีมที่ปล่อยยาวให้ปลิวสยายไปตามแรงลม ดรีมดูงดงามปานนางฟ้า ทำไมเธอถึงน่ารักได้ถึงขนาดนี้นะ ผมอดคิดไม่ได้ว่า ใครกันนะที่เธอหลงรัก แถมมันยังไม่รู้ตัวอีกต่างหากว่ามีผู้หญิงที่งดงามปานนางฟ้ามาหลงรักมัน ผมว่ามันต้องเป็นคนที่โง่มากแน่ๆ ถ้าผมเป็นมันนะ ผมจะไม่ยอมให้ผู้หญิงน่ารักใสๆแบบดรีมหลุดมือไปเด็ดขาด แต่ว่าเธอมีคนที่เธอรักอยู่แล้ว คิดไปก็เท่านั้น ถึงยังไง เธอก็มีคนที่เธอมอบหัวใจให้อยู่แล้ว และคนๆนั้นก็ไม่ใช่ผม… ผมรู้สึกเจ็บแปล๊บๆเหมือนโดนไฟช็อคเมื่อคิดว่าเธอมีคนที่รักอยู่แล้ว ทำไมผมต้องรู้สึกแบบนี้ด้วยนะ มันเพราะอะไร…
“ทีหลังเหลียงต้องระวังนะ…อย่าซุ่มซ่ามแบบนี้อีกรู้มั๊ย” ดรีมพูดอย่างไร้เดียงสาไม่ต่างกับน้องพิมหรือน้องหลิน
“ดรีมเป็นห่วงเราหรอ..” ผมจ้องตาดรีมพร้อมกับถามดรีมอย่างจริงจัง
“ค.ใคร บอก..เหลียงอย่ามั่วสิ” ดรีมก้มหลบสายตาผมก่อนจะตอบผม ท่าทางของดรีมดูเขินอายแบบบอกไม่ถูก ผมเห็นอย่างนั้น ผมจึงค่อยยื่นมือเข้าไปและจับมือดรีมไว้เบาๆ…
“เหลียง…” ดรีมเรียกผม เหมือนจะเป็นการถามว่า ทำอะไรน่ะ
”ดรีม เป็นห่วงเหลียงมั๊ย?” ผมถามดรีมซ้ำอีกครั้ง ขณะที่จับมือดรีมเบาๆ มือของดรีมนุ่มมากเลยครับ ผมรู้สึกดีมากๆตอนที่จับมือดรีม หัวใจผมเต้นแรง ดรีมค่อยๆหันมาสบตาผม สายตาของดรีมช่างทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
“เหลียง ยังต้องถามเราอีกหรอ” ดรีมตอบแบบเลี่ยงๆ แต่ผมก็พอจะรู้คำตอบแหละครับ แต่ว่า ผมน่ะอยากจะได้ยินจากปากเธอตรงๆเลยมากกว่า ผมอยากรู้ ว่าดรีมรู้สึกยังไงกับผมกันแน่
“ต้องถามสิ..ดรีมเป็นห่วงเรามั๊ย? ” ผมถามเธอซ้ำอีกครั้ง ผมจับมือดรีมแน่นขึ้น ดรีมเงียบอยู่ชั่วครู แล้วดรีมก็จับมือผมตอบ ผมหัวใจเต้นแรงในทันที
“เป็นห่วงสิ..ดรีมเป็น ห่วงหลียงมากนะ” ดรีมตอบผม น้ำเสียงของดรีมหวานจับใจ มือของดรีมช่างอบอุ่นอะไรขนาดนี้นะ ผิวเนียนนุ่มของดรีมทำให้ผมรู้สึกดีจริงๆ บรรยากาศโดยรอบช่างเหมือนจะเป็น ใจ ลมอ่อนๆพัดพาเป็นระยะๆ เสียงกิ่งไม้ใหญ่ลู่ตามลม ผมมีความสุขเหลือเกิน ดรีมมีความรู้สึกดีๆให้ผม ผมรู้สึกได้ ถึงแม้มันจะไม่ใช่รักก็เถอะ แต่แค่นี้ผมก็ดีใจมากๆแล้ว ถึงแม้ดรีมจะมีคนที่เธอรักอยู่แล้ว แต่ผมก็ขอแค่ได้เป็นเพื่อนรักกับดรีมแบบนี้ ไปทุกๆวัน ผมก็มีความสุขมากๆแล้ว ถึงแม้ผมจะไม่ใช่ผู้ชายที่เธอแอบหลงรัก แต่แค่ยังมีความรู้สึกดีๆให้กันแค่นี้ ผมก็พอใจแล้ว แค่ยังรักษาความรู้สึกดีๆไว้ได้ ผมไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้ว…
………..
***********************************************
รักไม่มีขีดจำกัด (ความรักของผม ปี2) ตอนที่ 6
ตอนนี้ผมไม่เน้นเซ็กส์นะครับ แต่คิดว่า เนื้อเรื่องน่าจะถูกใจหลายๆคนนะครับ อ่านแล้วก็ช่วยเม้นด้วยนะครับ ขอร้องเลย เพราะแค่นี้คงไม่ลำบากไปนะครับ ขอบคุณครับ
รักไม่มีขีดจำกัด (ความรักของผม ปี2) ตอนที่ 6 ชมรม...ชมรัก
ความฝันหรอ...ผมเองก็เคยมีความฝันนะครับ ผมฝันว่าจะได้มีความรักที่แท้จริงเหมือนอย่างในนิทาน ที่สุดท้ายก็ต้องจบด้วยการได้ครองรักกันไปตลอดกาล แต่ชีวิตเรามันไม่ได้เป็นอย่างที่ฝันหรอกครับ ความรักที่ผมได้มานั้น มันคือความรักที่ใครๆก็ใคว่คว้าหวังได้มันมาครอบครอง บางคนทั้งชีวิตอาจไม่มีวันได้สัมผัสกับความรักแบบผมเลยก็ได้ แต่ผมกลับได้มันมาครอบครองถึง4 ความรักแท้ทั้ง4ของผม ผมก็ไม่คิดไม่ฝันเหมือนกันครับว่ามันจะเป็นแบบนี้ แต่มันก็เป็นไปแล้วครับ แต่ไม่มีอะไรที่ได้มาโดยไม่ต้องเสียอะไรไป ทุกอย่างมีข้อแลกเปลี่ยนเสมอ ผมก็เช่นกัน ความรักของผม มันมาพร้อมกับภาระอันยิ่งใหญ่ ภาระ...ที่แบกไว้บนสองบ่าของผม....
"เหลียงตื่นได้แล้ว!!..." ผมถึงกับสะดุ้งลุกพรวดจากที่นอนเมื่อได้ยินเสียงดังกึกก้องราวกับฟ้าถล่ม...!!
"เกิดอะไรขึ้น!!.." ผมสะดุ้งพรวดลืมตาตื่นจากที่นอนเหมือนถูกไฟลนก้น ผมหน้าตื่นด้วยความตกใจ
"ฮ่าๆ...ฮ่าๆ.เหลียงตลกจัง..ฮ่าๆ" เสียงหญิงสาวในชุดนักเรียนหัวเราะอย่างชอบใจอยู่ข้างๆเตียงผม
"โห่..แพท..เหลียงตกใจหมด" ผมพูดแบบงัวเงีย
"ก็เหลียงเล่นนอนไม่ลืมหูลืมตาเลยนิ...ไปอาบน้ำได้แล้ว.จะสายแล้วนะ" แพทพูดกับผมพร้อมดูนาฬิกาข้อมือของตัวเอง
"โห่..ยังไม่7โมงเลยนะ...ขออีกแป๊บนึงนะ.." ผมพูดไม่ทันจบก็ล้มตัวลงนอนต่อ เพราะผมง่วงโคตรๆเลยคับ เมื่อคืนกว่าจะได้นอน น้องพิมเล่นผมซะขาอ่อนเลย
"ไปอาบน้ำ..แพทบอกให้ไปอาบน้ำไง...ว๊ายยยเหลียง!!" แพทพูดพร้อมกับพยายามฉุดผมขึ้นจากเตียง แพทพยายามดึงแขนผมขึ้นจากเตียง ผมก็เลยนึกสนุกแกล้งดึงเธอล้มลงมานอนบนเตียง แพทร้องด้วยความตกใจ แล้วผมก็พลิกให้ผมนอนคร่อมเธอไว้
"นี่.เดี๋ยวชุดนักเรียนแพทยับ..ปล่อยเค้านะ" แพทดิ้นอย่างพอเป็นพิธี แต่จนแล้วจนรอดเธอก็มิอาจหนีพ้นท่อนเอ็นของผมไปได้
"ถ้าเหลียงไม่ปล่อยละ..แพทจะทำไงเอ่ย" ผมกระซิบที่ข้างหูแพทเบาๆ
"เหลียงบ้า...เดี๋ยวไปโรงเรียนสายแล้วโดนตัดคะแนน.แพทไม่รู้ด้วยนะ" แพททุบอกผมเบาๆและพูดกับผมอย่างน่ารัก
"ก็ไม่เห็นเป็นไรเลยนิจ้ะ..คะแนนของเหลียงยังเหลือให้ตัดอีกเยอะ" ผมพูดเบาๆพร้อมใช้มือปลดกระดุมเสื้อแพททีละเม็ดตั้งแต่บนจนถึงล่าง จนเผยให้เห็นเรือนร่างของแฟนสาวของผมอย่างเต็มตา พิวพรรณอันผุดผ่องและนวลเนียนน่าสัมผัส หน้าท้องที่แบนราบ เอวที่ได้รูป ทุกอย่างล้วนเสริมแรงกิเลศของผมได้เป็นอย่างดี
"คนบ้า..แพทอาบน้ำแล้วนะ...จะให้แพทอาบอีกรอบหรอไง" แพทพูดกับผมอย่างเอียงอายไม่สบตาผม ผมค่อยๆใช้มือกุมหน้าอกของแพทพร้อมกับขยำอย่างสนุกมือ แม้มันจะมีบราสีดำของแพทปิดบังอยู่ ผมก็สัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มและความใหญ่โต อวบอึ๋มของมัน ผมสอดมือไปด้านหลังแพทเพื่อที่จะปลดตะขอบราตัวโปรดของเธอออก แพทค่อยๆแอ่นตัวขึ้นอย่างรู้งาน สายตาของแพทมองผมอย่างเว้าวอน แพทเผย่อปากขึ้นเล็กน้อย ผมรีบก้มลงประกบปากแลกลิ้นกับเธออย่างพัลวัน มือของผมก็รีบดึงบราของเธอออก สองมือของผมก็กุมหน้าอกอึ๋มของเธอ ผมเริ่มไซร้ซอกคอขาวของแพทอย่างหื่นกระหาย แพทครางออกมาเบาๆด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ฟังแล้วเหมือนเสียงอีตัวที่กำลังทำงานหากินอยู่จริงๆ
"อื้ออ..จะทำก็รีบทำสิเหลียง...ทำให้เส็ดๆ..แพทยอมอารมณ์ค้างวันนึงก็ ได้" แพทสบตาผมอย่างยั่วยวนก่อนจะพูดกับผม เธอคงจะเข้าใจดีว่าผมเงี่ยนอยากจะกระเด้าหีเธอมากแค่ไหน แต่ด้วยเวลาที่จำกัด เธอคงจะเสร็จไม่ทันแน่ๆ เธอจึงยอมเป็นเครื่องระบายความใคร่ของผมวันนึง เพราะเวลาที่ผมมีอะไรกับพวกเธอ ผมจะคำนึงถึงความต้องการของฝ่ายหญิงเสมอ ผมจึงไม่ค่อยยอมเส็ดง่ายๆ รอให้อีกพวกเธอเส็ดพร้อมๆกันหรือเส็ดก่อนให้ได้
"แพทดีต่อเหลียงจัง..ไว้เย็นนี้เหลียงจะชดเชยให้นะ" ผมพูดพร้อมกับยิ้มให้แพทอย่างพอใจ
"จ้ะ..ขอแค่เหลียงมีความสุข..แพททำได้ทั้งนั้นแหละ..เหลียงรีบๆทำเถอะ เหลียง.เดี๋ยวคนอื่นสงสัย" ผมยิ้มตอบแพท ผมเลิกกระโปรงนักเรียนของแพทขึ้นมาอยู่บนหน้าท้องของแพ็ท ผมรีบดึงกางเกงในสีดำของแพทออก แพทก็ให้ความร่วมมือผมอย่างเต็มที่ และแล้ว ผมก็จับเจ้าฟุตลองขนาดใหญ่ของผมจ่อเข้ากับปากโพรงสวาทที่เยิ้มไปด้วยน้ำรัก ของแพท แพทสบตาผมอย่างหวานซึ้ง ผมดันท่อนยักษ์ของผมทะลวงผ่านอวัยวะเพศของเธออย่างหนักหน่วง จนมันหายเข้าไปในรูหีของแพท แพทกัดริมฝีปากแน่น ครางรอดไรฟันออกมาเบาๆ ผมรีบกระเด้าด้วยความตื่นเต้นที่ต้องเย็ดแฟนสาวสุดสวยในเวลาอันจำกัด หัวใจผมเต้นแรง ผมรู้สึกได้ถึงเลือดที่ถูกสูบฉีดอย่างแรง ผมเร่งตะบันควยกระเด้าแฟนสาวสุดสวยของผมอย่างบ้าคลั่ง แพทได้แต่ครางไม่ต่างกับกะหรี่ที่กำลังโดนควยแขกที่มาใช้บริการเย็ด ผมสบตาแพทอย่างหวานซึ้ง ความรักดึงเราเข้าหากันได้อย่างลงตัว ผมกับแพทต่างมีความรักให้แก่กันอย่างมหาศาล ผมเข้าใจได้ทันทีว่า ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถแยกเราสองคนจากกันได้ ผมก้มลงดูก็เห็นแคมหีของแพทกำลังปลิ้นเข้าปลิ้นออกตามแรงกระเด้าของผม มันช่างเป็นภาพที่ยั่วความใคร่ของผมยิ่งนัก แพทโอบคอผมและดึงผมลงมาประกบปากแลกลิ้นแลกน้ำลายกับเธออย่างเมามัน รสจูบของแพทหวานซะยิ่งกว่ารสจูบพี่พลอยซะอีก ขณะที่ท่อนล่างของผมก็กระเด้าเธออย่างไม่หยุด ผมก็กลับไปไซร้ซอกคอแพทอย่างหน้าหลงใหล แพทหลับตาพริ้ม ครางออกมาเบาๆตลอดการร่วมรักของเราสองคน ผมได้ฟังยิ่งเงี่ยน เร่งซอยเอวกระเด้าหีแพทอย่างไม่ลืมหูลืมตา จนในที่สุดผมก็รู้สึกเสียววูบที่ปลายควย ลูกอัณฑะของผมบีบตัว ท่อนควยของผมเกร็งกระตุกในที่สุดมันก็พ้นน้ำควยอุ่นๆพุ้งเข้าไปในช่องครอดแพ ทอย่างหมดกระบอก ระรอกแล้วระรอกเล่า จนผมฟุบลงกอดแพทอย่างแนบแน่น ผมน้ำแตกอย่างรุนแรง แพทถึงกับเกร็งท้องน้อยรับน้ำควยของแฟนหนุ่มอย่างสุขสม ทุกครั้งที่เย็ดกัน แพทก็จะบอกให้ผมปล่อยข้างในเลยไม่ต้องเอาออกมาแตกข้างนอก เธอบอกว่ามันรู้สึกดีมากๆเวลาที่คนรักปล่อยน้ำเข้ามาในตัวเธอ เธอว่างั้น
"น้ำเหลียงออกเยอะมากเลยอ่ะ..แพทเสียววูบเลย.." แพทพูดน้ำเสียงแหบแห้งจากการร่วมรัก ผมคิดว่าเธอคงอารมณ์ค้างแน่นอนเพราะผมไม่เคยแตกเร็วขนาดนี้
"เหลียงรักแพทที่สุดเลย.." ผมพูดกับแพทพร้อมกับจูบหน้าผากตอบแทนความรักที่เธอมีให้ผม
"เหลียงเย็ดแพทแล้วก็รีบไปอาบน้ำได้แล้ว..เดี๋ยวสายนะ" แพทพูดกับผมเสียงใส ผมก็ทำตามว่าที่ภรรยาในอนาคตของผม
"เหลียงเห็นกางเกงในแพทมั๊ยอ่ะ..หายไปไหนแล้วเนี่ย" แพทพูดกับผมพร้อมกับก้มๆเงยๆหากางเกงในของเธอที่ผมถอดมันแล้วโยนมันไปไหนก็ ไม่รู้ แล้วพอผมมองไปที่ประตู...
"หาไอ้นี่กันอยู่หรอ...!!" เสียงใครคนนึงพูดกับพวกเราอยูที่ประตูห้องผมครับ มือข้างหนึ่งของเธอชูกางเกงในของแพทอยู่
"พี่พลอย!!" แพทอุทานด้วยความตกใจ
"พี่มายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย.." ผมถามด้วยความแปลกใจครับ ก็พวกเราคงจะเพลินอยู่กับเรื่องใต้สะดือสะจนลืมตัว
"ก็นานพอที่จะเห็นกีฬาในร่มก้มแล้วแทงของพวกเธอนั่นแหละ" พี่พลอยตอบเสียงดุๆครับ บรรยากาศชักเริ่มมีพายุฝนฟ้าคะนองแล้วสิ ผมได้แต่ยิ้มแหยๆ
"ไปอาบน้ำได้แล้วเหลียง..เดี๋ยวไปสาย" พี่พลอยพูดกับผมเหมือนไม่ค่อยพอใจครับ แต่ผมก็ไม่กล้าพูดอะไรได้แต่หยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเดินเข้าห้องน้ำลูกเดียว พี่พลอยเวลาดีๆก็น่ารักอย่างกับนางฟ้าก็มิปาน แต่เวลาโมโหเนี่ยสิ.... แล้วพอผมเข้าห้องน้ำ ผมก็ได้ยินพี่พลอยต่อว่าน้องสาวเล็กน้อยครับ แต่ผมก็ฟังไม่ถนัด จนผมอาบน้ำเส็ดแต่งตัวเตรียมไปโรงเรียน ผมจึงไปคุยกับพี่พลอยครับ
"พี่พลอย..พี่โกรธผมหรอ..ผมขอโทดก็ได้นะ.ถ้าพี่ไม่ชอบให้ผมทำแบบนี้ ทีหลังผมไม่ทำแล้วก็ได้นะ" ผมพูดกับเธออย่างจริงจัง
"พี่ไม่ได้โกรธ..พี่แค่เป็นห่วงเรื่องของเรา" พี่พลอยตอบ
"ถ้าพี่ห่วงว่าผมจะรักแพทมากกว่าพี่..พี่ก็ไม่ต้องห่วงเลยนะ.ยังไงผมก็รักพี่ที่สุดนะ" ผมตอบ
"ปล่าว…ไม่สำคัญหรอกว่าเหลียงจะรักแพทมากหรือน้อยกว่าพี่..ขอแค่เหลียง มีความสุข..พี่ก็มีความสุข..พี่แค่เป็นห่วงเรื่องของพวกเราทุกคน ถ้าคนที่มาเห็นไม่ใช่พี่ละ.ถ้าเป็นคุณแม่ละ.เหลียงเคยคิดบ้างมั๊ย?" พี่พลอยพูดกับผม น้ำเสียงของเธอแสดงถึงความเป็นกังวลอย่างชัดเจน
"ผมขอโทดครับ..ผมเข้าใจแล้ว..ทีหลังผมจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วนะ..ผมสัญญา" ผมพูดกับพี่พลอยอย่างหนักแน่นพร้อมกับจับมือพี่พลอยมากุมไว้ พี่พลอยยิ้มให้ผมอย่างน่ารัก ผมลืมไปซะสนิทเลย แม่ฝ้ายยังไม่รู้เรื่องที่ผมกับน้องหลินและลูกสาวของเธอทั้ง3คนกำลังคบกัน อยู่ และทุกคนก็มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับผมหมดแล้วและหลายครั้งมากๆแล้วด้วย นี่ถ้าคนที่มาเห็นไม่ใช่พี่พลอย แต่เป็นแม่ฝ้ายละ...ผมนี่มันโง่จริงๆที่ทำอะไรแบบนี้ ถ้าแม่ฝ้ายรู้...เธอจะให้อภัยผมมั๊ยนะ..แล้วที่ยิ่งไปกว่านั้น.เธอจะยอมให้ ผมคบกับลูกสาวที่เป็นดั่งดวงใจของเธอหรอ...ไม่มีทางซะหรอก.....ไม่มีแม่ที่ ไหนจะยอมให้ลูกสาวที่เป็นเหมือนแก้วตาดวงใจของตัวเองมาคบกับเด็กที่ไม่มี อะไรเลยอย่างผมหรอก…ไม่มีทางเลย…โอ้ยยยย ผมควรจะทำยังไงดี.....ในใจของผม..มันรับรู้ได้ถึง “ความทุกข์มากมายที่กำลังจะมาเยือนผมในอีกไม่นานนี้” ผมควรจะทำยังไงดี?…ผมก็ยังไม่รู้เลย….
------------- ห้องเรียน 113 ชั่วโมงโฮมรูม
“ทุกคนคงจะพอได้ข่าวแล้วใช่มั๊ยว่าห้องเราจะมีนักเรียนใหม่คนนึง..” เสียงอาจารย์ที่ปรึกษาพูดกับห้องผมครับ
“เออไอ้เหลียง..มึงรู้ยังว่าเป็นใคร..?” ไอ้กายพูดกับผมด้วยความอยากรู้
“เออรู้แล้ว..แม่ฝ้ายให้ดูแฟ้มประวัติแล้ว” ผมตอบ
“เห้ยย..จริงดิ..แล้วเปนไงวะ” ไอ้ต้นถามต่อด้วยความสงสัย
“ก็ผู้ชาย.ชื่อเป้ .หน้าตาดีพอๆกับมึงอ่ะ..แต่ผลการเรียนดีกว่ามึงเยอะ” ผมตอบแบบกวนๆครับ
“โห่..กูนึกว่าผู้หญิง” ไอ้ต้นพูดอย่างเสียดายครับ
“พรุ้งนี้ครูขอให้พวกเราต้อนรับเพื่อนใหม่อย่างเป็นมิตรนะจ้ะ..เพราะยัง ไง.เค้าต้องมาอยู่ห้องเดียวกับเราอีกนาน..เอาละ.ไปเรียนได้จ้ะ..”อาจารย์ที่ ปรึกษาปล่อยพวกเราไปเรียนคาบแรกครับ ระหว่างที่ห้องผมกำลังเดินไปเรียนวิชาแรกอีกตึกหนึ่ง ปกติแล้วผมจะเดินกับกลุ่มของผมครับ ซึ่งกลุ่มผมนั้นมีแต่ผู้ชายสิบกว่าคน แต่วันนี้ผมเดินกับดรีมครับ เราสนิทสนมกันมากกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย ถึงขนาดเตะเนื้อต้องตัวกันเป็นเรื่องปกติไปเลยครับ ผมกับดรีมเดินไปก็คุยไปอย่างสนุกครับ ผมก็มีความสุขเหมือนวันนั้นที่สวนหย่อมไม่มีผิด แล้วในขณะที่ผมกำลังเดินผ่านหน้าตึก3 ซึ่งมันจะมีระบางยื่นออกมาอยู่เหนือหัวของทางเดินพอดี ผมก็….
“โอ๊ยย!!..เจ็บ..ซี๊สสส” ผมถึงกับร้องลั่นเพราะความเจ็บปวด
“เหลียง!!…เป็นไรมั๊ย?” ดรีมพูดกับผมด้วยความตกใจครับ ท่าทางของดรีมดูเป็นห่วงผมอย่างออกหน้าออกตา จนเพื่อนหลายคนแปลกใจ ผมเองก็เช่นกัน…
“ไอ้เหลียงเปนไร…?” พวกเพื่อนผมถามด้วยความเป็นห่วง ผมเอามือกุมหัวพร้อมกับมองขึ้นไปข้างบน ผมก็เห็นนักเรียนกลุ่มหนึ่งกำลังหัวเราะก่อนที่จะหลบเข้าไปข้างใน ผมก้มลงมาดูสิ่งที่กระแทกใส่หัวผม มันคือสมุดเล่มนึงครับ เป็นสมุดเล่มหนาที่ตกลงมาใส่กระบาลของผมครับ ผมเปิดดูก็พบว่าเป็นแค่สมุดปล่าวๆครับ ไม่มีอะไรเลย แต่แล้วพอผมดูที่ชื่อ ผมถึงกับโมโหจี๊ดขึ้นมาทันทีครับ. ชื่อนี้มัน…ของยัยนั่นเองครับ..เป็นยัยตัวแสบนั่นเอง..ครั้งนี้ผมไม่ยอมอีก ต่อไปแล้ว… ผมรีบวิ่งขึ้นตึกไปที่ชั้น2
“นี่..จะหาเรื่องกันถึงไหน..!!” ผมพูดพร้อมกับคว้าแขนของเธอไว้
“อะไรของนาย..ชั้นไปทำอะไร” เธอตอบอย่างไม่ยอมรักผิดครับ
“ก็เธอไม่ใช่หรอที่ปาสมุดใส่หัวชั้นเนี่ย..” ผมพูดด้วยความโมโห
“นายอย่ามาใส่ความกันนะ..” เธอยังตอบแบบไม่มีความสำนึกผิดแม้แต่น้อย
“แล้วไอ้ชื่อที่อยู่บนสมุดเนี่ย..มันชื่อใครมิทราบ?” ผมยื่นสมุดให้เธอดูเต็มๆตา
“ถ้ายังไม่ยอมรับนะ..นี่ไงมีชื่อเล่นด้วย..อิง เนี่ย ชื่อเล่นใครนะ..” ผมพูดแบบประชดครับ ยัยอิงตัวแสบถึงกับอึ้งพูดอะไรไม่ออก ผมซะใจชะมัด
“ทีหลังจะเอาสมุดปาหัวใคร..ก็ดูให้ดีก่อนนะว่าไม่ได้เขียนชื่อตัวเอง ไว้” ผมยื่นสมุดยัดใส่มือเธอก่อนที่จะเดินลงบันไดมาอย่างซะใจครับ ผมโคตรซะใจเลยครับที่ฉีกหน้ายัยอิงตัวแสบได้ วันนี้สงสัยผมคงมีความสุขทั้งวันแน่ ฮ่าๆๆ โอ๊ยยเจ็บ!!
“ดรีมขอดูหัวหน่อยสิ..” ดรีมพูดกับผมด้วยสีหน้าไม่สบายใจครับ ผมจึงก้มหัวให้ดรีมดู
“ไม่บวมนะ..ค่อยยังชั่ว..เดี๋ยวก็หายจ้ะ” ดรีมพูดอย่างโล่งอก ดูเธอจะเป็นห่วงผมเอามากๆ อาจจะมากเกินคำว่า..เพื่อน.. ไม่หรอกมั้ง..ผมคงคิดมากไปอีกนั่นแหละ… ผมก็เรียนไปตามปกติครับจนพักกลางวัน ผมก็ไปทานข้าวกับพี่พลอยแฟนสาวของผมเช่นเคย แต่…ผมรู้สึกได้ถึงความผิดปกติของเพื่อนสาวของผมครับ..เธอแปลกไปทันทีที่ เห็นพี่พลอย..ผมรู้สึกบอกไม่ถูกเหมือนกันครับ…เหมือนกับว่า เธอพยายามจะหลบหน้าผมกับพี่พลอยอย่างงั้นแหละ…
…………..เวลา14.00นาฬิกา
“ในคาบเรียนนี้ ขอให้นักเรียน ชั้นม5ทุกคน ไปประชุมที่หอประชุมใหญ่ด้วนค่ะ” เสียงประกาศเรียกนักเรียนม5ครับ ซึ่งก็รวมถึงผมด้วย คงจะเป็นเรื่องการเลือกชุมนุมแน่ หลายท่านที่เรียนสายสามัญน่าจะเคยนะครับ ที่จะต้องเลือกชมรมหรือชุมนุมอยู่
“ไอ้เหลียงมึงจะเรียนไรวะ..” เสียงไอ้กายถามผมครับ
“ทำอาหาร…” ผมตอบ ก็ทุกท่านคงรู้นะครับ ว่าผมทำอาหารเป็นประจำ เพราะฉะนั้น ชมรมนี้คงจะเหมาะและทำให้ผมได้คะแนนดีที่สุด
“โห่…เชิญมึงเลย..กูไม่เอาด้วยอ่ะ” ไอ้กายส่ายหน้าทันทีครับ
“ไอ้ต้นมึงอ่ะ..เลือกไร” ไอ้กายถามไอ้ต้นต่อ
“กูอ่ะ..กูนักบอลโรงเรียน..ก็ต้องชมรมฟุตบอลดิ” ไอ้ต้นตอบ
“เออๆ..กูไปกับมึงดีกว่า.ปล่อยให้เหลียงไปทำกับข้าวของมันคนเดียว” ไอ้กายตอบ
“เอาละนักเรียน!..ถ้าใครสนใจชมรมไหน ก็ให้ไปลงชื่อกับอาจารย์ผู้ควบคุมชมรมนั้นนะ” สิ้นเสียงนี้ นักเรียนทุกคนก็ต่างแยกย้ายกันไปเข้าชมรมที่ต้องการครับ เพราะชมรมแต่ละชมรมรับจำกัด ถ้าไม่รีบไปก่อนละก็ มีหวังอดแดกแน่… ผมพยายามจะไปหาแพทครับ เพราะเห็นเธอบอกว่ายังไม่แน่ใจว่าจะลงอะไร ผมก็กะว่าจะให้มาลงทำอาหารกับผม แต่ผมก็หาแพทไม่เจอครับ เพราะคนมันวุ่นวายกันมาก ผมจึงต้องรีบไปลงชื่อชมรมทำอาหารก่อนที่จะไม่ได้ลง
“อ้าวเหลียง!!..ดีเลยมาอยู่กับครูจะได้ช่วยสอนคนอื่นด้วย” เสียงอาจารย์พูดกับผมอย่างเป็นมิตรครับ เพราะผมเคยช่วยอาจารย์ทำหารอยู่หลายครั้ง
“ได้เลยครับ..” ผมยิ้มตอบอาจารย์ก่อนที่จะเขียนชื่อลงในใบชมรม ตอนที่ผมลงชื่อน่ะ ผมเป็นคนที่39ครับ ชมรมทำอาหารรับแค่40คนเท่านั้นครับ เพราะอุปกรณ์และเครื่องมือมีไม่มากพอที่จะรับนักเรียนจำนวนมากกว่านี้ได้ ผมได้แต่คิดว่าเกือบไปแล้วตู…ถ้าผมช้ากว่านี้อีกแค่คนเดียว ผมคงต้องหาชมรมอื่นอยู่แน่นอน และผมก็ไม่ได้สนใจครับ ว่าคนที่40คือใคร ทั้งๆที่ยืนต่อหลังผมอยู่ ผมก็ไม่ได้สนใจหันไปมองครับว่าเป็นใคร ผมแค่คิดว่ารอดแล้ว หลังจากนั้นอาจารย์ก็พาพวกเราเข้าห้องคหะกรรมครับ
“เดี๋ยวครูจะให้นักเรียนจับฉลากเลือกคู่ทำอาหารของตัวเองนะ..ใครจับได้ ใครก็ให้ไปหาคนนั้นนะ” นักเรียนก็จับฉลากกันไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็มาถึงตาผมครับ ผมเอามือล้วงไปก่อนที่จะจับขึ้นมาใบนึงครับ ผมเปิดอ่านชื่อแล้วผมก็ต้อง…
“นี่มัน…!!” ผมแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ยัยนั่นอีกแล้วหรอ..เป็นยัยนั่นเองหรอนี่..ไม่นะ..ผมค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามอง หาเจ้าของชื่อที่อยู่ในมือผม จนในที่สุด…
“นี่เธอเข้ามาได้ไง…ชมรมนี้รับแค่40คนนะ” ผมพูดด้วยความแปลกใจมากๆครับ
“ก็ไปดูในใบรายชื่อสิ..ชั้นเป็นคนที่40พอดี” เสียงหญิงสาวจอมแสบพูดกับผมอย่างลอยหน้าลอยตา ผมรีบไปดูใบรายชื่อทันที ผมไล่รายชื่อมาเรื่อยๆ จนถึงคนที่ 40
“คนที่40…40 อิง !!” ผมได้แต่อึ้งกับตัวเองครับ ยัยนี่มาอยู่ชมรมนี้ หนำซ้ำยังมาเป็นคู่ทำอาหารของผมอีก เปนไปได้ไง
“แล้วลูกคุณหนูอย่างเธอ จะทำอาหารเป็นหรอไง” ผมถาม
“ของแบบนี้มันก็ไม่แน่..” ยัยอิงพูดกับผมอย่างไม่สะถกสะท้าน
“ชั้นเตือนไว้ก่อนนะ..อย่าหวังให้ชั้นช่วยนะ..ชั้นไม่ช่วยเธอหรอกนะ” ผมพูดกับเธออย่างเซ็งสุดๆครับ นี่ผมต้องคู่กับยัยจอมแสบนี่ไปตั้ง1เทอมเต็มๆ แค่คิดก็ปวดหัวแล้วครับ ผมได้แต่ยอมรับในโชคชะตา
“เริ่มแรก ครูจะให้นักเรียนลองฝึกการใช้มีดดูนะ..นักเรียนลองหั่นเศษผักที่อยู่บนโต๊ะ ดูนะ..ถ้าชำนาญเมื่อไหร่ ครูจะให้ทำอาหารจริง..แล้วครูขอให้ระวังอย่าทำเป็นเล่นนะ” อาจารย์ให้พวกเราลองจับมีดทำครัวครับ ซึ่งแต่ละโต๊ะมันจะมีอุปกรณ์ทำอาหารให้ครบทุกอย่างครับ
“จับแบบนั้นอยากโดนบาดหรอไง?” ผมถามอิงอย่างแปลกใจ
“ก็แล้วมันต่างกันยังไงมิทราบ..ชั้นว่ามันก็ใช้ได้เหมือนกันแหละ” เธอเถียงผมอย่างข้างๆคูๆตามประสาลูกคุณหนูแสนเอาแต่ใจ ผมได้แต่ส่ายหน้าอย่างปวดหัวครับ ยัยนี่ช่างไม่รู้ประสีประสาอะไรกับเค้าเล้ยยยย…
“โอ๊ยย!!...เจ็บ!!.” ผมถึงกับหันควับมามองเจ้าของเสียงทันที อิงร้องออกมาด้วยความตกใจ ผมเห็นเธอกำลังจับนิ้วชี้ของเธอที่กำลังมีน้ำสีแดงสดไหลออกมา สีหน้าแสดงถึงความเจ็บปวด
“เป็นไงละ..ชั้นเตือนแล้วไม่เชื่อ” ผมพูดแบบเซ็งๆ ก่อนที่ผมจะจับมือข้างที่บาดเจ็บของเธอขึ้นมาดู เธอถูกมีดเล่มนั้นบาดเป็นแผลที่ปลายนิ้วครับ แผลไม่ลึกมากเท่าไหร่เป็นแผลยาวครับ แต่เลือดก็ออกมาพอสมควรครับ ผมเห็นแบบนั้นก็จับนิ้วของเธอขึ้นมาและช่วยดูดเลือดของเธอที่ไหลออกมา
“นี่นาย...!!” อิงพูดด้วยความแปลกใจ..ท่าทางของเธอดูเขินๆอายๆอย่างชัดเจน ผมดูดเลือดของเธอจนหยุดไหล
แล้วก็ล้างแผลให้เธอครับ
“ทีหลังชั้นพูดอะไรก็เชื่อกันบ้างเถอะ…จะได้ไม่ต้องมาเจ็บแบบนี้” ผมพูดกับเธอด้วยความจริงใจครับ อันที่จริงผมรู้สึกซะใจที่เธอได้บทเรียนซะบ้าง แต่ในใจลึกๆของผม ผมกลับรู้สึกเป็นห่วงเธอ…
“….” อิงไม่ได้ตอบอะไรครับ แต่กลับยิ้มและผยักหน้าให้ผมเหมือนยอมฟังผมแล้ว ผมแปลกใจนิดๆครับ ผมนึกว่าเธอจะเถียงผมแบบข้างๆคูๆเหมือนทุกทีซะอีก แต่ครั้งนี้ผิดคาดครับ…เหอๆ
“ตามชั้นมาดิ..เดี๋ยวปิดแผลให้” ผมพูดพร้อมกับจับมือเธอเดินมาตรงตู้พยาบาลครับ ห้องทำครัวเราจะมีตู้พยาบาลไว้เผื่อมีการบาดเจ็บขึ้นครับ
“ชั้นไม่ใส่ทิงเจอนะ..แสบจะตาย” อิงพูดกับผมอย่างตกใจหน้าตื่นเมื่อเห็นผมหยิบยาฆ่าเชื้อครับ
“เดี๋ยวแผลก็ติดเชื้อหรอก..หรือเธออยากโดนตัดนิ้วทิ้งละ” ผมพูดกับเธอแบบดุๆครับ อิงได้แต่ทำหน้าสลดยอมรับในชะตากรรมครับ อิงกัดริดฝีปากแน่น ขมวดคิ้ว กำหมัดแน่น ด้วยความเจ็บแสบ ผมอดสงสารเธอไม่ได้ครับ
“อ่ะ..เส็ดแล้ว..เป็นไงบ้างละ..” ผมพูดพร้อมกับค่อยๆปิดพลาสเตอร์ให้เธออย่างเบามือ
“ก็เจ็บๆอ่ะ..แสบด้วย” ยัยอิงตอบ
“ก็เตือนแล้ว..ไม่ฟังเองนิ” ผมตอบแบบเยาะเย้ยเธอครับ
“รู้แล้วน่า..” ยัยอิงตอบเหมือนเด็กครับ ผมอดที่จะนึกชมเธอในใจไม่ได้ครับ ผู้หญิงอะไรเวลาดีก็น่ารักอยู่หรอก แต่เวลาร้าย…ก็ร้ายพอๆกับซาตานเลย ผู้หญิงแบบนี้ก็มีด้วยนะ… ผมกับอิงก็เรียนไปเรื่อยๆจนหมดเวลาเรียนครับ
“เลิกเรียนแล้วนายไปไหนรึป่าว…?” อิงถามผมขณะที่ผมกำลังเก็บประเป๋าครับ ผมทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย
“ป่าวนิ…เดี๋ยวก็คงกลับบ้าน” ผมตอบ
“หรอ…ไปกินไอติมเป็นเพื่อนหน่อยสิ..ชั้นเลี้ยงเอง” อิงพูดชวนผมครับ ผมขมวดคิ้วทำหน้าเหมือนกับเห็นหิมะตกยังไงยังงั้นเลยละครับ ยัยอิงจอมแสบชวนผมไปกินไอติม..ไม่น่าเป็นไปได้..
“ก็ชั้นอยากกินแต่ไม่มีเพื่อนไปนิ..ก็คิดซะว่าตอบแทนที่ช่วยชั้นไง” อิงพูดต่อ ผมก็กำลังคิดอยู่ครับว่าจะไปหรือไม่ไปดี..แต่ ยัยอิงชวนทั้งที..
“ไปก็ไปสิ..แต่ไม่ต้องเลี้ยงชั้นหรอก” ผมตอบ อิงยิ้มคล้ายๆว่าดีใจที่ผมไม่ตอบปฏิเสธครับ
“ok งั้นไปกันเลย..” พูดจบอิงก็ดึงผมเดินออกจากห้องทันทีเลยครับ เธอจะรีบไปไหนกันเนี่ย… อิงลากผมออกจากโรงเรียนมาที่ร้านไอติมยอดนิยมของวัยรุ่นในแถบนั้นครับ
“อืมมม..เอานี่!!..เอานี่!!..แล้วก็เอานี่..ไอ้นี่ด้วย..แล้วก็นี่..แค่ นี้ละ..” อิงจิ้มนิ้วลงบนเมนูบอกเด็กเสิร์ฟ จนผมแทบมองไม่ทัน เธอสั่งไอติมไปสิบอย่างได้มั้ง.. ผมได้แต่นั่งมองเธอตาละห้อยอ้าปากค้าง ผมทั้งงงทั่งอึ้งกับเธอครับ จะกินอะไรมากมายมโหราฬขนาดนั้น…
“ธ..เธอกินอะไรเยอะแยะขนาดนั้นอ่ะ..เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก” ผมพูดกับเธอด้วยความแปลกใจครับ ถ้าเธอกินหมดนั่นละก็ รับรองได้เลย กระเพาะเธอได้เป็นน้ำแข็งแน่
“ใครบอกว่าชั้นสั่งมากินเองละ..” ยัยอิงพูดกับผมอย่างหน้าระรื่นครับ
“แล้วเธอสั่งมาทำไมอ่ะ? “ผมถามเธอกลับด้วยความสงสัย
“ก็ให้นายกินไง..นายเหลียง..” ยัยอิงตอบ
“จะบ้าหรอ!!..ใครจะไปกินไหว” ผมตอบด้วยสีหน้าเหมือนเจอผีครับ
“นายต้องกิน..ชั้นสั่งให้นายกิน.นายก็ต้องกินให้หมด..ห้ามเหลือเด็ด ขาด...ไม่งั้นนายก็จ่ายตังเองนะ” ยัยอิงพูดกับผมเสียงเย็นยะเยือกครับ ท่าทางเธอเอาจริงเอาจังมากๆครับ ผมได้แต่อ้าปากค้าง ถ้าให้ผมเลือกระหว่างเจอผีกับกินไอติมพวกนี้ผมเลือกเจอผีจริงๆนะ นี่ผมต้องแดกมันทั้งหมดเลยหรอเนี่ย…ชิบหายแล้วตู…แล้วผมไม่ตายเลยหรอเนี่ย.. แล้วไหงเธอถึงมาให้ผมกินละเนี่ย…หรือเธอตั้งใจจะแกล้งผมตั้งแต่แรกที่ชวนผม แล้ว..สรุปคือ ผมทำบุญแต่ได้บาปใช่มั๊ยเนี่ย…..หนอย..ยัยอิง!!...เธอนี่มัน..!!
………………………
ณ คฤหาสหลังใหญ่ของหญิงสาววัย17 เธอพึ่งจะกลับมาถึงบ้านเมื่อกี้นี้เอง เธอเดินขึ้นไปบนห้องนอนแสนสวยของเธอก่อนที่เธอจะค่อยๆถอดกระดุมเสื้อนัก เรียนและกระโปรงนักเรียนของเธอออก ผิวพรรณของเธอช่างขาวเปร่งปรั่งเป็นที่สะดุดตาของชายหนุ่มทุกคนที่เธอเดิน ผ่าน เธอค่อยๆเดินเข้าห้องน้ำส่วนตัวสไตล์ยุโรปสุดหรูของเธอ เธอค่อยๆก้าวขาลงไปในอ่างอาบน้ำ ที่มีน้ำและฟองสบู่ลอยอยู่เต็มอ่าง เธอค่อยๆนอนลงแช่ในอ่างอาบน้ำอย่างสบายตัว เธอค่อยๆหลับตาลงอย่างผ่อนคลาย เธออดที่จะนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ไม่ได้ วันนี้เป็นวันที่เธอได้รับความสุขจากเค้าคนนั้น ชายที่เธอหลงรักมาตั้งแต่วันแรกที่เธอพบเค้า เธอค่อยๆลูบไล้ไปตามเรือนร่างอันงดงามของเธอ เธอมีความสุขมากเหลือเกิน แค่เธอได้อยู่ใกล้ๆเค้าเพียงไม่กี่ชัวโมง แต่มันกลับทำให้เธอมีความสุขได้มากมายขนาดนี้ เค้าช่างเป็นผู้ชายที่อบอุ่นเสียนี่กระไร หญิงสาวค่อยๆยกเรียวขาอันขาวเนียนขึ้นก่อนที่เธอจะใช้ที่ถูตัว ถูไปตามเรียวขาอันเรียวงามของเธอ เธอนึกถึงตอนที่เขาดูดนิ้วของเธอเมื่อตอนเรียน ตอนนั้นเธอรู้สึกใจละลายไปในทันทีที่เขาทำแบบนั้น เมื่อเธอได้สัมผัสร่างกายของเขา ใจของเธอรูสึกหวิวและร้อนวูบไปกับการกระทำของเขา และยิ่งตอนที่เขาต้องฝืนกินไอติมทั้ง10ลูกที่เธอสั่งจนหมด เธอถึงกับยิ้มและหัวเราะอย่างมีความสุข เขาช่างน่ารักอะไรเช่นนี้นะ เธอต้องการเขามากเหลือเกิน
“นายจะต้องเป็นของชั้นเท่านั้น…นายจะต้องเป็นของชั้นเพียงคนเดียวเท่า นั้น..นายเหลียง!!” เธอพูดกับตัวเองอย่างเชื่อมั่นว่า ความงดงามปานเทพธิดาของเธอ และด้วยเรือนร่างที่ต่างเป็นที่หมายปองของหนุ่มๆทั้งหลาย จะสามารถพิชิตใจเขาและกำจัดศัตรูหัวใจทั้งหลายของเธอได้ ตอนที่เธอเห็นชายในดวงใจของเธอเดินคู่มากับเพื่อนสาวของเขา ท่าทางสนิทสนมกันเกินเหตุ มันทำให้เธอรู้สึกโมโหกับสิ่งที่เธอเห็น เธอจึงหยิบสมุดของเธอปาลงไปจนไปโดนหัวของเขา เธอรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่เธอเห็นเขาสนิทสนมกับเพศตรงข้าม เธอจะไม่ยอมเสียเขาไปให้ใครเป็นอันขาด เพื่อนของเธอเคยบอกว่า เขามีแฟนอยู่แล้ว เป็นรุ่นพี่ ม6 ชื่อว่าพลอย ซึ่งเธอเองก็เคยยลโฉม รุ่นพี่ที่ชื่อพลอยคนนี้มาแล้วหลายครั้ง ครั้งแรกที่เธอได้เห็น ผมถึงกับรู้สึกอายในความงดงามของรุ่นพี่คนนี้ หล่อนทั้งสวยทั้งงดงามปานเทพธิดาที่ลงมาจากแดนสวรรค์ เธอรู้สึกหวั่นใจเมื่อต้องมาเจอศัตรูหัวใจที่ร้ายกาจอย่างหล่อน แล้วไหนจะยังมีเพื่อนสาวของเขาที่ชื่อดรีมอีก หล่อนก็ทั้งสวยทั้งเก่ง คงจะเป็นศัตรูที่เอาชนะไม่ง่ายนัก แล้วช่วงนี้เพื่อนเธอยังเคยบอกว่าเขามีแฟนสาวอีกคนที่อยู่ม5เหมือนกัน ชื่อ แพท แล้วแถมยังเป็นน้องสาวของรุ่นพี่ที่ชื่อพลอยซะอีก ถึงแม้เธอจะไม่เคยเห็นแพทคนนี้ แต่เมื่อเธอเห็นพี่แล้ว น้องคงไม่ได้ด้อยไปกว่ากันนักหรอก เธอคิดว่า เขาช่างโลภมากเหลือเกิน รวบเอาทั้งพี่ทั้งน้องเป็นของตัวเองคนเดียวเลยหรอเนี่ย แต่ไม่ว่ายังไง เธอจะต้องได้ครอบครองความรักของเขาในที่สุด เพราะไม่มีอะไรในโลกที่เธอต้องการแล้วไม่ได้มันมาครอบครอง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ เงินทอง หรือแม้กระทั่งหัวใจของเขา…เธอจะต้องช่วงชิงมันมาเป็นของเธอให้ได้
“ฮ่าๆ..ฮ่าๆ..ต้น!!..สงสัยเธอต้องยอมเจ็บเพื่อรักแท้ของชั้นซะแล้วละ ..ฮ่าๆ” หญิงสาวพูดกับตัวเองพร้อมหัวเราะอย่างมีเลศนัยอะไรบางอย่าง…
“เสียใจด้วยนะต้น..ชั้นพบชายที่ชั้นต้องการแล้ว…!!..เพราะอิงคนนี้เท่า นั้นที่จะได้ครอบครองหัวใจของเหลียง...หึหึ” หญิงสาวยิ้มที่มุมปากอย่างเป็นปริศนา มันหมายถึงอะไรกันแน่นะ..อะไรที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มปริศนาของเธอกันแน่…?
โปรดติดตามตอนต่อไป
ขอบคุณครับ
วันพุธที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568
รักไม่มีขีดจำกัด (ความรักของผม ปี2) 1-6
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
เสน่ห์หาบ้านทุ่ง
เสน่ห์หาบ้านทุ่ง เขียนโดย ไอ้กล้า สายตาทิดหาญที่กำลังแนบเข้าหาฝาใบตองสานเก่าๆนั้น มันเองใจเต้นตึกตักอยู่ในอกกับสิ่งที่เห็นภายในก...
-
คาวสวาท กามโลกีย์(เริงชัย-ปาริฉัตร) (ฉบับสมบูรณ์) โดย...เฒ่าหัวงู -------------------------------------------------------------------------...
-
คฤหาสน์โลกีย์ โดย uncle_zew - ตอนที่ 1 ฮันนี่มูน ผมอยู่ทางเหนือในครอบครัวที่ฐานะดีบ้านเราอยู่เขตชานเมืองเดิมทีครอบครัวเราอยู่ด้วยกัน 4 คนต...
-
2ครอบครัวมั่วสวาท(ลลนา)(ฉบับสมบูรณ์) -------------------------------------------------------------------------------- ตอนที่ 1 ..........คุ...
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น